โตนี่ - ฟาง. GotoKnow.

 

* ที่จริงผมเขียนเรื่องต่างๆลงในบล็อกนี้  มักจะจบลงแบบสมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง  แต่พอได้หนังสือดีมาก็เลยรีบนำมาลงให้ท่านได้อ่านและชมภาพกัน จึงทำให้เรื่องที่ค้างอยู่ขาดช่วงลง ต่อมาผมมีความคิดแบบนายแพทย์ตามร.พ.ใหญ่คือ..เวลาเรียกคนไข้เข้าตรวจก็จะเรียกคิวนอกและคิวที่นัดไว้สลับกันไปแม้จะช้าไปบ้าง..แต่ก็ไม่ช้าเสียทีเดียว หรือแบบที่เรียกว่ารักพี่-เสียดายน้อง อยากลงเรื่องเก่าให้จบแต่ขณะเดียวกัน..ก็อยากให้อ่านเรื่องใหม่ไปพร้อมๆกัน..

คิดดีแต่.. ไม่ถูกต้อง.

 

ในโลกใบเดิมนี้หลายคน..อยากทำแต่สิ่งที่ดีและถูกต้องกันทั้งนั้น หลายคนทำในสิ่งที่ดีแล้วแต่ยังไม่ถูกต้องนัก..ผมมีโอกาสพบเรื่องประเภทนี้บ่อยและอยากบอกว่า..บางครั้งก็เป็นการกระทำที่ดี แต่ไม่ถูกต้อง. ผมมีโอกาสได้อ่านจากเน็ทแล้วถือโอกาสคัดลอกมาเพื่อให้บางท่านได้อ่านและพิจาร ณาไปพร้อมๆกันว่า.ถูกต้องหรือไม่ ?ถ้าไม่ถูกเพราะเหตุใด ? เข้าใจเหมือนผู้เขียนหรือไม่ ?แม้จะเป็นแบบต่างคนต่างความคิด..ก็ยังดีกว่า..ไม่มีโอกาสคิดกับเขาเสียเลย..จริงไหมครับ ? เมื่อหลายวันก่อน เรากำลังจะเข้าเซเว่น แถวๆบางแสนก่อนจะเข้าไป เราก็เห็นรองเท้าคู่หนึ่งวางอยู่ที่หน้าประตูก็เลยสงสัยว่า.ใครมาถอดไว้ตรงนี้  เราเดินๆเลือกของอยู่ในนั้น ก็เจอลุงคนหนึ่ง อายุประมาณ ๖๐-๖๕ ปี.เดินเลือกของโดยไม่ใส่รองเท้าอยู่ในนั้นเราเลยรู้ว่า  เจ้าของรองเท้าคงเป็นลุงคนนี้นี่แหละ ! ขณะจ่ายเงิน เราได้ยินพนักงานเซเว่น..ขำลุง..แซวลุงแล้วก็พูดกันว่า ลุงถอดรองเท้าทุกครั้งที่เข้าเซเว่น..เคยมีคนถามลุงว่า..ทำไมต้องถอดรองเท้า ?

 

๑. ดีหรือบ้า ? - อยู่ที่เจตนา.

ลุงตอบว่า เค้าถูไว้สะอาดๆไม่อยากทำให้เปื้อน บางครั้งมีของมาส่งก็จะมีคนแบกของจากรถเข้ามาในเซเว่น ลุงก็จะยืนรอหน้าเซเว่น..ไม่ยอมเข้ามา ลุงบอกว่า..คนเค้าแบกของหนักไม่อยากเดินขวางทาง เค้าจะได้ทำงานเสร็จไวๆบางคนขำลุง แซวลุง มองว่าลุงบ้ารึเปล่า ? แต่ที่เราเห็นลุงวันนั้น เราแอบยิ้มว่าทำไมลุงคิดไม่เหมือนใคร..ไม่แย่งชิงใคร ไม่รีบร้อน..

