เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน (๒๐ - ๒๒ เม.ย.๕๕) ดิฉันมีโอกาสได้เข้าไปคลุกคลีตีโมงกับกิจกรรมสร้างชุมชนเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ ที่ทางมูลนิธิสดศรีสฤษฎิ์วงศ์ และมูลนิธิสยามกัมมาจลร่วมกันเป็นโต้โผจัดขึ้นที่ โรงแรมทาวน์อินทาวน์ กรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง

 

กิจกรรมสร้างชุมชนเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ ๓ แล้ว  หลังจากจบเวทีที่ ๒ อาจารย์วิจารณ์ได้ตั้งเป้าหมายหลักของการจัดกิจกรรมในเวทีสุดท้ายเอาไว้ว่า “จะทำให้เวทีเสวนา ลปรร.กันบนฐานความคิดใหม่ คือ 21st Century Learning ให้จงได้”

 

สมาชิกครูเพื่อศิษย์กลุ่มนี้ เป็นสมาชิกกลุ่มแรกที่มีมาเข้าร่วมกับโครงการฯ ด้วยความสมัครใจ และเพราะเวทีนี้เป็นเวทีสุดท้ายของครูเพื่อศิษย์รุ่น “หวังผล” คณะผู้จัดจึง “จัดเต็ม” และเปิดโอกาสให้สมาชิกได้เรียนรู้กันอย่างเต็มอิ่ม จำนวนกระบวนกรจึงหนาแน่นพอๆ กับจำนวนสมาชิกที่มาเข้าร่วมเลยทีเดียว

 

ในวันที่ ๒๐ ดิฉันได้รับมอบหมายให้สร้างความเข้าใจเรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบ PBL ในขั้นการฝึกมีคุณครูจากโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ได้แก่คุณครูต๋อย คุณครูยิ้ม คุณครูอ้อน และครูใหญ่วิเชียร เข้ามาช่วย

 

วันที่ ๒๑ สร้างฐานเรียนรู้เรื่องของการตั้งคำถาม และการทำความเข้าใจเรื่องกระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑

 

วันที่ ๒๒ ตั้งวงฝึก ครู Fa (facilitator) ให้มีทักษะในการอำนวยวง การตั้งคำถาม และการจดบันทึก

 

วิธีการของของดิฉัน คือ จัดประสบการณ์ให้สมาชิกได้พบกับการ “สอนน้อย เรียนมาก” ด้วยตนเอง หรือที่อาจารย์วิจารณ์ฝากประเด็นเอาไว้ว่าครูต้องได้เรียนรู้จากการ “ฝึก” ไม่ใช่ “ฟัง” นั่นเอง

 

วันแรกของเวที (๑๙ เม.ย.) อาจารย์เอ็ม – มณฑล จัดให้ครูไปลงพื้นที่ที่วัดดวงแขเพื่อจะได้มีประสบการณ์ในการ “มองเห็นตัวเอง”จากกิจกรรมการเล่านิทานให้เด็กในชุมชนฟัง และ “เข้าใจคนอื่น” จากการได้ไปเห็นวิถีชีวิตของชาวชุมชน

 

ดิฉันเข้ามาร่วมจัดกิจกรรมในวันที่ ๒๐ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่สอง ในการพาให้ครูที่มีประสบการณ์ในการทำโครงงานบ้างแล้วได้รู้จักกับ PBL ดียิ่งขึ้น และมีแง่มุมในที่จะเก็บเกี่ยววิธีคิดได้ลึกขึ้น เชื่อมโยงไปสู่กระบวนการการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ได้มากขึ้น 

 

ดิฉันจัดให้ครูได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Fireflies : the river of light  และชวนกันวิจารณ์ภาพยนตร์ด้วยแว่นตาของกรอบคิดเรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งเป็นแนวทางที่ดิฉันได้เคยทดลองใช้กับกลุ่มครูในเวที ClassStart (จัดขึ้นก่อนหน้าเวทีนี้ ๒ วัน) และพบว่าได้ผลดีมาแล้ว

