7เมษายน2555 วันนี้ฟ้ามืดครึ้มตั้งแต่เช้าหลังจากที่รอคอยฝนฟ้ามาโปรดปราณให้ต้นไม้(ได้สดชื่นเติบโต) และให้คน(ได้ประหยัดค่าน้ำ ได้พักทำงานภายนอกมาทำงานภายใน.

 

เหมือนเทวดาฝนฟ้าเป็นใจฝนเทลงมาอย่างไม่ขาดสายแบบนิ่มๆไม่แรงเกินไปไม่เบาเกินไปพอให้ดิน-ใบไม้ได้ดูดซับน้ำเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ทัน!

 

3ชั่วโมงแล้วยังไม่หยุดตกต้นไม้ใบหญ้าคงได้ชุ่มฉ่ำไปหลายวัน หลังสงกรานต์คงได้เวลาเตรียมดินกรอกถุงเพาะชำต้นไม้อย่างสบายใจไม่ต้องห่วงเรื่องรดน้ำต้นไม้.

 

ข้าพเจ้ายังแอบหวังลึกๆในใจช่วงเวลาวันสงกรานต์ ขอให้เทวดาบนฟ้าประพรมน้ำมนต์ลงมาแบบนี้บ้าง ผู้คนจะได้ระมัดระวังมากขึ้น ผู้คนจะได้ไม่ออกวิ่งตามท้องถนนมากนัก จะได้อยู่พร้อมครอบครัวคุยกันบอกรักกันให้หายคิดถึงสมกับที่ห่างหาย(ทำงานๆๆ)ได้ยินแต่เสียงกันเสียส่วนมาก.

 

น้ำที่ใช้สาดกันทิ้งนำไปรดต้นไม้น่าจะดี ประเพณีที่ดีงามไม่เปลืองน้ำ นำพาลูกหลานเข้าวัดปฏิบัติธรรม(ไม่เมาน้ำลายหรือเมาน้ำขวด) ใช้เวลากับครอบครัวให้เวลาหัวใจได้มองดูถิ่นเกิดอย่างชัดๆ.

 

(พูดเรื่องฝนไหงไปถึงสงกรานต์นะเรา)คงได้ฟังเสียงฝนแล้วสุขใจจึงอยากให้สิ่งแวดล้อมรอบนอกได้พบความสุขจากธรรมชาติด้วยกัน.

 

     ...เข้ากับบรรยากาศเป็นใจฝนฟ้าทำงานคนก็เลยมีเวลาพักในร่มจึงขอนำชมสวนกันต่อจากบันทึกที่แล้ว จากความรู้เรี่องไอทียังไม่เท่าไหร่ พอถูๆไถๆไปได้จึงต้องกราบขออภัยไว้ล่วงหน้าหากมีสิ่งใดคำพูดใดพลาดพลั้งไป...

 

วันนี้ข้าพเจ้าจะขอนำทุกๆท่านชมสวนในโซนที่เรียกว่าแปลงโสลปค่ะ(ลักษณะลาดเอียงของแปลงดินเหมือนภูเขา).

1.ภาพที่หนึ่งจากบนเป็นถนนเส้นที่ตรงมาจากประตูหน้าบ้านค่ะ แปลงฝั่งขวามือในภาพแต่เดิมเป็นแปลงมะขามหวานหลังจากเรียนรู้เข้าใจธรรมชาติของผักหวานจากดอยภูเขาแล้วได้ทำการปลูกต้นไม้ชนิดต่างๆเสริมในแปลง ทุกวันนี้ไม่มีช่องว่างให้ปลูกรอเพียงการเติบโตของต้นที่ปลูกไว้.

 

2.ในภาพเป็นถนนเส้นที่ต่อกันกับภาพที่1 แปลงนี้เรียกว่าแปลงโสลปค่ะจากเดิมปลูกมะขามหวานพันธุ์สีทอง แต่ผลผลิตหวังไม่ได้ (ไม่ค่อยติดลูกหรือบางปีติดลูกดกเจอฝนตก ฝักแตกก่อนแก่หรือไม่ก็เป็นรา)รอแล้วรออีก(ให้โอกาส10ปี)ได้ปรึกษากันเราเปลี่ยนจากต้นมะขามหวานมาปลูกต้นตะขบดีไหมข้างล่างต้นตะขบก็จะมีผักหวาน ข้างล่างผักหวานก็จะมีพริก กระเพรา กระชาย บุกฯ...

..หลังจากตกลงปลงใจเรียบร้อย2549จัดการต้นมะขามลงซะเรียบแปลง จากพื้นดินโล่งๆใต้ร่มมะขามไม่มีหญ้าขึ้นพอมาเจอฝนแล้งปี49,51 ร้อนมาก(เหมือนคนหัวล้านไม่มีผม)ต้นตะขบที่ปลูกแทนต้นมะขามหวานพอเป็นร่มได้ปลูกผักหวาน แต่ปลายปี52เจอแล้งจัดตะขบยืนต้นตายผักหวานหยุดชะงักบวกกับช่วงมรสุมชีวิตเข้ามาจึงหยุดพักไว้ไปแก้ปัญหาอีด้านค่อยกลับมาต่อ...

 

3.เวลา2ปีที่หยุดพักธรรมชาติได้ทำระบบของมันเอง โดยนก,ลม และระบบนิเวศของสิ่งแวดล้อม ต้นไม้ธรรมชาติพื้นถินได้งอกเงยขึ้นในแปลงโสลป(สะเดา กระถิน มะเกลือ สะแกฯ)รวมถึงต้นไม้ที่คนได้ปลูกไว้พร้อมๆกันกับตะขบแต่ไม่ตายคือน้อนหน่า สิ่งเหล่านี้ทำให้ได้รู้จักคำพ่อสอน ระบบปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก-ล้อมป่าเป็นแบบนี้นี่เอง...

 

4.หลังจากที่ที่ป่าเริ่มฟื้นกลับมา บวกกับปัญหาชีวิตผ่อนคลายได้กลับมาลุยกับต้นไม้เต็มที่ 2554 นำตะขบมาเสริมในแปลงอีกครั้ง ต้นไม้ที่รกทึบไปก็ตัดแต่งทำฟืนทำปุ๋ย...

5.ภาพนี้จากการที่คนสองคนขึ้นรูปในใจ(วิทยาศาสตร์ทางใจ)ใช้เวลา5ปีกับการสร้างสิ่งที่อยู่ในใจให้จับต้องได้ในวันนี้ จากในภาพชั้นบนสุดจะเป็นต้นไม้ธรรมชาติมะเกลือ สะเดา สะแกฯลฯ ช่วยป้องกันลมพยุงต้นตะขบไม่ให้ล้ม เป็นบ้านและอาหารให้มดแดง นก สัตว์ต่างๆ...ทุกโคนต้นไม้(หยอด)ปลูกผักหวานป่าลงไปแล้วปี54 อีก2-3ปีข้างหน้าคงได้เห็นป่าในชั้นที่3ผักหวานป่าและชั้นที่4พริก กระเพรา ผักต่างๆ(ไม้ชั้นที่1ต้นไม้ธรรมชาติ ชั้นที่2ต้นตะขบ)...

 

6.ภาพนี้เป็นถนนบนแปลงโสลปต่อกันกับเส้นในภาพที่2

 

7.ถนนต่อกันกับเส้นในภาพที่6 ทางด้านขวามือเป็นถนนอีกเส้นที่อยู่ด้านล่าง มุมนี้เรียกเนินสะเดา...

8.ถนนด้านเนินสะเดามองเห็นแปลงโสลปมุมล่าง

9.มุมแปลงโสลปด้านล่าง...

 

10.

11.ภาพที่10,11 เป็นสภาพดินของอุฑยานผักหวานป่าที่แห้งแล้งมาก แม้จะดีกว่าตอนที่ข้าพเจ้ามาอยู่ใหม่ๆ(แตกกว้างกว่านี้)แต่เมื่อใดที่ฝนแล้งก็ยังแตก เพราะไม่มีน้ำใต้ดินเพราะพื้นที่อยู่สูงไม่มีน้ำใต้ดินตื้นๆ แต่สภาพต้นไม้ที่เติบใหญ่ในวันนี้ก็เป็นกำลังใจให้คนทำอย่างมากค่ะอย่างน้อยก็เหลือเพียงระบบน้ำที่ต้องทำ

***พื้นที่โซนแปลงโสลปเพียงจุดเดียวได้ให้ความรู้กับข้าพเจ้าอย่างมากมายได้เรียนรู้ระบบป่าไม้หลายชั้น ได้เรียนรู้ระบบล้อมป่า ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก ระบบวนเกษตรเกษตรผสมผสาน ระบบสังคมพืชการอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยกันของป่าและสัตว์ต่างๆ(ไม่มีมนุษย์ซักคนต้นไม้ธรรมชาติก็อยู่ได้) ระบบนิเวศของป่า ระบบการพึ่งพาอาศัยกันของใบไม้ชั้นบนที่กอดกัน เบียดเสียดร้องเพลงให้กันฟัง ระบบรากใต้ดินที่ชอนไชแบ่งน้ำแบ่งอาหารนำพาอากาศลงใต้ดินให้สิ่งมีชีวิตมากมายใต้ดิน แบ่งปุ๋ยให้อาหารแก่กันและกันโดยมีลมฝนน้ำนำพาจากการล่วงหล่นของใบไม้กิ่งไม้แต่ละชนิดที่แตกต่างกันวิตตามินย่อมแตกต่างกันและต้นไม้แบ่งปันกันเป็นปุ๋ย***

 

**เพราะธรรมชาติคือครูผู้ยิ่งใหญ่...ขอบคุณและสวัสดีค่ะ**