...

 

ยามเช้าวันมหาสงกรานต์ถือว่าเป็นวันดีฤกษ์ดีตื่นขึ้นมาได้เห็นแสงดวงอาทิตย์ยามเช้า ๆ  ดุจแสงเงินแสงทองสาดส่องลงมาให้ได้ชื่นชม  ฉับพลันมีเสียงเรียกร้องจากลูก ๆ ว่าต้องการลงเล่นน้ำทะเลช่วยพาไปเล่นหน่อย...ก็ให้ได้คิดว่าวัยเด็กเป็นวัยที่อยากเล่นอยากลองไปซะทุกเรื่องแม้เห็นน้ำทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาลก็อยากลงเล่นแต่กล้า ๆ กลัว ๆ ต้องมีผู้ใหญ่คอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ

 

        ปรากฏว่าวันนี้พวกเด็ก ๆ ลงเล่นน้ำทะเลยามเช้ายามเที่ยงวันและยามบ่ายห้าโมงเย็นโดยใช้เวลาครั้งละเกินชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียว  ผมคิดว่าธรรมชาติจะสอนคนเราให้รู้จักเอาตัวรอดเสมออย่างพวกเด็ก ๆ ที่กำลังลงเล่นน้ำทะเลพวกเขาก็ดูเรียนรู้จักเอาตัวรอดอยู่เหมือนกัน  แต่ด้วยลูก ๆ ยังเล็กอยู่พวกเราที่เป็นผู้ใหญ่จึงช่วยกันเปลี่ยนคนมาคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ

 

 ผมเองเดินริมหาดทรายไป ๆ มา ๆ และบางช่วงได้ยืนคุยกับญาติ ๆ ได้เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงตรงนี้ว่าเมื่อตอนยังเป็นเด็กสภาพไม่เป็นอย่างที่เห็นพี่ชายภรรยาผมชี้ตรงบริเวณที่ตั้งเรือนหนึ่งหลังเป็นที่เกิดว่าอยู่ริมทะเลที่คลื่นซัดสาดถึงตอนนี้  พอห่างเสาเรือนออกมาก็เป็นบริเวณลานกว้างแล้วมีถนนคนเดินเลียบคู่ขนานไปกับทะเลซึ่งห่างออกไปทางตะวันออกอีกประมาณ หนึ่งกิโลเมตร 

 

 ต่อไปก็เป็นคอกวัวพอต่อจากคอกวัวก็เป็นสวนมะพร้าวพอพ้นจากสวนมะพร้าวก็เป็นทิวแถวต้นตะบองเพชรต่อจากนั้นก็เป็นชายหาดที่เอียงลาดลุ่มลงไปสู่น้ำทะเลอ่าวไทยมองตรงลงไปทางเมืองสงขลาจะเป็นเส้นตรงชายหาดจะไม่เว้า ๆ แหว่ง ๆ เหมือนตอนนี้  ต่อมามีรถจักรยานเอามาขี่ไปเมืองสงขลาตรงริมทะเลช่วงน้ำลงดินทรายใกล้ริมน้ำมันแข็งถีบรถจักรยานได้ดี

 

        การเดินทางไปเมืองสงขลาจะมีเรือเมล์วิ่งห่างจากชายฝั่งประมาณหนึ่งกิโลเมตรได้พอถึงท่าเรือหัวไทรจะได้ยินเสียงกระดิ่งดังมาแล้วมีเรือพายลำเล็ก ๆ รับคนจากเรือเมล์พายมาส่งที่ฝั่งหรือเวลาคนจะไปก็ยืนอยู่ริมฝั่งแล้วโบกมือเป็นสัญญาณให้มารับก็จะมีคนพายเรือลำเล็กรีบมารับไปส่งยังเรือเมล์ดังกล่าว  ที่บ้านก็มีทวดนมซึ่งเดินทางกลับบ้านที่หมู่บ้านปากระวะ  แล้วจะกลับมาตามที่บอกวันเวลาไว้พอใกล้เที่ยงวันเรือเมล์ก็มาถึงท่าเรือหัวไทรพอดี

 

        ในวัยเด็ก ๆ ออกมามองท้องทะเลจะเห็นเรือกางใบเต็มไปหมด  และมีเรือสำเภาเดินทะเลลึกบ้างประเภทมาจากต่างประเทศมุ่งหน้าสู่เมืองบางกอก  สภาพความเป็นอยู่ของคนบ้าน ๆ ก็อยู่ไกลกัน  เด็ก ๆ พอตื่นมาก็ออกไปเลี้ยงวัวตามท้องทุ่งนานำมีดพร้าติดมือไปอาศัยขึ้นต้นตาลนำลูกตาลลงมาผ่ากินแทนอาหารเที่ยงวันเป็นอยู่อย่างนั้นละชีวิตบ้าน ๆ ของคนหัวไทรในสมัยก่อน

 

        พอมาถึงวันนี้ยามเช้า ๆ ออกไปชมท้องทะเลวันนี้มี สามคนคือหนึ่งคนตกเบ็ดข้างโขดหินเป็นเกาะกลางน้ำหน้าบ้านพัก  อีกสองคนก็จับแหจด ๆ จ้อง ๆ มองหาปลากระบอกอยู่ริมทะเล  มีเรือยนต์หลายลำลากอวนอยู่นอกทะเลไกล ๆ มองขึ้นฝั่งมีรถวิ่งขึ้นลงผ่านหน้าบ้านพักจ้าระหวั่น  มองบนฟากฟ้าก็มีเครื่องบินโดยสารลำใหญ่บินผ่านไปมานับเป็นความเปลี่ยนแปลงระหว่างเก่ากับใหม่เป็นอย่างดี

        พอถึงวันนี้ย่างเข้าปีใหม่ไทยแล้วขอให้ทุกท่านทุกคนโชคดีมีเงินใช้สบายอุรานะครับ