จากคุณ: gugoy (พันทิพ ห้องสยาม) 

          ที่จริงการที่ลุงหลีกทางให้กับคนที่แบกของหนักนั้น..ถือว่าเป็นการกระทำที่ดี  อย่างน้อยก็เป็นการเอาใจเขามาใส่ใจเรา..ผมเห็นด้วยครับแต่ข้อแรกที่ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าไปใช้บริการนั้น..ดีครับแต่ข้อเสียจะตามมามากกว่า..ถ้าทุกคนเห็นด้วยและถอดรองเท้ากันหมดเรื่องแรกคือจะต้องมีการขโมยรองเท้ากันขึ้นเป็นแน่..เพราะต่อไปจะมีคนสวมรองเท้าราคาถูกเพื่อมารอสลับกับรองเท้าที่ดีกว่า หรือแพงกว่า..อ่านถึงตรงนี้ใครว่าแถวร้านเซเว่นไม่มีขโมย..ขโมยนั้นมีอยู่ทั่วไปทุกแห่งที่มีคนอาศัยอยู่ ใครเคยไปต่างประเทศและต้องมาฟังบรรยายสรุปที่จั๊สแมคจะต้องจำได้ ผู้บรรยายจะบอกเสมอว่าในสหรัฐฯก็มีขโมย..There also have Khamoy in USA.

 

๒. หนูอาจถูกเลิกจ้างเพราะลุงก็ได้..- สวมรองเท้าเถอะค่ะ.

เชื่อสิครับ.เพราะตอนที่ผมเดินเที่ยวในเมืองบางแห่งยังมีการนำโซ่มาคล้องสิ่งของที่มีค่าไว้กับเสาด้วยน่ะสิ ! ภาษาทหารเขามักจะสอนว่า..ถ้ามีคนสองคนขึ้นไปจะต้องมีขโมย..ไม่เชื่อก็ให้อ่านตรงนี้..เย็นวันหนึ่งภรรยาผมไปซื้อกับข้าวที่ตลาดใกล้ๆบ้าน. และก่อนกลับบ้านเธอมักจะเข้าไปใช้บริการในร้านเซเว่น. แต่ไม่ได้ถอดรองเท้า. เธอซื้อปลาซาบะมาด้วย ๑ ตัวตามที่ผมสั่งก่อนไป พอกลับมาถึงบ้านเธอนิ่งเฉยแบบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะเกรงว่าผมจะดุ..ระหว่างที่เธอกำลังเลือกอาหารเช้าให้ผมนั้น  มีมือโปร..ไม่ใช่นักก๊อล์ฟ..แต่เป็นขโมย. มาชวนน้องซาบะไปว่ายน้ำที่อื่น..เธอตอบเสียงอ่อยๆหลังจากที่ผมคาดคั้น..แน่นอนครับผมต้องดุเธอสิครับ..เพราะผมบอกเธอเสมอๆว่า..จะซื้ออะไรในนั้นควรซื้อให้เสร็จแล้วจึงซื้อกับข้าวก่อนจะเดินกลับบ้าน..ถ้าทำตามที่ผมว่า..มันจะหายตอนไหนล่ะ ? หลายคนมักไม่ค่อยคิดเพราะผมเห็นบ่อยๆ..บางคนซื้อของหนักแล้วเดินเลือกของทั่วตลาด..จึงกลับบ้าน. ทำไมไม่ซื้อของเบาๆไปเรื่อยๆพอใกล้กลับ..

 

๓. ปลาซาบะเหมาะกับข้าวสวยร้อนๆ.

จึงซื้อของหนักแล้วหิ้วกลับบ้าน..โดยไม่ต้องตระเวนโชว์และหนักไปทั่วตลาด..เออพอผมสอนบางคนก็เอาแต่บ่น..พอเจอเหตุการณ์ไม่ดีเข้ากลับมาบอกว่าเออ..ผมเชื่อพี่ทีแรกเสียก็ดีแล้ว.นี่ถ้าลูกค้าต้องถอดรองเท้าโดยพร้อมใจกันแบบไม่มีปัญหาใดๆ  แต่ปัญหาจะต้องเกิดกับพนักงานทำความสะอาดเพราะ.ถ้าไม่มีใครสวมรองเท้าเข้ามาพื้นที่ต่างๆก็จะไม่สก ปรก..ทีนี้เจ้าของกิจการก็ต้องหาทางเลิกจ้างพนักงานทำความสะอาดเสียเลย. ยิ่งช่วงที่เจ้าของกิจการจะต้องเพิ่มเงินเป็นวันละ ๓๐๐ บาท  ตามประกาศของทางรัฐบาล.  ถ้าไม่เลิกจ้างโดยตรงก็อาจจะลดจำนวนลงได้ เห็นข้อเสียที่อาจจะเกิดจากการถอดรองเท้าของลูกค้าหรือยัง ? ช่วงแรกที่ลุงคนดีท่านนี้ยังถอดรองเท้าอยู่เพียงผู้เดียวนั้น..ท่านอาจจะไม่ทราบมาก่อนว่าขณะที่เท้าท่านสัมผัสพื้น บรรดาไวรัสหรือเชื้อโรคต่างๆอาจจะหาทางกระโดดขึ้นมาบนพื้นที่ใต้ฝ่าเท้า หรือหลังเท้าของลุงก็ได้..คิดแล้วข้อเสียน่าจะมีมากกว่าข้อดีครับ.หรือลุงว่าไม่จริง.  นอกจากเรื่องของลุงแล้วที่จริงผมพบกับเรื่องแบบนี้ทุกครั้งที่ไปร.พ.  ก่อนขึ้นชั่งน้ำหนักจะมีป้ายเขียนว่า..กรุณาถอดรองเท้า..