 

เมื่อคุณครูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิด และเห็นกระบวนวิธีจากตัวอย่างที่ชัดเจนแล้ว ลำดับต่อไปก็คือ จัดประสบการณ์ให้ครูได้ร่วมคิดโจทย์ PBL เป็นกลุ่ม โดยการนำเอาโจทย์ที่ครูคิดให้เด็กเรียนรู้จากการลงพื้นที่ที่ชุมชนวัดดวงแข มาจัดกลุ่มความสนใจร่วม แล้วให้ครูแต่ละกลุ่ม ที่มีสมาชิกประมาณ ๓ - ๔ คน ฝึกคิดโจทย์ PBL ซึ่งหลอมรวมเอาความคิดของทุกคนเข้ามา เพื่อสร้างเป็นโจทย์ใหม่ และคิดกระบวนวิธีที่จะเรียนรู้ร่วมกันเพื่อให้บรรลุโจทย์นั้น

 

ในการฝึกปฏิบัติครั้งนี้ มีคณะครูจากโรงเรียนลำปลายมาศ ที่เป็นมือหนึ่งด้านการจัด PBL มาช่วยเป็นโค้ชให้กับทุกกลุ่มด้วย

 

ก่อนรับประทานอาหารเย็นครูใหญ่วิเชียร ไชยบัง ได้มารับฟังการนำเสนอ และฝากประเด็นคิดที่มีคุณค่าต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามแนวทางของ PBL นั่นคือ

  • เริ่มกระบวนการด้วยการตั้งคำถาม
  • โจทย์ดีๆ จะเกิดจากการได้ไปปะทะจริง อารมณ์ที่ติดตามต่อมาคือความกระอักกระอ่วน ต้องการหาทางออก ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องช่วยกัน
  • เด็กที่เคยแก้โจทย์ลักษณะนี้มาก่อน จะไม่ตื่นกลัวกับปัญหา แต่จะเห็นปัญหาเป็นเรื่องสนุก มัน ท้าทาย
  • ถ้าเด็กไม่ได้ปะทะจริง เมื่อจบโครงงานก็คือจบ จะไม่มีปัญหาอะไรที่เขาอยากจัดการ อยากเอาชนะ ต่างจากการเผชิญกับปัญหาจริงที่เขาจะพยายามทำทุกรูปแบบ ต้องใช้พลังของคนหลายๆ คน เมื่อเขาได้ลงมือทำ ทักษะก็จะค่อยๆ มา
  • การเผชิญหน้ากับปัญหา จะทำให้เกิดการเสียสมดุล การตั้งคำถามกับตัวเอง และความกระหายอยากแก้ปัญหา
  • หน้าที่ของครูคือ พาเด็กไปพบสถานการณ์จริง บอกสิ่งที่ควรบอก แต่จะไม่สรุปให้
  • การปะทะคือการสร้างแรงบันดาลใจ เมื่อเขาได้ลงมือทำจริงเขาก็จะได้เผชิญกับปัญหาไปเรื่อยๆ
  • การปะทะถ้าสร้างขึ้น บาดแผลจะไม่ลึก มีอยู่คราวหนึ่งพาเด็กไปเดินป่า เจอคนตัดต้นไม้ เด็กรู้สึกกระอักกระอ่วน อยากทำอะไรกับป่า ในที่สุดก็คิดทำโครงการที่มีชุมชนเข้ามาเกี่ยวข้อง มีการทำกันต่อกันไปรุ่นต่อรุ่น
  • ถ้าทุกแววตามีประกาย เราก็รู้ว่าแรงบันดาลใจนั้นแรงพอ แต่ก็มีบางคราวที่เราต้องหยุด เพราะเขาก็ไม่สนุก เราก็ไม่สนุก