และแล้วก็ตัดสินใจไปแวะเที่ยว อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์

 

ผมขับรถผ่านสี่แยกอ. ตรอน บนถนนสาย 1 จากใต้สู่เหนือก่อนเข้าอุตรดิตถ์ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 10 ได้แล้วกระมัง อยากเข้าไปเที่ยว จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ไปสักที ทั้งนี้สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือป้ายบอกทางไม่บอกระยะทางด้วย (ธรรมดาของประเทศด้อยพัฒนา ถ้าเป็นอารยประเทศเขาจะกำกับด้วยระยะทางเสมอ) เราก็เลยกะเวลาไม่ถูก จนกระทั่งเที่ยวนี้ตัดสินใจเป็นไงเป็นกันต้องไปให้ได้

 

ขับรถมาได้หน่อยดูจากหลักเสาก็ทราบว่าระยะทางประมาณ 30 กม. (ที่ต้องบอกว่าประมาณนั้นเพราะป้ายไทยเรานั้นไม่แน่นอน ขับผ่านมาหยกบอก 30 แต่พอขับไปอีกสองกม. มีป้ายบอกว่าเหลือระยะทางอีก 31 กม. ก็มีบ่อยๆ ) 

 

เส้นทางผ่านมามีนาเขียวชอุ่มทั้งที่เป็นกลางเดือนกุมภาฯหน้าแล้ง แสดงว่ามีการชลประทาน ซึ่งสองข้างทางก็เห็นเหมืองน้ำวางอยู่ (เหมืองคือท่อส่งน้ำบนดินเปิดออกสู่อากาศรูปสี่เหลี่ยมคางหมู มักมาจากเขื่อนกักน้ำ)  เลยขับรถเข้าไปหวังจะไปถ่ายรูปเอาไปให้นักศึกษาวิศวดู ปรากฏว่าน้ำแห้งผาก เขาคงจะปิดน้ำไว้ในช่วงนี้ ก็ได้แต่ถ่ายรูปแห้งๆ ไปแบบนั้นแหละ

 

มาถึงตรอน ผิดหวังนิดๆ เพราะตลาดเล็กและค่อนข้างเงียบเหงา  ไม่มีอะไรโดดเด่น แต่จริงๆแล้วอาจมีอะไรดีๆซ่อนอยู่ในความเรียบง่ายก็เป็นได้ เช่น คำว่า ”ตรอน” มีที่มาอย่างไร  ขุนตะรอนรบทั่ว หรือว่า อีเล็กตรอน ก็ไม่รู้ (โทมัส แอลวา เอดิสัน อาจมาซุ่มทำงานค้นคว้าหลอดไฟฟ้าและอีเล็กตรอนอยู่ที่นี่ก็เป็นได้นะ :-)  ....สรุปคือไม่มีเวลาลงไปเดินคุยกับชาวบ้านเหมือนที่อื่นๆ  ก็เลยไม่รู้ลึก ได้แต่จินตนาการสนุกเล่นไป

 

ขาออกแลเห็นแม่น้ำอยู่ก็เลยขับรถไปเลียบดู โอ้โห..เป็นแม่น้ำที่งามมากๆ งามที่สุดแห่งหนึ่งเท่าทีเคยพบมา (อีกแห่งหนึ่งที่งามคือแถมชุมพร จำชื่อไม่ได้เสียแล้ว) ที่ว่างามเพราะกว้างมาก และน้ำเต็ม ใส ไหลเอื่อยๆ ผิวน้ำแลดูพลิ้วเป็นระลอก นกบินโฉบ สองฝั่งชอุ่มเขียวด้วยแมกไม้ และเป็นคุ้งโค้ง อะโลแมติ๊กมากๆ ถามดูได้ความว่าคือแม่น้ำน่าน แหมถ้าได้มาสร้างบ้านอยู่ริมคุ้งนี้คงสุขชีวีอักโข

 

