กิจกรรมช่วงเช้าเป็นการประชุมผู้ปกครองและน้องๆ ร่วมกัน เพื่อให้ข้อมูล รายละเอียดต่างๆ ที่จำเป็น ในขณะเดียวกันก็ตั้งโต๊ะจำหน่ายของที่ระลึกมีตราสัญลักษณ์เอเอฟเอส เช่น เสื้อยืด กระเป๋าคล้องคอ เป้ เข็มกลัด กระเป๋าใส่ดินสอ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อน้องๆ ช่วงอยู่ต่างประเทศ เพราะเอเอฟเอสมีเครือข่ายอยู่มากมาย อาจช่วยน้องๆได้ในระดับหนึ่ง




คุณรุจิรา คันทรง ผู้จัดการฝ่ายบริการการศึกษา ได้กล่าวต้อนรับผู้ปกครองที่พาน้องๆ มาเข้าค่ายเตรียมความพร้อมครั้งนี้และพูดคุยเกี่ยวกับกำหนดการของกิจกรรมในช่วงเช้า รวมทั้งข้อมูลทั่วๆไปที่ควรรับรู้


คุณจิรวัฒนา จรูญภัทรพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการการศึกษา ประธานในพิธีค่ายเตรียมความพร้อม กล่าวเปิดการประชุมและบรรยายพิเศษสรุปความสำคัญได้ดังนี้
การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมครั้งที่สอง ที่พบทั้งผู้ปกครองและน้องๆ ครั้งแรกจัดในช่วงเดือนกรกฎาคม หลังการประกาศผลการคัดเลือก ส่วนครั้งที่ 3 จะเป็นช่วงหลังจากน้องๆกลับจากการเข้าร่วมโครงการฯที่ต่างประเทศ นักเรียนแลกเปลี่ยนรุ่น 51 ( พศ. 2555-2556) ส่งไปยุโรปเยอะทั้งจำนวนคนและจำนวนประเทศ ปีนี้มีการส่งน้องๆ ไปประเทศสมาชิกใหม่คือประเทศเซอร์เบีย และสโลวัค
ประเด็นสำคัญในส่วนที่เกี่ยวข้อง
- พี่ๆวิทยากรมีความตั้งใจมากที่จะให้ข้อมูลและแบ่งปันประสบการณ์ ยามเกิดปัญหาเมื่อไปอยู่ที่ต่างประเทศ อาจนึกถึงข้อมูลและนำไปใช้ประโยชน์ได้ หากมีข้อมูลที่ประเทศอุปถัมภ์แจ้งมา ก็จะรีบบอกกับน้องๆ
- สำหรับใบสมัครนานาชาตินั้น ช่วยให้ประเทศอุปถัมภ์ได้ข้อมูลที่จะจัดสรรครอบครัวอุปถัมภ์ ขณะนี้เป็นช่วงที่ประเทศ อุปถัมภ์กำลังตรวจสอบข้อมูล เพื่อจัดสรรให้เหมาะสม
- เรื่องการขออนุญาตลาพักเรียน ขอให้น้องๆช่วยเช็คข้อมูลตามช่องทางที่เหมาะสม-สะดวก
- ในส่วน Session ของผู้ปกครอง มีการเชิญผู้ปกครองที่ลูกยังอยู่ต่างประเทศฯ มาพูดคุยว่าต้องเตรียมอะไรบ้างนอกจากการเตรียมใจ
การจัดเตรียมสัมภาระฯ
- เพื่อลดภาระเรื่องน้ำหนักกระเป๋า คนที่กลัวหนาว ต้องใส่เสื้อผ้าที่หนาที่สุดไว้กับตัวเรา
การเตรียมของพวกกระเบื้อง ชามสังคโลก ไม่จำเป็นเพราะอาจแตกหัก ของไทยๆราคาถูกก็มี
อาหารกระป๋องนำไปเพียงเล็กน้อย เพียงแค่หายคิดถึงก็พอ
ยาสามัญทีจำเป็นต้องนำไปก็ขอให้จัดเตรียมให้เรียบร้อย ส่วนยาเพื่อความสวย-หล่อเอาไว้ทีหลัง เรื่องสุขภาพต้องมาก่อน
ชุดไทยควรเตรียมไป แต่ไม่ต้องเต็มยศ เพราะไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวง
กฎ-ระเบียบของเอเอฟเอส
กฎ-ระเบียบมีไว้เพื่อปฏิบัติไม่ใช่มีไว้เพื่อท้าทายความสามารถ
จากที่ผ่านมา สาเหตุของการทำผิดกฎ-ระเบียบของน้องๆ ที่พบมีเพียงข้อเดียว คือไปเที่ยวโดยไม่ขออนุญาตฯ แม้การเที่ยวจะเป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมตามโครงการแลกเปลี่ยนเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรม แต่ต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัย เอเอฟเอสประเทศอุปถัมภ์ต้องรู้ว่าน้องอยู่ไหน เพราะความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ กฎของเอเอฟเอสมีหลายข้อและมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน

คุณรุจิรา คันทรง และตัวแทนน้องๆ ทั้ง 4 ประเทศ
คุณรุจิรา คันทรง เป็นพิธีกรนำในการสัมภาษณ์เรื่องเล่าจากประสบการณ์ของรุ่นพี่ Returnees จาก 4 ประเทศ
พี่ปุ๊กปิ๊ก : ไปประเทศเบลเยี่ยม ครอบครัวมีพี่สาวหนึ่ง น้องสาวหนึ่ง พี่ชายหนึ่ง เดินทางไปโรงเรียนด้วยจักรยาน ที่โน่นมีกิจกรรมกลางแจ้ง แต่พี่ปุ๊กปิ๊กเลือกเรียนเต้นรำเพราะคุณแม่สอนเต้นรำ การเรียนแบ่งออกเป็น 4 สายให้เลือก เช่นสายที่ 1 วิทย์- คณิตฯ สายที่ 2 เน้นเฉพาะทาง สายที่ 3 ด้านศิลปะ และสายที่ 4 เรียนไปด้วยฝึกงานไปด้วย พี่ปุ๊กปิ๊กเลือกเรียน สายที่ 2 Tourism ได้เรียนเลข วิทย์ ภาษาอีกหนึ่งภาษา จะเป็นฝรั่งเศส หรือเยอรมัน ก็ได้ สังคม-ประวัติศาสตร์ พละ ตามหลักสูตรต้องไปฝึกที่สถานจริง ประมาณสองเดือนสามารถพูดได้ สื่อสารได้ เลือกฝึกงาน Social Work ดูแลคนชรา ได้ฝึกภาษาเต็มๆ ครั้งแรกเขาคิดว่าเป็นคนจีน ไม่รู้สึกท้อแท้ สู้เสมอ เวลา10 เดือนผ่านไปเร็วมาก แต่ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า เพราะคิดถึงพ่อแม่ที่ทำเพื่อเรา หากเจอปัญหา ก็หาสาเหตุและแก้ไขได้
พี่เจ : ไปประเทศฮังการี พักอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ใกล้โรมาเนีย ช่วงไปถึงอากาศดี หน้าหนาวมีหิมะตก ครอบครัวประกอบด้วยพ่อ-แม่ พี่ชาย พี่สาว น้องสาว ได้พูดคุยเล่น สนุกสนาน ที่โรงเรียนเน้นภาษา มีทั้งภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ให้เลือกเรียน วิชาคณิตศาสตร์เรียนไม่ยาก วิทย์ฯแยกเป็นเคมี ฟิสิกส์ ชีวะ
วิชาสังคมเรียนประวัติศาสตร์ และเรียนพละศึกษา มีให้เรียนครบทุกกลุ่มสาระฯ ผู้คนอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส
พี่ปิ่น : ไปประเทศนอร์เวย์ อากาศหนาวเย็นประมาณ 4-5 เดือน เข้าค่ายปฐมนิเทศอยู่ 2 วัน ทุกคนในบ้านไปอยู่ทีมฟุตบอล หลังเลิกเรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมถ้าไม่เล่นกีฬา ก็ต้องเรียนดนตรี สกีเป็นกีฬาที่นิยมเป็นอันดับหนึ่ง ได้ไปร่วมกิจกรรมสัปดาห์ละครั้ง ไม่เคยบาดเจ็บสาหัสแค่ลื่นล้ม อากาศช่วงหน้าร้อนประมาณ 18 องศาเซนเซียส ไปอยู่แค่เดือนเดียวก็ปรับตัวได้ การเรียนใช้สื่อสืบหาข้อมูลต่างๆ เลือกเรียนภาษาเยอรมัน มีทั้งวิชาคณิตฯ วิทย์ ให้ เรียน ไปเรียน อยู่ระดับชั้น ม.4 วิชาพละศึกษาสนุกมาก เขาพาไปเดินเที่ยว ชมรอบเมือง ภูมิประเทศแม้จะเป็นชนบท แต่ใช้ชีวิตแบบคนเมือง ได้ประสบการณ์ที่ดี จะทำอะไรก็คิดก่อนทำ ไม่วู่วาม เพราะเมื่อทำไปแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ ระยะเวลาสั้นนัก จึง พยายามทำแต่สิ่งดีๆและทำให้ดีที่สุด
พี่อร : ไปประเทศแคนาดาอยู่เมือง Quebec ไปพักอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ถึงจะเข้าค่าย Arrival Orientation Camp จัดเพียงแค่วันเดียว ซึ่งต่างไปจากประเทศอื่นๆ ที่จัดค่ายปฐมนิเทศตั้งแต่ไปถึงใหม่ๆ ครอบครัวอุปถัมภ์มีลูกสาว 2 คน แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะไปเรียนที่อื่น จึงอยู่กับคุณพ่อ-แม่ ที่เมืองเล็กๆ อยู่แถบชานเมือง เวลาไปไหนต้องขี่จักรยานไปเอง พ่อ-แม่เป็นครู ทำการบ้าน นั่งดูทีวีด้วยกัน ได้เรียนรู้ด้วยกัน ช่วงแรกสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษเราก็ไม่ดี เขาก็ไม่ค่อยดี แต่มีเพื่อนเข้ามาพูดคุยด้วย เรียนวิชาคณิตฯ ภาษา สังคม ประวัติศาสตร์ และพละ เลือกเรียนวิชาพละหุ่นจึงเพรียว ไปอยู่ที่นั่น เก็บเกี่ยวประสบการณ์เต็มที่ ตั้งใจสู้เต็มที่เพราะโอกาสแบบนี้ ไม่ใช่ใครๆจะมี พยายามอดทน ตั้งใจเรียน ได้เพื่อนมากมาย

พี่วิทยากรทั้ง 9 คน
การจัดค่ายเตรียมความพร้อมฯ ครั้งนี้ ประสบผลสำเร็จอย่างดีเยี่ยม น้องๆ ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ อันเป็นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการปรับตัวในการใช้ชีวิตของการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ณ ต่างแดน ผ่านทักษะกระบวนการฝึกฝนด้วยรูปแบบหลากหลาย ครบถ้วนทั้งสาระและความบันเทิง เป็นการสร้างความเชื่อมั่น สร้างความรัก-ความศรัทธา สร้างความตระหนักต่อบทบาทและหน้าที่ด้วยจิตสำนึกของการเป็นตัวแทนที่ดีในฐานะฑูตเยาวชนฯ


รับฟังข้อชี้แจง กฎ-ระเบียบค่าย


ส่วนหนึ่งของพี่ทีมงานจากเอเอฟเอสส่วนกลาง


การประชุมสรุปงานของแต่ละวัน



กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ


ถ่ายทอดประสบการณ์ - แลกเปลี่ยนเรียนรู้ 

เสริมสร้างความเชื่อมั่น - ส่งเสริมกำลังใจ 


รื่นเริง-บันเทิง- สนุกสาน


***...การพัฒนาเยาวชนต้องได้รับความร่วมมือ-ร่วมใจ จากหลายๆฝ่าย ทุกภาคส่วน ช่วยกันส่งเสริม-สนับสนุนให้เกิดการพัฒนา ทั้งด้านวิชาการและด้านประสบการณ์ชีวิตที่ดี ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมค่ายฯ ครั้งนี้ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะพี่ๆ Returnees มา ณ โอกาสนี้นะคะ ...***

***... ขอขอบคุณผู้เข้ามาเยี่ยมชมทุกท่านนะคะ ...***