เยื้อสีแดงในลูกฟักข้าวเมื่อแยกออกจากเมล็ดแล้วเรานำมาทำอาหารได้อีกคือทำน้ำฟักข้าว ซึ่งใครทำขายก็จะขายดี เพราะหาดื่มได้ไม่ง่ายนัก และไม่ค่อยมีใครทำขาย อาจจะหาลูกฟักข้าวมาทำไม่ได้ และบางคนไม่รู้จักเลย ไม่เคยเห็น ไม่ทราบว่าจะกินอย่างไร เพราะส่วนใหญ่ทราบแต่ว่ากินยอดและลูกอ่อนๆเท่านั้น ลูกแก่ปล่อยให้สัตว์ต่างๆได้กิน หล่นใต้ต้น เมื่อเราทราบประโยชน์กันบ้างแล้ว หากพบเจอ หรือมีเนื้อที่ดินในบริเวณบ้านปลูกได้ก็จะดีมาก เพราะได้ใช่ประโยชน์ตั้งแต่ยอดจนถึงรากเลยทีเดียว สรรพคุณประโยชน์ได้บอกกล่าวไว้บ้างแล้วนะคะ ที่บันทึก ฟักข้าว ยอดอ่อน ลูกอ่อน ฯและบันทึกฟักข้าวแก่นำมาหุงข้าว ฯ บันทึกนี้นำน้ำฟักข้าวและไอติมที่เราทำกันได้เองมาฝากค่ะ
ฟักข้าวแก่ที่สุกจากต้นหรือนำมาวางไว้ให้สุก
ใช้มีดผ่าครึ่งลูก ใช้ช้อนตักเมล็ดสีแดงออกมาใส่ภาชนะที่กว้าง เพื่อคั้นเยื้อสีแดงออกจากเมล็ด ใส่น้ำลงไปพอประมาณใช้มือขย้ำหรือใช่ช้อนซ้อม หรือที่ตีไข่ ทำให้เยื้อสีแดงหลุดออกมา เมื่อหมดแล้วกรองด้วยกระชอนหรือผ้าขาวบาง
น้ำเยื้อฟักข้าวต้มสุก
นำน้ำที่คั้นได้นั้นเทใส่หม้อ ถ้าข้นมากเพิ่มน้ำลงไปพอประมาณ ตั้งไฟให้เดือดพอสุก แล้วปิดไฟพอเย็น เพิ่มความหวานโดยใส่น้ำผึ้ง(ควรใส่เมื่อน้ำฟักข้าวเย็นหรืออุ่นๆ สารอาหารจากน้ำผึ้งจะได้อยู่ครบ) หรือน้ำเชื่อมหรือน้ำตาลทรายแดง(จะใส่ตอนต้มก็ได้) หวานมากน้อยแล้วแต่ชอบ
น้ำผึ้งรอน้ำฟักข้าว
ใส่แก้วหรือใส่ขวดแช่เย็นก่อนดื่มหรือจะดื่มทันทีก็ได้
เมื่อแช่เย็น อยากเพิ่มความเปรี้ยวก็บีบมะนาวลงไปใส่เกลือนิดๆ การเพิ่มรสเปรี้ยวให้กับน้ำฟักข้าว ได้สารอาหารจากผลไม้อื่นเพิ่มอีก และจะได้มีกลิ่นหอมเพิ่มขึ้น ผลไม้รสเปรี้ยวที่เพิ่มได้ เช่น เสาวรส สับปะรด มะเฟือง ฯลฯ การจะกรองกากออกหรือไม่แล้วแต่ผู้ดื่มนะคะ
น้ำฟักข้าวใสน้ำผึ้ง
ถ้าเราทำน้ำเยื้อสีแดงไว้มากดื่มไม่หมด แบ่งทำไอติมแบบง่ายๆก็ได้ค่ะ โดย เพิ่มน้ำผึ้งหรือน้ำตาล หรือรสเปรี้ยว ให้มากขึ้น ชิมดูก่อนว่าอร่อยหรือยัง แล้วเทใส่ภาชนะหรือพิมพ์ไอติม นำไปแช่แข็ง
ไอติมแบบง่ายๆทำได้เอง อากาศร้อนๆก็ชื่นใจได้ไม่น้อย เพียงแต่ต้องรีบให้หมดแท่งสักหน่อย เพราะเราไม่ได้ใส่สารคงตัว และไม่ได้ใช่เครื่องปั่นทำไอศกรีม

น้ำฟักข้าว กับ เสาวรส ใส่ น้ำผึ้ง
น้ำฟักข้าวจะข้น-จะใสอยู่ที่เราชอบนะคะอยู่ที่การเติมน้ำลงผสม การจะกรองกากผลไม้หรือไม่ก็เช่นกันไม่ว่าจะทำน้ำผลไม้อะไรดื่มเอง หากต้องดื่มแบบไม่สะดุดก็ควรกรอง แต่ต้องการกากใยจากผลไม้ เราก็อาจนำไปปั่นให้ละเอียดอีกครั้งก่อนเทใส่แก้วก็ได้ ถ้าทำมากก็ใส่ขวดแช่เย็นไว้ดื่มได้ทั้งวัน ถ้าไม่แช่เย็นชอบใส่น้ำแข็งก็ต้องเพิ่มความหวานให้มากขึ้น เวลาใส่น้ำแข็งๆละลายจะได้ไม่จืดจนเกินไป ยังมีไอติมฟักข้าวอีกสูตรแล้วจะนำมาฝากอีกค่ะ
ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี
ขอบคุณมากค่ะ..สาระพัดเมนูที่น่าสนใจ..
น่ากินจังเลยครับ ร้อนร้อนแบบนี้สักไม้ท่าจะดีครับ
สวัสดีค่ะ
คุณพี่ใหญ่
ดารอต้นที่บ้านคุณพี่ใหญ่ออกดอกออกลูกนะคะ
คุณพ่อน้องซอมพอ
ได้ปลูกหรือยังค่ะ มีลูกแก่แล้วไว้ทำไอติมให้น้องซอมพอชิมนะคะ
น้องติ๋ม
แช่เย็นแล้วดื่มชื่นใจมากค่ะ
สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ดอกไม้และกำลังใจที่มอบให้
บันทึก น้ำฟักข้าวและไอติมฟักข้าว สมุนไพรสีแดงได้ประโยชน์ดีต่อสุขภาพ
ดูสวยงาม สีน่าดื่มนะคะ คิดว่าคงอร่อยค่ะ ดิฉันไม่เคยเห็นตัวจริงของฟักข้าวค่ะ
อยากทานบ้างค่ะ
ถ้าจะอร่อยนะค่ะ
ตอนแรกที่เห็นสวยแปลกมากค่ะ
และไม่รู้จักเลยค่ะ
สวัสดีค่ะ
คุณBright ฯ
ผสมกับเสารสยิ่งอร่อยมากค่ะ ถ้าพบฟักข้าวลองมาทำนะคะ ถ้าไม่ทำน้ำหรือไอติมนำมาทำแยมไว้ทาขนมปังก็อร่อยค่ะ
คุณBonnie
เพิ่มความหวานหรือรสเปรี้ยวจากผลไม้อื่นๆ จะทำให้อร่อยมากขึ้น ฟักข้าวเป็นพืชที่น่าจะมีการแจกเมล็ดพันธุ์ให้ปลูกกันได้มากขึ้น หลายๆที่ๆปลูกปล่อยเมล็ดหล่นทิ้งโดยไม่นำมาใช้ประโยชน์เลยน่าเสียดายที่ชาวไทยเรารู้จักกันน้อยมาก ทั้งๆที่ประเทศเพื่อนบ้านเรานำไปหุงข้าวเป็นข้าวมงคล คือเวียตนาม
ได้ลูกฟักข้าวมาหนึ่งลูกค่ะ มาเปิดอ่านสูตรของพี่กานดาเพื่อทำตามค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ :)
สวัสดีค่ะน้องอ.จัน
ค่ะ ลูกแก่จัดหรือเปล่า เก็บเมล็ดไว้เพาะนะที่พี่ให้ไปเพาะหรือยังค่ะ ขึ้นต้นไหม ตอนนี้พี่ดาก็คิดจะช่วยฟักข้าวอย่างไรดี ต้นที่ปลูกกองดินบนพื้นปูนนั้น ออกลูกเล็กแต่ร่วงหมดเพราะกำลังไม่พอรากไม่ได้ลงดิน หาทางแก้อยู่ค่ะ แล้วขึ้นเองอีกหลายต้นจากเมล็ดที่คิดว่าไม่แก่ทิ้งลงพื้น
วันก่อนน้องป่านเปิดให้พี่ดาดู รายการทำอาหารเชฟกระทะเหล็กเชฟเวียตนามแข่ง กับ เชฟไทยในหัวข้อใช้ฟักข้าวทำเป็นของหวาน เชฟไทยนำเยื่อสีแดงฟักข้าวมาเป็นสีของทับทิบกรอบ ฯ ส่วนเชฟเวียตนามนำเยื่อสีแดงมาปั้นกับแป้งทำเป็นขนมสาคู ฯ เชฟไทยชนะค่ะ ดูแล้วก็คิดถึงบันทึกที่พี่ดาเขียนไว้
เพาะยังไม่ขึ้นค่ะพี่ ลูกได้จันได้มาเป็นลูกแก่ค่ะจันเก็บเมล็ดไว้แล้วเตรียมเพาะค่ะ
ถ้าเพาะลงดินลดน้ำไว้ตลอดนะคะใช้เวลาหลายวันก่อนจะขึ้น หากไม่ได้แช่น้ำหรือกระเทาะเปลือก ช่วยลุ้นให้ขึ้นค่ะ