วันนี้ขอนำเรื่องเก่าๆของงานห้องผ่าตัด มาแบ่งปันเล่าเรื่องค่ะ

เราเคยเจอปัญหาแพทย์ Set ผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบ (Appendectomy) แต่เมื่อเปิดช่องท้องเข้าไป พบมีเลือดในช่องท้อง กลายเป็นท้องนอกมดลูก (Ectopic pregnancy) หรือซีสรังไข่แตก (Ruptured Ovarian Cyst) ถ้าโชคดีเป็นด้านขวา ก็สามารถทำผ่าตัดได้ (ผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบ จะเปิดแผลผ่าตัดบริเวณท้องน้อยด้านขวา Mcburney point) แต่ถ้าเป็นด้านซ้าย ต้องเปิดแผลเพิ่มคือบริเวณกึ่งกลางหน้าท้อง (Midline)

ผู้รับบริการจึงต้องมีแผลผ่าตัด ๒ แผลในการผ่าตัดครั้งเดียว หลังผ่าตัดแพทย์จะเป็นผู้แจ้งกับญาติว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากผู้ป่วยฟื้นตื่นดี วิสัญญีพยาบาลจะเป็นบอกสิ่งที่เกิดกับผู้ป่วย เช้าวันรุ่งขึ้นพยาบาลห้องผ่าตัดจะไปเยี่ยมและแจ้งกับผู้ป่วยพร้อมญาติอีกครั้ง หลังผ่าตัด ๓๐ วันเราจะติดตามเยี่ยมประเมินเรื่องแผลผ่าตัดติดเชื้อซ้ำ (Post discharge surveillance)

นี่เป็นอุบัติการณ์ความเสี่ยง (Incident Report) ที่สำคัญของห้องผ่าตัด หลังจากทบทวน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ

เราได้แนวทาง/มาตรการเพิ่ม คือ

- ในหญิงวัยเจริญพันธ์ที่มารับบริการ ต้องซักประวัติเพิ่มเรื่อง ประจำเดือนครั้งสุดท้าย, การคุมกำเนิด ถ้าสงสัยเป็นโรคที่อาจต้องผ่าตัด

- แพทย์ต้องส่งตรวจ UPT (Urine preg test ดูการตั้งครรภ์), Ultrasound หรือตรวจภายในเพิ่ม (PV, PR) เพื่อวินิจฉัยแยกโรคทางสูติ-นรีเวชกรรม, ศัลยกรรม

หลังจากมีแนวทาง.. เรายังพบเหตุการณ์ซ้ำ เนื่องจาก Ultrasound แล้วแต่ไม่ชัดเจน จึงเพิ่มแนวทาง.. ถ้าแพทย์สงสัยไม่แน่ใจ ให้พิจารณาเปิดแผลที่ตำแหน่ง Midline แทน Mcburney point

 

หลังจากนั้นเราไม่พบอุบัติการณ์.. ดังกล่าวอีกเลย


ทำให้ได้เรียนรู้ว่า "อุบัติการณ์ความเสี่ยง" ต่างๆสามารถเกิดขึ้นได้.. แต่ไม่ควรเกิดซ้ำจากสาเหตุเดิม ฉะนั้นเราต้องเห็นความสำคัญ นำประเด็นปัญหาเหล่านั้นมาวิเคราะห์หาแนวทางแก้ไข จะช่วยพัฒนางานของเราให้มีคุณภาพมากขึ้น ส่งผลให้ "ผู้ป่วยปลอดภัย" ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของเราชาวสาธารณสุข