การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีกับความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันทั้งระบบ


เมื่อกลับบ้านเกิดที่บ้านตาลิน อำเภอหนองบัว นครสวรรค์ แม่ได้ชวนผมไปกราบแม่ใหญ่อินทร์และญาติพี่น้องที่บ้านใต้ ซึ่งแม่ก็จะได้ถือโอกาสเอาข้าวเปลือกไปสีและบอกบุญงานบรรพชาอุปสมบทหลานยายคนแรกของแม่ซึ่งเป็นลูกชายของน้องสาวคนถัดไปจากผมที่กำลังจะจัดขึ้นในกลางเดือนนี้ด้วย

บ้านใต้และชุมชนแถวบ้านผมนั้น เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นเกษตรกรทำไร่ทำนากันทั้งหมด ถึงแม้บางครอบครัวจะมีสมาชิกค้าขายและเป็นราชการ แต่ส่วนใหญ่ในครอบครัวก็จะดำเนินชีวิตอยู่กับการทำนาทำไร่ ญาติพี่น้องของผมที่บ้านใต้เป็นญาติพี่น้องทางตา-ยายหรือทางแม่ ญาติคนเฒ่าคนแก่ที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ในเวลานี้คือแม่ใหญ่อินทร์ อายุกว่า ๙๐ ปีแล้ว ในอดีตนั้น ชุมชนบ้านใต้ทั้งหมดซึ่งวางเรียงตัวต่อจากบ้านห้วยถั่วกลางทอดตัวเป็นแนวยาวไปถึงห้วยถั่วใต้นับเป็นกิโลนั้น เป็นญาติและผมคุ้ยเคยเป็นอย่างดีทั้งหมด เดินไปกินข้าวและค้างแรมได้ทุกบ้าน

แต่เดี๋ยวนี้ชุมชนหนาแน่นมากกว่าเดิม อีกทั้งคนรุ่นใหม่และญาติพี่น้องที่เกิดจากการเป็นดองกันก็มีหลายรุ่นมากจนจดจำกันได้ไม่ทั่วแล้ว หากอยู่รวมกันและแนะนำให้รู้จักกันก็เชื่อว่าต้องใช้เวลามากพอสมควรที่จะสามารถจำและรู้จักกันได้ทั่วถึง

สภาพบ้านเรือนของญาติพี่น้องบ้านใต้เปลี่ยนแปลงไปจนผมเกือบจำร่องรอยเมื่อ ๓๐-๔๐ ปีที่ผ่านไปไม่ได้ ต้องนั่งพิจารณาจากสภาพบ้านและโครงสร้างดั้งเดิมที่ขยายต่อเติมกันขึ้นใหม่อยู่สักครู่หนึ่งจึงจะค่อยๆเห็นภาพจากความทรงจำเก่าๆได้ พื้นฐานแต่เดิมนั้น ญาติพี่น้องในบ้านใต้มีความเป็นปึกแผ่น เป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ขยันทำกินและมีที่นามาก บ้านเรือนใหญ่โตแข็งแรงและน่าอยู่ แม้สภาพเดิมดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงไปจนหมดสิ้นแล้ว แต่พื้นฐานดังกล่าวก็ยังคงสะท้อนให้เห็นได้ ทุกบ้านทำบ้านสวยงาม มั่นคงแน่นหนา มีรถอีแต๋น รถไถ และเครื่องมือทำนาที่พรักพร้อมเข้ามาแทนที่เมื่อก่อนที่แต่ละบ้านมักจะมีควายกันเป็นบ้านละหลายตัว

ญาติๆเล่าให้ฟังว่าเมื่อสัก ๑๐ กว่าปีก่อนนั้นทำนากันลำบากมาก นาข้าวต้องเสียหายจากเพลี้ย ตั๊กแตน หนู และวัชพืช อยู่เป็นประจำ ต่อมาจึงใช้ปุ๊ย ยา และสารเคมีกันอย่างหนัก ได้ผลสักระยะหนึ่ง แต่หลังจากนั้นก็มีหอยเชอร์รี่กับหนูระบาด รวมทั้งหญ้าและวัชพืชต่างๆก็ดื้อยามากกว่าเดิม เมื่อใช้ยาและปุ๋ยมากขึ้นก็ต้องสิ้นค่าใช้จ่ายเพื่อการทำนากันสูงขึ้น

ต่อมาก็กลับเริ่มมีฝูงนกกินหอยเข้ามา เวลาไถนาก็บินลงมาและเดินเก็บกินหอยเชอร์รี่กันเป็นฝูงๆทั่วไปหมด ช่วยลดปัญหาจากหอยเชอร์รี่ได้อย่างมาก เห็นได้อย่างชัดเจนผ่านต้นทุนในการใช้ปุ๋ย ยา และสารเคมีซึ่งลดลงเป็นพันๆบาทเลยทีเดียว

นกกินหอยที่หนาแน่นเป็นฝูงใหญ่นี้ไม่เคยมีให้เห็นกันมาก่อนในถิ่นชุมชนบ้านใต้และอำเภอหนองบัว นครสวรรค์ แต่จะมีอยู่แถวผืนนาในอยุธยาและพื้นที่โดยรอบของกรุงเทพมหานคร ส่วนในชนทบทและแถวบ้านผมนั้น จะเคยพบอยู่บ้างเพียงตัวสองตัวตามหนองและแอ่งน้ำ ซึ่งจะอยู่รวมกันกับหมู่นกอื่นๆ การขยายตัวของฝูงนกกินหอยและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในวงจรชีวิตการทำนาของชาวนาแถวบ้านเกิดผมนั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นในระยะทศวรรษนี้เท่านั้นเอง

เมื่อมองย้อนกลับไป ภาพของการไถนาและการมีฝูงนกบินหรือเดินตามนั้น ก็จะเป็นภาพของนกเอี้ยงดำ นกเอี้ยงแดง นกกระยางนา และนกแซงแซว ซึ่งจะเกาะหลังควายและกระโดดตามชาวนา คอยจิกและโฉบกินแมลง หาอาหารและแก้ความรำคาญจากเหลือบริ้นไรให้กับชาวนาและวัวควายไปด้วย

ปัจจุบัน เทคโนโลยีและเครื่องมือการทำนาของชาวนาได้เปลี่ยนจากคันไถและการใช้แรงงานวัวควายมาเป็นเครื่องยนต์ ขณะเดียวกันเทคโนโลยีการผลิตหลายอย่างในรายละเอียดก็แตกต่างไปจากเดิมมาก สัตว์แมลงซึ่งเป็นอาหารที่กินได้ของนกจึงเปลี่ยนไป จากแมลงตัวเล็กๆก็กลายเป็นหอยเชอร์รี่ตัวเขื่อง และจากนกเอี้ยง ๒-๓ ตัว ก็กลายเป็นฝูงนกกินหอยหรือนกปากห่างฝูงใหญ่จากฝูงละสิบ เป็นร้อย หลายร้อย และนับพันๆตัว

ดังนั้น ในความเป็นจริงแล้ว กระบวนการและระบบความสัมพันธ์อย่างเชื่อมโยงกันของมนุษย์กับสรรพชีวิต สิ่งแวดล้อม แมกไม้ ผืนดิน ถิ่นน้ำ ท้องฟ้า และธรรมชาติ ตลอดจนชุมชนถิ่นอาศัยนั้น ยังคงดำรงอยู่และมีพลังต่อการขับเคลื่อนเหตุปัจจัยต่างๆให้ดำเนินไปอย่างเอื้อเฟื้อเกื้อกูลและพึ่งพิงอาศัยอย่างเป็นเหตุเป็นผลต่อกัน ทั้งความมีและเป็น ความก่อเกิดและความว่างเปล่า การเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงและการดำรงอยู่ การสิ้นไปและการเสื่อมสลายไปจากวงจร

ด้วยความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบดังกล่าว เมื่อเทคโนโลยีและวิถีการดำเนินชีวิตของชาวนาเปลี่ยนไป เหลือบริ้นและแมลงตามใบหญ้าก็เปลี่ยนเป็นหอยเชอร์รี่ ส่วนนกเอี้ยงก็เปลี่ยนเป็นฝูงนกกินหอย ดังนั้น เมื่อพิจารณาลงไปให้มาก ก็เห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงอย่างตลอดสายได้เหมือนกันว่า วิถีสุขภาวะของคนทั้งในชนบทและเมืองใหญ่กับนกกินหอยเชอร์รี่ที่เพิ่มขึ้นตามแหล่งต่างๆนั้น เป็นเรื่องที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอยู่เหมือนเป็นเรื่องเดียวกัน

ปัจจุบัน ชาวบ้านเริ่มสังเกตเห็นบางสิ่งที่เริ่มจะไม่พอดีอีกแล้วบางประการ กล่าวคือ ฝูงนกกินหอยกำลังพากันเพิ่มขนาดฝูงใหญ่มหึมาและเกาะตามต้นไม้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เริ่มเกิดปัญหาหลายอย่างตามมา ต้นไม้ที่นกพากันไปรุมเกาะเป็นฝูงมีสภาพทรุดโทรมเหมือนกับจะตายลงไปทีละต้นสองต้น และในแหล่งที่นกฝูงใหญ่อยู่รวมกัน ก็จะมีขึ้นกปริมาณมาก ทำให้ข้าวและพืชผักใต้ต้นไม้ที่ฝูงนกกินหอยเกาะ มีอาการผิดปรกติ บ้างงอกงามและมีแต่ใบ ไม่ออกดอกออกผล บ้างก็ตายกินอาณาบริเวณกว้าง.

หมายเลขบันทึก: 486861เขียนเมื่อ 2 พฤษภาคม 2012 22:13 น. ()แก้ไขเมื่อ 13 กันยายน 2013 23:43 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (7)

...ธรรมชาติ..คือ..การเปลี่ยนแปลง..เจ้าค่ะ...(ยายธี)

สวัสดีครับยายธี
ขอบพระคุณในการร่วมตกผลึกมุมมองออกมาเป็นความคิดดีๆครับ
ตอนนี้อยู่ในไทยหรือเยอรมันเล่าครับเนี่ย

ขอบพระคุณยายธี คุณณัฐรดา และอ.นุ
ที่แวะมาเยือนครับ

* พี่ใหญ่อ่านไป..จินตนาการไปถึงภูมิสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยากจะรักษาไว้อย่างมีคุณค่า..รูปภาพงดงามในมิติเหล่านี้ค่ะ..

* การปลูกฝังจิตสำนึกดีของการรักษาสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมดั้งเดิม..เพื่อผสมผสานอย่างกลมกลืนกับโลกยุคใหม่อย่างสมดุล..ยังเป็นความหวังที่อยากจะเห็นนะคะ..

 

