จดหมายถึงลูก "เพรียง" ฉบับที่ ๔
จดหมายถึงลูก "เพรียง" ฉบับที่ ๔
นับจากที่ลูกได้เก็บข้าวในนาผืนนี้ไปเรียบร้อยแล้ว...สรุปแล้ว
น้องเพรียงก็ได้เงินสำหรับการทำนาแปลงนี้ประมาณ
แสนกว่าบาท หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดไปแล้ว
(จากราคาทั้งหมด ๒.๕ แสนกว่าบาท) เรียกว่า
ใช้เวลาในการทำนาในครั้งนี้ประมาณ ๔ เดือนต่อครั้ง
สำหรับครั้งนี้...ใคร ๆ ในหมู่บ้าน จะชอบเรียก น้องเพรียงว่า
"เฒ่าแก่ข้าว" เพราะน้องเพรียงบอกว่า ชาวบ้านเห็นว่า
น้องเพรียงยังอายุแค่ ๒๐ กว่า ๆ แต่ภายใน ๔ เดือน สามารถ
ทำนาได้เงินหลักแสน...เนื่องจากการทำนาก็ไม่ต้อง
เสียค่าเช่านา เพราะเป็นนาของพ่อเรเอง...เพียงแต่เสีย
ค่าใช้จ่ายในการซื้อข้าวปลูก + ปุ๋ย + ค่าจ้างเกี่ยวข้าว
เท่านั้นเอง...บางคนบอกว่า ดีกว่าไปทำงานในเมือง
ซึ่งต้องไปแก่งแย่งกันทำมาหากิน...ถ้าเรามีนาของเราเอง
เราก็สามารถทำมาหากินได้เหมือนกัน...อยู่ที่ว่าจะยอม
เหนื่อยหรือไม่เท่านั้นเอง...
และในช่วงนี้ น้องเพรียงก็กำลังเตรียมตัวปั่นดินเพื่อทำนาใน
รอบที่ ๒ อีกครั้งหนึ่ง และช่วงหลังสงกรานต์นี้ ก็ต้องเตรียม
ตัวเพื่อลงมือหว่านข้าวอีกครั้ง สำหรับการเก็บเกี่ยวในรอบ ๒
นี้ ก็อีกประมาณ ๔ เดือนข้างหน้าที่จะได้เก็บเกี่ยว
ถ้าไม่มีเหตุการณ์ น้ำท่วม หรือ เพลี้ยกิน ก็แสดงว่า
น้องเพรียงก็จะได้เงินอีกก้อนหนึ่งสำหรับการเลี้ยงชีพได้
สำหรับเงินที่ได้มาในรอบแรกนั้น "น้องเพรียง" ภูมิใจมาก ๆ
กับการได้เงินก้อนนี้มา เพราะน้องเพรียงบอกว่า "มันเป็น
น้ำพัก - น้ำแรง ของน้องเพรียงเอง เกิดความภูมิใจ
ที่สามารถหาเงินมาได้ด้วยตัวของตัวเอง...น้องเพรียงบอกว่า
กว่าจะได้เงินมา ก็เหนื่อยน่าดู แต่ก็ดีใจที่สามารถหาเงิน
เองได้"...
อ่านจดหมายถึงลูกทุกฉบับ ได้จากที่นี่
"จดหมายถึงลูก"
น้องเพรียงบอกว่า "มันเป็นน้ำพัก - น้ำแรง ของน้องเพรียงเอง เกิดความภูมิใจ ที่สามารถหาเงินมาได้ด้วยตัวของตัวเอง...น้องเพรียงบอกว่า กว่าจะได้เงินมา ก็เหนื่อยน่าดู แต่ก็ดีใจที่สามารถหาเงินเองได้"...เป็นตัวอย่างของที่มาของการเห็นคุณค่าในตนเอง (Self Esteem) และข้อคิดความสำเร็จที่ว่า "...ฟันฝ่าไม่ใช่ฟลุคๆ ต่อสู้ไม่ใช่นั่งดูดวง...ความสำเร็จไม่ได้มาจากไหน แต่มาจากตัวเราเอง" ได้ดีดีทีเดียว ค่ะ คุณบุษยมาศ
ขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจค่ะ
+
+ 