 

 

๔. เครื่องชั่งน้ำหนัก  - แหล่งที่เชื้อโรคชอบหลบอยู่.

ผมมิใช่คนดื้อด้านแต่ผมมักจะไม่ถอดรองท้า..สาเหตุหลักคือถอดและใส่ไม่สะดวก..สาเหตุที่สำคัญกว่านี้คือคนที่มาร.พ.และมาชั่งน้ำหนักนั้น..ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นโรคผิวหนังหรือไม่ ? ถ้าเราต้องถอดรองเท้า.แม้จะสวมถุงเท้า..ก็มิใช่ว่าจะป้องกันได้. เอ..หรือกลัวว่าหมอรักษาโรคผิวหนังจะตกงาน..เชื้อโรคทั้งหลายต่างจ้องจะกระโดดมาเกาะคนไข้อยู่แล้ว..และผมคิดว่าคนที่ออกกฎนั้นไม่เคยคิดหรืออาจจะคิดก่อนแล้ว..แต่คงยังไม่เคยมาชั่งน้ำหนักเครื่องเดียวกับที่ผู้ป่วยมาใช้ก็เป็นได้.บริเวณที่เหยียบเท้าของเครื่องชั่งน้ำหนักนี่แหละ ! เป็นแหล่งเชื้อโรคที่ดี..คราวต่อไปถ้าต้องใช้เครื่องชั่งแบบสาธารณะโปรดระวังให้มากๆ..รักน๊ะเด็กโง่ !เรื่องที่จะพูดต่อไปเป็นเรื่องของการออกกฎ และการจำกัดความเร็วขณะขับรถ   ในพื้นที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นนอกหรือภายในค่ายทหาร..อันนี้พบเห็นเป็นประจำครับ  ใครมีอำนาจสั่งก็สั่งไปเรื่อยเปื่อยว่า.ห้ามขับรถเร็วเกิน ๔๐ ก.ม.ต่อชั่วโมง..ผมอยากถามว่าไอ้คนห้ามนั้น มีความรู้เรื่องรถดีแค่ไหน ? ถนนบางช่วงยาวกว่า ๓ กม.

 

๕. หน้าปัดวัดความเร็ว. - ที่ถูกกำหนดให้ไปช้า.

ถ้าต้องใช้ความเร็วเพียง ๓๐-๔๐ก.ม.ต่อช.ม.จริงๆก็ไปได้ครับแต่..ผมกำลังจะบอกว่า..ใครที่ใช้ความเร็วเท่าที่กำหนด..ท่านกำลังทำลายรถตัวเองเพราะการใช้ความเร็วต่ำ..ภาษารถเขาเรียกว่าวิ่งรถลากเกียร์ * ความเร็วรอบเครื่องกับความเร็วจริงไม่เท่ากัน.ที่เรียกว่าความเร็วสัมพัทธนั่นแหละ ! ใครเคยดูสมุดคู่มือรถมาแล้วต้องเข้าใจดี..เพราะจะมีการอธิบายในตารางความเร็วว่า..เมื่อใช้เกียร์หนึ่งความเร็วต้องอยู่ที่.ประมาณ ๕ - ๒๐ก.ม./ ช.ม. พอถึงระยะก็จะต้องเปลี่ยนไปที่เกียร์สอง ประมาณ ๒๐-๔๐ ก.ม./ช.ม.พอถึงระยะต้องเปลี่ยนไปที่เกียร์สาม ประมาณ ๔๐-๖๐ แล้วไปที่เกียร์สี่-เกียร์ห้าตามลำดับ..แต่นี่พี่แกกำลังบังคับให้ผู้ใช้รถทำลายรถตัวเองโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เอ๊ะถ้าผมว่า..โง่.จะแรงไปไหม ? ที่จริงไม่น่าแรงหรอกครับ..ก็ยังไม่เกิน ๔๐ ก.ม./ช.ม.เลยไม่ใช่หรือ ? ใครก็ตามที่เคยออกกฎเช่นนี้ไว้จนจำไม่ได้แล้ว  ถ้าอายก็ให้บอกผู้ใต้บังคับบัญชา.ลูกน้องนั่นแหละ !  เพิ่มความเร็วขึ้นอีกสักนิด..จะได้พังช้าลงหน่อยเพราะรถเดี๋ยวนี้มิใช่ราคาถูกๆ..

