เสียงปลาดิ้นทรมานดังคลักๆไปกับดินโคลน

 

อากาศร้อน(มากๆ)ช่วงนี้ + ฝนที่ไม่ตกมา 1 เดือนแล้วทำให้น้ำในท้องร่องแห้งปลาตกคลักตายจำนวนมาก หนูถามเตี่ยว่าทำไมต้องเรียกว่าปลาตกคลัก ท่านบอกว่าพอเริ่มไม่มีน้ำ ดินโคลนจะเริ่มจับตัวปลาแน่นเวลามันดิ้นจะเกิดเสียงดังคลักๆ ................................อ๋ออย่างนี้นี่เอง

เตี่ยเห็นก็อดสงสารเจ้าปลาพวกนี้ไม่ได้จึงต้องลงงมปลา(ใช้มือล้วงในดินโคลนไปเรื่อยๆพอถูกตัวปลาก็จับขึ้นมาใส่ถังน้ำเพื่อนำไปปล่อยในแหล่งน้ำอื่นต่อไป)

แต่ปลาเจ้ากรรม! บางตัวทนความร้อนไม่ไหวตายเสียก่อนทำให้ดินโคลนเหม็นเน่ามาก หนูจึงยืนอยู่ริมฝั่งถ่ายรูปเฉยๆ(ช่างเป็นลูกที่ดีเสียจริง)ไม่ลงไปช่วยเตี่ยจับปลา ท่านจึงต้องก้มหน้าก้มตาทำต่อไปคนเดียว แต่แล้วอยู่ดีๆท่านตะโกนบอกว่าเฮ้ย!!!................. งู แล้วผละตัวออกกมาจมลงไปในโคลนเสียครึ่งตัว แต่แม่ลูกสาวแสนดีวิ่งแนบไปโน่น

เสียงหัวเราะก็เกิดขึ้นโดยไม่ต้องนัดหมาย

ต้องขอบคุณเจ้างูที่ทำให้หนูกับเตี่ยได้ยิ้มอีกครั้ง

“หนูอยู่สูงกว่าเตี่ยต้องเยอะทำไมวิ่งหนีไปเสียไกลเชียว”

“โถ่เตี่ยจ๋า  ก็ดันเหวี่ยงมือมาทางนี้ หนูก็นึกว่าเตี่ยจับขึ้นมาแล้วเหวี่ยงมาที่หนู”

“จับมันได้รึ ไม่รู้ว่างูอะไรเดี๋ยวมันกัดเอา ตาขาวจริง!”

สุดท้ายเตี่ยต้องเปลี่ยนแอ่งใหม่เพราะกลัวงูจะทำร้ายเอา และช่วยปลาตกคลักได้มากกว่า 50 ตัว

หนูขออนุโมทนาด้วยคนนะจ๊ะเตี่ยจ๋า  (แม่บอกบุญไม่ทำแต่อยากจะได้บุญ)