ออกเดินธุดงค์มาได้สักเจ็ดวัน ก็ตัดป่าทับลานไปโผล่ริมป่าของ อ. ครบุรี โดยธุดงค์ไต่ลัดเลาะไปตามแนวสันเขา สลับกับหุบเขา ขึ้นๆลงๆ ธรรมชาติสวยงามมาก พอเหนื่อยก็นั่งพักริมธารน้ำไหลที่ใสสะอาด ชมปลา ชมนก ชมไม้ แสนเพลิดเพลิน นึกประหวัดไปว่าถ้ามาอย่างฆราวาสคงจะสนุกหนักหนา
แต่มาอย่างพระก็สนุกอีกแบบ ได้มีมุมมองอีกแบบ เช่นได้พิจารณาความเกี่ยวดองโยงใยกันของสรรพสิ่ง อย่างลงตัว ได้ปลงว่าชีวิตนี้ไม่ควรจะโลภทะเยอทะยานแสวงหาวัตถุจนเกินเหตุเพราะท้ายสุดก็คืนสู่ธรรมชาติ ถูกเผาถูกฝังทำให้อนูล่องลอยเป็นดินหรือเป็นเถ้าถ่านสลายหายกลายเป็นอนูของต้นไม้ลำธารขุนเขาที่เห็นอยู่นี้
คืนหนึ่งมาค่ำมืดเอาที่หมูบ้านซับปลากั้ง ที่ตั้งอยู่กลางสันเขา เป็นหมู่บ้านที่มีทัศนียภาพงดงามมาก หากนายทุนเห็นคงนึกอยากจัดเป็นรีสอร์ทงามได้ไม่แพ้ทางเหนือเลย.. ยืนชมวิวแบบพาโนรามาอยู่เป็นนาน จึงเดินทางหาที่ปักกลด ได้ที่ตรงริมไร่มันสำปะหลังของชาวบ้าน
และแน่นอน เหมือนหมู่บ้านอื่นๆ ในตอนหัวค่ำชาวบ้านก็ถือตะเกียงบ้าง ไฟฉายบ้าง เดินแถวกันเข้ามาขอหวยกับหลวงพ่อ พอสักสามทุ่มก็กลับกันหมด
ตอนสี่ทุ่มของคืนนี้ฝนเทลงมาอย่างหนัก นับเป็นฝนหลงฤดูกลางเดือนธันวาคมที่แปลกประหลาดมาก เพราะตกหนักทั้งคืน พื้นดินที่นอนถูกน้ำท่วมนองเจิ่ง
ในที่สุดกลดก็ก้นฝนไม่อยู่ น้ำฝนหยดลงมาทำให้จีวรเปียกชุ่มโชกตลอดคืน
คืนนั้นทั้งคืนไม่ได้จำวัด (จำกลด) ห่วงของนอกกายยิ่งกว่าของในกาย จึงเอากล้องและสมุดจด และของสำคัญต่างๆยัดลงบาตร ปิดฝาให้แน่นเพื่อกันน้ำเข้า แล้วกอดเอาไว้อีกต่อหนึ่งเพื่อกันล้มเพราะพื้นดินอ่อนตัวมาก จะนั่งราบบนพื้นหรือนอนก็ไม่ได้เพราะน้ำนองขังลึกระดับ 10 ซม. จึงต้องนั่งยองๆตลอดคืน ทำให้เกิดความเมื่อยล้าเป็นอย่างมาก เมื่อยจนโง่ ว่างั้นเถอะ
จนในที่สุดเมื่อจนตรอกก็เกิดปัญญาว่าจะใช้ความเมื่อยเป็นอารมณ์สมาธิ ก็เลยนั่งยองๆทำสมาธิอยู่อย่างนั้น ตลอดคืน จนรุ่งสาง นกร้อง ฝนก็หยุดตกพอดี..ราวนัดหมายกันไว้
การทำสมาธินับว่าช่วยได้มากทีเดียว จิตดิ่งเป็นสมาธิพอควร ทำให้นึกเลยไปว่าหากเกิดความเจ็บหนักขึ้นมาจากการป่วยไข้หรืออุบัติเหตุก็น่าจะใช้ความเจ็บปวดนั้นเป็นอารมณ์กรรมฐานเพื่อบรรเทาความเจ็บได้ด้วย หากมันจะต้องตายก็ให้ตายในสมาธิไปเลย
ชาวบ้านหนอก็กระไรอยู่ รู้ก็รู้ว่าพระมาปักกลด ฝนตกหนักปานฟ้าถล่มเช่นนี้ ไม่มีใครมีแก่ใจ กางร่มออกมานิมนต์ให้พระไปนอนที่บ้านของตัวบ้างเลย อ้อ..ขอหวยได้แล้วก็ไม่ต้องง้อพระแล้วสิ
รุ่งเช้าออกบิณฑบาตด้วยจีวรเปียกโชก ฉันเสร็จ ออกเดินต่อ ค่อนวันกว่าจีวรจะแห้ง ก็ดีเหมือนกัน ได้ฝึกความอดทน
ก่อนจากหมู่บ้านออกมา มีโยมคนหนึ่งเข้ามาปาวารณาขอบริจาคที่ดินริมเขาสุดสวย ประมาณ ๒๐ ไร่ให้เราสร้างวัด เพราะหมู่บ้านนี้ยังไม่มีวัด ...หลวงเฮียเห็นทัศนียภาพแล้วน้ำลายสอเลย เพราะวิวงามหลาย บรรยากาศก็เลิศ นี่ถ้าใบ้หวยแม่นๆ สงสัยว่ามีห้องแอร์ไม่ต้องลำบากนอนตากฝนอีกต่อไป
...คนถางทาง
ปล. ตอนสึกออกมา นั่งประชุม แล้วเกิดความง่วง เลยคิดเอาความง่วงเป็นอารมณ์ กำหนดสมาธิ ปรากฎว่าหายง่วงได้เหมือนกัน
เพิ่งมีโอกาสได้อ่าน.. สนุกจังค่ะ..
รออ่านตอนต่อไปนะคะ