ก่อนออกแวะเข้าไปขับรถรอบสระใหญ่ริมน้ำน่าน  และริมถนนด้วย (ลืมชื่ออีกแล้ว ..เฮ้อ ความแก่)  น้ำใสดี และโน่นอะไรลอยอยู่กลางน้ำ โห..นกเป็ดน้ำนับพันตัว จอดรถนับดู (คะเนน่ะ) นับได้ประมาณ 7 พันตัว นกกลุ่มนี้จะลอยไหลไปตามระลอกน้ำ สักครู่ก็จะมีกลุ่มหนึ่งสัก 200 ตัวบินขึ้นแล้วร่อนลง อีกสัก 1 นาทีก็จะมีอีกกลุ่มบินขึ้นแล้วร่อนลงสลับกันอยู่แบบนี้ ตอนนั้นไม่ได้สังเกตละเอียด แต่ตอนนี้มาคิดเดาเอาว่าคงเป็นเพราะมันต้องการจัดระเบียบการลอยตัวไม่ให้ลอยไปติดฝั่ง คือกลุ่มที่อยู่ใกล้ฝั่งก็จะบินลอยตัวไปยังริมกลุ่มที่อยู่ไกลฝั่งนั่นเอง

 

เดาเอาว่านกพวกนี้คงอพยพมาจากไซบีเรีย แต่พอไปถามแม่ค้าริมหนองเธอบอกว่าสงสัยจะมาจากเขาเหล็ก (เขาที่อยู่ใกล้ๆกับหนองนี้) ซึ่งผมไม่เชื่อหรอก ผมคิดว่าต้องมาจากถิ่นหนาวแน่นอน เพราะถามต่อไปเธอบอกว่ามันมาเฉพาะหน้าหนาว และจะอยู่ที่นี่สามเดือนเท่านั้น (ดังนั้นถ้ามาจากเขาเหล็กจริงมันต้องอยู่ตลอดปีสิ)

 

เรื่องหน้าเศร้าคือ มีตำรวจ (ตำรวจอีกแล้ว) เอาปืนมายิงนกพวกนี้บ่อยๆ คนธรรมดาไม่กล้ามายิงเพราะกลัวตำรวจจับ แต่ตำรวจเอาปืนและกระสุนที่ซื้อมาจากภาษีเรา มายิงเอาไปปิ้งกิน

 

อ. ตรอน น่าจะเป็นสววรค์ของคนชอบดูนก นะครับ ยิ่งใครศึกษาละเอียด เชิงวิชาการยิ่งน่าสนุก เพราะเขามีให้ดูตั้งสามเดือน ไม่มีนกสกุลอื่นเลย นี่แสดงว่าสระนี้มีปลาให้นกเป็ดพวกนี้กินอย่างเหลือเฟือแน่นอน แต่พอผมสั่งอาหารกินริมน้ำ ถามว่ามีปลาในสระอะไรบ้างไหม แม่ค้ากลับบอกว่าไม่มี มีแต่ปลาที่เขาเอามาส่งคือปลากด ปลานิล ปลาทับทิม (ตามเคย ไปริมสระไหนๆ ก็ไม่มีปลาท้องถิ่น มีแต่ปลาพาณิชย์ต่างถิ่น น่าเศร้าจริงๆ แม้แต่กว๊านพะเยา บึงบรเพ็ดก็ไม่มีปลาท้องถิ่นให้กิน)  เฮ้อ...อิจฉาเป็ดจัง

 

ก็เลยจำใจสั่งไปสองอย่าง คือ ปลากดลวกจิ้ม และแกงป่าไก่บ้าน แต่เออ..รางวัลปลอบใจคือทำได้อร่อยดีมาก ปลากดสดดี ไก่บ้านก็สดและเนื้อเหนียวแน่นดี พริกแกงก็หอม อร่อยกว่าร้านหรู ๆ แพงๆ ริมโขงหลายร้านที่เคยไปกินมา

 

 

...คนถางทาง (ประมาณ พศ. ๒๕๕๐)