จะอยู่กับนโยบายรัฐที่ขัดไม่ได้ มีทางเดียวคือต้องใช้ปัญญาของพ่อแม่ และครูที่อยู่ใกล้ชิดเด็ก

ช่วงปิดเทอมไปเยี่ยมญาติโยโหติกา  ได้รับการบอกเล่าว่าลูกศิษย์ ชั้น ป.1 ยกห้องต้องการอยู่ซ้ำชั้น  ป.1 ต่อ   เพราะจะได้เทปเล็ต จะเป็นการพูดเล่น  หรือจริงก็แล้วแต่ ส่วนหนึ่งก็คือกระแส เทปเล็ต ที่กำลังทำให้ผู้ปกครองระส่ำระสายกันทั่วประเทศเพิ่มขึ้น เพราะแค่มือถือที่ซื้อกันในราคาถูกสำหรับพ่อแม่หลายคนได้  ลูกยังไม่อยากใช้  อยากได้ที่มันมีกล้องถ่าย ดูหนังฟังเพลงได้อีก  หรือไม่ก็ ไอพ็อต ไอแพต ที่มันแพงกว่า กำลังกลายเป็นค่านิยม สังคมเด็กจนรวยในโรงเรียน ก็ระส่ำระสายอยู่แล้ว  

เทปเล็ตคราวนี้ ก็ดีที่เด็กนับแสนได้ใช้  แต่เด็กนับล้านที่ไม่ได้ใช้ก็น่าจะได้ป่วนกันทั่วประเทศ เด็กป่วนไม่พอ พ่อแม่ก็ต้องร่วมปวดหัวกันไปด้วย   ที่แน่ๆ กระแสเทปเล็ตนี้ ก็คาดว่าจะมีเทปเล็ตราคา  3000-5000 บาท เข้ามารองรับกระแส และแน่ ๆ ก็จะช่วยให้คนรวยที่วิสัยทัศน์ดีมีโอกาสรวยเพิ่มขึ้นอีก

จะอยู่กับนโยบายรัฐที่ขัดไม่ได้ มีทางเดียวคือต้องใช้ปัญญาของพ่อแม่ และครู ที่อยู่ใกล้ชิดเด็ก พ่อแม่ที่สามารถซื้อหาให้ลูกที่ไม่ได้อยู่ชั้น ป.1 ได้  ก็ว่ากันไป  หรือหากเกรงว่าลูกจะถูกมอมเมาด้วยกระแสก็จะแก้ด้วยวิธีการของพ่อแม่ที่จน ๆ  ก็ได้

สำหรับพ่อแม่ที่ไม่มีกำลังซื้อ  คำพูดในทำนองนี้ ที่ช่วยให้ลูกเป็นคนมีเหตุผลอาจช่วยได้บ้าง

-ลูกจะเอาไปทำอะไร

-ใครจะสอนให้ลูกใช้ เขาใช้กันเฉพาะชั้น ป.1

- รู้ไหม พ่อแม่มีรายได้รวมกันเดือนละเท่าไร  ต้องใช้จ่ายเดือนละเท่าไร

   ถ้าซื้อมาในราคาแพงนี้ จะดีหรือไม่ดีอย่างไร 

- จะเอาเงินที่พ่อแม่ให้ไปกินขนมที่โรงเรียนดี  หรือ จะซื้อเทปเล็ตดี  เพราะอะไร

- ยังมีอะไรอีกไหม ที่โรงเรียนจะให้ลูกซื้อ  จะเอาที่ไหนไปซื้อ

- ยังมีอะไรอีกไหมที่เราจะต้องซื้ออีก  สำคัญกว่าเทปเล็ตไหม

ฯลฯ 

พ่อแม่ที่จะใช้หลักการทำค่านิยมให้กระจ่างกับลูกคงมีบ้างส่วนหนึ่ง  แต่พ่อแม่ที่ไม่มีเวลาที่จะมานั่งพูดกับลูกในทำนองที่ผมกล่าวมาละจะทำอย่างไร  ก็ต้องเป็นภาระของครู  ที่จะต้องเข้ามาช่วยพูดคุยกับเด็ก ๆ ด้วยความเมตตา  หรือจะให้ดีตอนเปิดเทอม เมื่อมีการประชุมผู้ปกครอง  ก็ควรจะมีวิธีการสอนลูกในทำนองที่กล่าวมาด้วยก็คิดว่าจะช่วยได้บ้าง