อันเนื่องมาจากบันทึกนี้ของลุงเขียวมรกต แลกเปลี่ยนเรียนรู้การออกแบบKVการผลิตปาล์มน้ำมัน ผมได้มีโอกาส ลปรร.กับต่างหน่วยงาน ในการทำงานที่จะต้องนำการจัดการความรู้เป็นเครื่องมือในการทำงานตามตัวชี้วัดของ กพร.
ผมออกตัวก่อนเลยว่าผมไม่ใช่ผู้รู้ ไม่ใช่ผู้บริหารที่จะสั่งอะไรใครได้แต่ผมเป็นคนทำงานคนหนึ่งแค่นั้นเอง เรื่องตัวชี้วัดอะไรนี่ก็ไม่ค่อยสันทัด เพราะตามปกติก็ทำงานตามหน้าที่แค่นั้น
สิ่งที่พบและได้เรียนรู้ในเวทีการประชุมในวันนั้นก็คือ
-
การฟังอย่างยกย่องชื่นชมนั้นยังเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ง่ายนัก...
-
เรายังยึดติดอยู่กับขั้นตอน หรือกรอบตัวชี้วัดต่างๆ ที่วางไว้แบบเอาเป็นเอาตาย โดยที่ไม่ได้ดูให้มันเป็นไปตามธรรมชาติของการทำงาน (ติดกับดักที่ตัวเองขุดเอาไว้)
-
แม้จะรู้ว่าการจัดการความรู้เป็นเพียงเครื่องมือ ไม่ใช่เป้าหมาย แต่เอาเข้าจริงก็ยังเห็นว่าการจัดการความรู้หรือกิจกรรมต่างๆ เป็นเป้าหมายอยู่ดี
-
ทีมงานนั้นคงเกิดขึ้นได้ยาก หากยังแบกตำแหน่งกันอยู่ แล้วพยายามจะให้มีคนสั่งการ และมีคนคอยทำตามคำสั่ง บรรยากาศอย่างนี้ทีมทำงาน/การจัดการความรู้เกิดยาก
-
ความเป็นทางการยังมีอยู่ แม้จะพยายามชี้ให้เห็นและคอยสะกิดเตือน อันนี้ทีมงานและบรรยากาศการ ลปรร.ก็ไม่เป็นธรรมชาติเช่นกัน
-
ยังคงมีหลายท่านมองเห็นว่าการจัดการความรู้เป็นงานใหม่ และเป็นการเพิ่มภาระงาน อันนี้ต้องจับเข่าคุยกันนานๆๆ
-
ผมเล่าว่านำการจัดการความรู้มาเป็นเครื่องมือในการทำงานแล้วทำให้เราทำงานอย่างมีความสุข เพราะได้ใช้ศักยภาพของคนทำงานอย่างเต็มที่ มีท่านหนึ่งบอกว่าเพิ่งเคยได้ยิน...เพราะมักจะได้ยินแต่ว่ามีงานเพิ่ม (งานงอก..อันนี้ผมเพิ่มให้ครับ)
-
......มีอีกหลายอย่างที่ได้เรียนรู้และเข้าใจ แต่ขอเก็บไว้ในใจครับ อิอิ
-
........
วันก่อนไปประชุม UKM ได้เจอกับคุณภีมด้วยค่ะพี่ คุณภีมก็เล่าเช่นเดียวกันกับพี่ค่ะ หน่วยงานราชการมากมายที่หลงไปยืดกับตัวชี้วัดจนลืมผลแท้จริงที่ได้จากการทำการจัดการความรู้นั่นคือ การพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กรนะคะ มาช่วยกันฟื้นฟู KM ประเทศกันดีกว่าค่ะพี่ :)
โอเคเลยค่ะ ;)
สวัสดีครับ คุณน้องสิงห์