ความโกรธแค้นจองจำตัวเราไว้ แต่การให้อภัยทำให้เรามีอิสระ

ช่วงที่ผ่านมามีเรื่องที่คอยจะแทรกเข้ามาให้คิดและรู้สึกไม่ดีอยู่เรื่องหนึ่ง และทุกครั้งที่เอาใจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมัน ความรู้สึกที่ว่าตัวเองเป็น "เหยื่อหรือผู้ถูกทำร้าย (victim)" จะถาโถมเข้ามาให้รู้สึกโกรธ ฉันพยายามเลี่ยงที่จะเผชิญกับความรู้สึกนั้นด้วยการเตือนตัวเองให้คิดบวกอยู่เสมอ หรือสลัดมันออกไปจากใจแล้วใส่ใจกับสิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุขแทน แต่ทว่าไม่นานมันก็โผล่ขึ้นมาอีก เนื่องจากบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ใหญ่คนสำคัญและสนิทกันมานาน มันจึงเป็นความรู้สึกที่หนักหน่วงและถ่วงความผาสุกของใจอยู่เรื่อยมา


เมื่อวานฉันตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับความรู้สึกนั้นอย่างตรงไปตรงมา (heads-on) ด้วยการเปิดใจคุยกับคนคนนั้น บอกเขาว่าการกระทำของเขาทำให้ฉันรู้สึกอย่างไร ตอนที่คุยกันฉันยังรู้สึกถึงความโกรธที่วิ่งผ่านเข้ามาในใจ ฉันบอกจุดยืนของตัวเอง และบอกเขาว่าฉันเลือกที่จะไม่จมอยู่ในความรู้สึกนี้อีกด้วยการปล่อยมันไป (letting go)


พอพูดจบความโกรธก็บรรเทาลง ฉันรู้สึกโล่งใจและผ่อนคลาย เขาเอ่ยขอโทษและบอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้ฉันรู้สึกไม่ดี แต่เขาก็มีเหตุผลของเขาที่ทำไปอย่างนั้น เราคุยกันอยู่นานแต่ฉันรู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่ามากเหลือเกินเมื่อแลกกับความรู้สึกของความเป็นอิสระจากความโกรธนั้น เมื่อความโกรธที่ว่าถูกปล่อยออกไป ฉันหวังว่าพื้นที่ในใจนั้นจะสามารถถูกนำไปใช้ในสิ่งที่สร้างสรรค์ต่อไป (แม้ตอนนี้จะยังไม่ได้ใช้มันก็ตาม)

.

.
ฉันนึกถึงเรื่องราวของนักประพันธ์ชาวอเมริกันคนหนึ่งชื่อ Edwin Markham เมื่อย่างเข้าสู่บั้นปลายของชีวิต Edwin รู้มาว่าทรัพย์สินเงินทองที่เขาสะสมมาชั่วชีวิตการเป็นนักเขียนนั้นตกไปอยู่ในมือของผู้จัดการที่เขาไว้วางใจจนหมด จนเขาแทบไม่เหลืออะไรเลย ความหวังที่จะมีชีวิตที่สะดวกสบายหลังเกษียณนั้นมลายไปสิ้น ตั้งแต่รู้ความจริงชีวิตเขาก็จมอยู่กับความรู้สึกของความอยุติธรรม ความโกรธฝังลึกลงไปเรื่อยๆ ทุกๆ วันของชีวิตคือความรู้สึกขื่นขม

วันหนึ่งที่โต๊ะทำงาน Edwin นั่งวาดรูปวงกลมไปอย่างเรื่อยเปื่อยเพื่อที่จะปลอบประโลมชีวิตที่โชคร้ายนั้น แล้วเขาก็บอกกับตัวเองว่า "ฉันต้องให้อภัยเขา และฉันจะทำให้ได้" มองไปที่รูปวงกลมที่เขาวาดขึ้น Edwin แล้วจับปากกาขึ้นมาเขียนว่า

 

"He drewa circle to shut me out,

Heretic, rebel, a thing to flout;

But love and I had the wit to win,

We drew a circle to take him in."

 

"เขาวาดรูปวงกลมเพื่อกันฉันให้ออกไป

เจ้าคนนอกรีต คนทรยศ ที่น่าเหยียดหยาม

แต่ความรักและฉันมีปัญญาที่จะเอาชนะได้

เราวาดวงกลมเพื่อดึงให้เขาเข้ามา"

 

ถึงแม้ Edwin จะเขียนกลอนมาหลายเล่ม แต่บทกลอนที่หลั่งใหลออกมาจากใจหลังการให้อภัยบทนี้ กลับสร้างชื่อเสียงให้ชายคนนี้มากที่สุด เมื่อเขาปลดปล่อยความรู้สึกโกรธ ความคิดสร้างสรรค์ก็พรั่งพรู หัวใจที่ถูกเยียวยาด้วยการให้อภัยสามารถกลั่นกรองบทกวีที่ไพเราะออกมาจนเป็นที่โจษจันได้อย่างน่าทึ่ง

.

.

การให้อภัยดูเหมือนจะเป็นการทำเพื่อคนอื่น (คนที่ทำให้เราโกรธ) แต่จริงๆแล้วการให้อภัยเป็นรางวัลชิ้นเอกที่เราให้กับตัวเองต่างหาก ความโกรธแค้นจองจำตัวเราไว้ แต่การให้อภัยทำให้เรามีอิสระ..


อดีตทหารผ่านศึกที่เคยถูกพวกนาซีจับตัวไปคุมขังกลับมาพบกันวันหนึ่ง

"นายให้อภัยพวกนาซีแล้วหรือ?" คนหนึ่งถาม

"อือ" ตอบอีกคน "แล้วนายล่ะ?"

"ยังหรอก ฉันยังหายใจเข้าออกด้วยความโกรธแค้นพวกมัน" คนถามกลายเป็นคนตอบบ้าง

"ถ้าอย่างนั้น แสดงว่านายยังอยู่ในการคุมขัง (คุก) ของพวกมันอยู่"

--------

วันนี้ ฉันรู้สึกสงบ เย็น และเป็นสุขกับรางวัลที่หัวใจได้รับ...

.

Music for reflection..

Forgiveness and the Freedom of Letting go...