 

๔. พี่..ผมมาเร็วไปหน่อย.. - ไม่เป็นไรเดี๋ยวประกันมา..

บ่อยครั้งที่ผมเห็นสภาพรถที่ชนกันแล้ว..เสียดายแทนจริงๆครับ บางรายยังป้ายแดง บางรายยังค่อนข้างใหม่พอพังยับก็ต้องก้มหน้าก้มตาผ่อนกันโดยไม่มีรถใช้..ผมเองแม้จะเป็นรถมือสองแต่ผมใช้เขาอย่างทะนุถนอม เรื่องการขับเร็วน่ะเหรอ ? ไม่น่าถาม..มันต้องมีบ้างสิครับ. เรื่องการดื่มแล้วห้ามขับก็เช่นกัน..จะว่าดีมันก็ดีครับแต่ไม่ควรให้ผู้ที่ดื่มเดือดร้อน ผมพูดเช่นนี้เพราะผมเห็นว่าพวกที่ออกระเบียบนั้น มักเอาเปรียบผู้ดื่มเสมอ..แปลกที่พวกสิทธิมนุษยชนมักจะหายตัวไปไหนหมด ?ไม่ออกมาปกป้องเลย ! พวกเอ็งมีคนขับรถให้นั่งนี่หว่า ! จึงนึกจะออกกฎอย่างไรก็ได้..ถ้าอยากเอาอย่างต่างชาติที่เจริญแล้วทำไมไม่ทำตามเขาทุกกระเบียดนิ้วล่ะครับ ?  บางประเทศเขาจะนำตัวผู้ขับลงมาเดินไปตามเส้นที่ขีดไว้ถ้าไม่ออกนอกเส้นถือว่าไม่ผิดแต่อย่างใด ? มิใช่เรียกจอดแล้วมาเป่ากันเลยคนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังไงๆมันก็ต้องเป่าไม่ผ่านทั้งนั้น..เคยเห็นไหมว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ช่วงหลังๆ..กับรถตู้บ้าง รถบรรทุกบ้าง..เพราะคนขับหลับในต่างหาก.. 

๕. เป่าแรงอีกนิด. - เฮ้ย ! อมเฉยๆขึ้นตั้งร้อยกว่าเลยหรือนี่ ?

แล้วเลิกหลอกเสียทีครับที่ว่า..ดื่มเบียร์ได้ ๑ แก้ว ดื่มเหล้าได้ ๑ เป๊กจึงจะเป่าผ่าน..ลองเอาเครื่องเป่า มารอไว้หน่อยสิครับพอดื่มแล้วเป่าเลยดูสิว่า..จะผ่านหรือไม่ ? ผู้ที่ดื่มแล้วขับรถนิ่มกว่าเดิมก็มีเยอะแยะไม่เห็นเคยเกิดอุบัติเหตุเลย..แน่นอนถ้าต้องเป่า..ยังไงๆก็ไม่ผ่าน..อยากบอกถึงจนท.ว่าควรใช้สามัญสำนึกบ้างในการตรวจเป่าคนขับรถ..ผมชอบเอาคำพูดของนายพลเรือท่านหนึ่ง..จากกองทัพเรือไทย.ท่านบอกว่าคนเราเป็นผู้ออกกฎดังนั้นกฎต่างๆจึงควรผ่อนหนักผ่อนเบาได้บ้าง..มิใช่ทำตัวซื่อเหมือนสัตย์ -ว์ - คำหลังนี้รองผบ.กองฯชอบพูดกับผมเสมอ..น่าเสียดายที่แกรีบไปเกิดเสียก่อน..ใครมีใบขับขี่บ้าง ?เคยทราบไหมว่าที่จริงใบขับขี่นั้นเขาห้ามมิให้หุ้มพล๊าสติคใดใดเพราะ.ถ้าเราทำผิดครั้งแรกทางจนท.จะทำการบันทึกไว้ที่ด้านหลัง. สมัยใหม่อาจจะไม่มีช่องที่ว่านี้แล้วก็ได้. ใบขับขี่ของผมเป็นแบบตลอดชีพเพิ่งทำมาหมาดๆเมื่อปี ๒๕๑๘นี่เอง ! ใบขับขี่ของผู้เขียนอาจจะล้าสมัยไปแล้วก็ได้เพราะปัจจุบันนี้..อยากบอกแบบภาษาพ่อขุนฯว่า โคตรง่าย ถ้าจะทำกันจริงจัง..

 

๖. ใครทำผิดกฎจราจร.  - บันทึกข้อมูลไว้ได้ทันที.

บันทักความผิดแล้วออนไลน์ไว้เพื่อตรวจสอบได้ตลอด  ผมว่าคนขับรถจะกลัวและประคองการขับรถให้ดีขึ้นกว่าเดิมก็ได้  ไอ้เรื่องทำผิดแล้วปรับนั้นมันไม่น่าจะแก้ไขอะไรได้มากนัก..หลายคนคิดว่ายังไงๆก็มีเงินจ่ายเว้ย ! คืนก่อนผมเสียเวลานั่งฟังนายแพทย์และนายตำรวจออกมาพูดว่า..ต่อไปจะเอาจริงเอาจังกับบรรดานักดื่มที่ชอบนั่งดื่มท้ายรถกระบะ หรือดื่มในรถ ไม่เป็นการลิดรอนสิทธิของเขาหรือครับ จ้าวนาย..คนดื่มเขาไม่ได้ขับนี่หว่า !ฟังไปได้สักพักก็พบว่าชักจะไม่เข้าท่าเสียแล้ว พอพิธีกรถามว่า..จะเอากันจริงๆหรือครับ ?เรื่องหมวกกันน๊อคยังไม่เห็นสวมใส่กันอย่างจริงจังเลยนี่นา..นายตำรวจ ท่านนั้นพูดอย่างจริงจังเหมือนกันว่าตำรวจเรามีไม่พอ..ถุย ! แล้วยังจะหน้าด้านไปตรวจจับคนดื่มเหล้าในรถอีกหรือท่านผู้การ... เรื่องสุราและยาสูบนั้น มีการพูดกันมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว..แต่ยังไงๆก็คงแก้ไขได้ยากเพราะหลายฝ่ายมีผลประโยชน์ในการซื้อ - ขายร่วมกันหรือแม้กระทั่งหุ้นลม..ถ้าจะแก้ไขให้อุบัติเหตุ เป็นศูนย์หรือติดลบ..ก็แล้วแต่จะคิด. ควรยกเลิกมิให้มีการขายสุราและยาสูบไปเสียเลย. ทำได้ไหมล่ะ ? หรือเกรงว่ากำไรต่างๆจะเป็นของผู้นำเข้า..

 

๗ . แม่โขงยอดสุราไทย.

พูดเรื่องพวกนี้ทีไร ?ได้แต่เศร้าใจเพราะยังไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนเอากันอย่างจริงจังกันเลย..เวลาเลือกตั้งหาเสียงดูสิ..พี่แกสาธยายได้ทุกเรื่อง..พอหลังเลือกตั้งเป็นแบบนั้นไปหมด..ครั้งหน้าถ้ายังหายใจอยู่..อยากเลือกพรรคยาจก..เผื่อหัวหน้าพรรคจะเข้าใจชีวิตคนหาเช้า-กินค่ำกับเข้าบาง..ต้องรีบจบก่อนครับเดี๋ยวจะออกไปไม่ทันคิวแรก.

สวัสดีครับ.

โตนี่ - ฟาง.

๒๐ พ.ค.๕๕