สวัสดีครับพี่ใหญ่ครับ
ขอสนับสนุนและขอร่วมความมุ่งหวังอย่างนี้ด้วยครับ ผมกำลังหาทางทำข้อมูลของเวทีคนหนองบัวและชุมชนหนองบัว เพื่อได้ประเด็นสำหรับประมวลผลบทเรียน พร้อมกับใช้เป็นกรณีศึกษาและเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ดีๆ สำหรับใช้พัฒนาประเด็นการเรียนรู้และเปิดประเด็นสำหรับปรึกษาหารือกันของเครือข่ายการทำงานทางด้านต่างๆ ให้เชื่อมโยงกับประเด็นเชิงสังคมและประเด็นเชิงนโยบายสำหรับการทำสิ่งดีๆไปข้างหน้าให้เชื่อมโยงกันโดยงานในระดับต่างๆที่คนร่วมเวทีมีบทบาททำงานเกี่ยวข้องกับมิตินั้นๆกันอยู่แล้ว ซึ่งถ้าหากดำเนินการขึ้นได้ ประเด็นอย่างที่พี่ใหญ่ให้ความสนใจนี้เชื่อว่าจะเป็นหัวข้อหนึ่งในการนำเอาประสบการณ์ของพื้นที่มาวิเคราะห์ ถอดบทเรียน และพากันมองไปข้างหน้าเพื่อหาโอกาสทำสิ่งต่างๆไปตามกำลังความสนใจนะครับ

สวัสดีค่ะ..อ.วิรัตน์ คำศรีจันทร์...ตอนนี้อยู่เยอรมันเจ้าค่ะ..เมือง..ฮัมบอรก...(สิ้นปี..ก็อาจจะกลับบ้านเราที..เจ้าค่ะ..หนีหนาวและ..ความมืด..อ้ะ..)...ขอสนับสนุนงาน..ของท่านที่จะ..ช่วยให้..ชุมชนเข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อม..ที่เกี่ยวพันอยู่กับ..ธรรมชาติ..ที่จริงๆก็ใกล้..(คือตัวเอง..ของทุกๆคน)..ถ้าทุกคน..มีโอกาศ..เอื้ออาทร..ตัวเองได้เมื่อไร..สิ่งนั้น..ก็คงสะท้อน..ความเอื้อ..อาทรที่เป็นสายใย..แห่งความจริงใจ..กัน..ออกมา...เป็นเมตตาที่จะช่วยค้ำจุน..โลก..พลาสติกใบนี้..ให้..ยืนยาวนานต่อไป..เพื่อความอยู่รอดไม่เฉพาะ..คน..หาก..จะถ้วนทั่วไปถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่เป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน..ทั้งหมดทั้งสิ้น..และธรรมชาติก็คงจะไม่ปรวนแปรอย่าง..รวดเร็ว..เช่นเวลานี้....ซึ่งผู้นำในประเทศยุโรป..ตระหนักดี..และเข้าใจถึงสถานะการณ์ที่รุนแรงขึ้น..ทุกขณะ..ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง..น้ำที่มี..ระดับสูงขึ้น..และน้ำแข็งขั้วโลกก็ละลายเร็วเกินคาดหมาย...การใช้พลังงานธรรมชาติ..ที่กำลังจะหมดไปเช่น..น้ำมัน..ผลของ..การผลิตพืชเชิงเดี่ยวหรือการเลี้ยงสัตว์เชิงเดี่ยว..และการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมเป็นต้น..ทำให้เห็นผลต่อเนื่องเช่นกัน..และจะรุนแรงขึ้นเป็นต้นว่าภัยแล้ง..พื้นดินขาดแร่ธาตุ..กำลังจะเป็นทะเลทรายกันอยู่ให้เห็น..และทุกสิ่งที่เป็นอยู่เวลานี้..คือผลของการกระทำที่มีเวลา..วิวัฒนาการเพียงไม่กี่ร้อยปีนี่เอง...(ยายธี)

สวัสดีครับยายธีครับ
งั้นผมก็ดีใจมากเลยละครับเนี่ย ที่ในแง่หนึ่ง ก็เหมือนได้เป็นสื่อ บอกเล่า รายงาน และถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆจากบ้านเกิดเมืองนอน ให้ยายธียังคงได้สัมผัสใกล้ชิดกับบ้านเกิดเมืองนอนอยู่เสมอนะครับ อยากได้ดูวิถีชีวิต ผู้คน บ้านเรือน กับงานศิลปะ ของชาวบ้านเยอรมันด้วยเหมือนกันนะครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี