ป้าวิ หรือ ผศ.วิไล แพงศรี เป็นหนึ่งในหลายๆ ท่าน ที่ผมบังเอิญได้รู้จักผ่านโลกไซเบอร์อย่าง GTK แล้วต่อเนื่องไปสู่โลกแห่งชีวิตจริง จนกลายเป็น “กัลยาณมิตรที่แสนดี” ที่มีความรัก ห่วงใย และมีความปรารถนาดีต่อกันอยู่ตลอดเวลา

 

 

 

 

บันทึกการเดินทาง :

เยี่ยมชมบ้านสวนของ ผศ.วิไล  แพงศรี

 

 

ป้าวิถ่ายรูปกับผู้ไปเยือนจากเชียงใหม่ไว้เป็นที่ระลึก



(1)



          เมื่อวันที่ 24  มี.ค.2555 ที่ผ่านมา ในระหว่างที่ผมพาสมาชิกในครอบครัวเดินทางไปเยี่ยมบ้านเกิดที่จังหวัดศรีสะเกษอยู่นั้น ผมมีโอกาสได้พาภรรยาและลูกหลานเดินทางไปที่จังหวัดอุบลราชาธานีด้วย เพื่อไปเยี่ยมชม “บ้านสวนไอดินกลิ่นไม้” ของอาจารย์ ผศ.วิไล  แพงศรี แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ซึ่งเป็น “กัลยาณมิตรที่แสนดี” จาก gotoknow.org  แห่งนี้ ซึ่งเพื่อนๆ หลายท่านคงจะรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

          ตอนแรกผมตั้งใจจะแวะเข้าไปเยี่ยมป้าวิที่ มรภ.อุบลฯ ในวันที่ 23 มี.ค.2555  เพราะว่าผมจะเดินทางไปอบรมที่จังหวัดมุกดาหารพอดี  แต่ป้าวิไม่สะดวกในการต้อนรับ เนื่องจากต้องคอยดูและและพาลุงสอ(ผศ.สรศักดิ์  แพรดำ)ซึ่งเป็นพ่อบ้านไปพบหมอตามที่นัดไว้เพื่อตรวจดูอาการเท้าแพลงที่เกิดจากการอุบัติเหตุรถจักรยานล้มในขณะปั่นออกกำลังกายเมื่อหลายวันก่อน  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ต้องเปลี่ยนกำหนดการไปเยือนเป็นวันที่ 24 มีนาคม แทน

         หลังจากที่ทำภารกิจต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนบ่ายของวันที่ 24 มีนาคม ผมและลูกหลานก็ออกเดินทางจากบ้านของยายที่บ้านพราน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ มุ่งหน้าไปยังจังหวัดอุบลราชธานีทันที โดยมีเป้าหมายอยู่ที่บ้านสวนไอดินกลิ่นไม้ของป้าวิและลุงสอ ซึ่งผมได้โทรศัพท์สอบถามเส้นทางกับป้าวิอยู่เป็นระยะๆ

         ถึงแม้ว่าผมจะโทรศัพท์สอบถามเส้นทางกับป้าวิเป็นระยะๆ แล้วก็ตาม แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีเรื่องขำๆ เกิดขึ้นมาจนได้ อันเนื่องมาจากความเข้าใจผิดของผมเอง

          เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า....ป้าวิบอกว่าเมื่อขับรถไปถึงสะพานลอยแล้วก็ให้ผมจอดรถอยู่ตรงนั้น แล้วป้าวิจะขับรถออกไปรับ  ดังนั้น เมื่อผมขับรถไปถึงสะพานลอยที่มีรถวิ่งข้ามไปมา  ผมก็เลยจอดรถรออยู่ตรงนั้นเกือบครึ่งชั่วโมง  รอแล้วรอเล่าแต่ก็ไม่เห็นป้าวิมารับซะที จนกระทั่งป้าวิโทรศัพท์มาหาและบอกว่ารออยู่ที่สะพานลอยสำหรับคนเดินข้ามซึ่งอยู่ห่างออกไปอีก 2 กม.นั่นแหละ  ผมถึงรู้ตัวว่า แท้ที่จริงแล้วเรานัดกันคนละ  “สะพานลอย” นั่นเอง    คิคิคิ

          จากนั้นผมก็รีบขับรถไปหาป้าวิที่สะพานลอยสำหรับคนเดินข้ามที่อยู่ข้างหน้า เมื่อไปถึงก็เห็นป้าวิยืนยิ้มอยู่ข้างๆ รถแบบขำๆ โดยหิ้วสิ่งของหลายอย่างมาฝากให้หลานที่นั่งอยู่ในรถด้วย

         ผมยกมือไหว้และกล่าวสวัสดีทักทายป้าวิเล็กน้อย จากนั้นป้าวิก็ขับรถนำหน้าเดินทางมุ่งไปยังบ้านสวนไอดินกลิ่นไม้ทันที  ซึ่งอยู่ห่างจากถนนใหญ่และลึกลับพอสมควร

 

 

(๒)


 

                พอเดินทางไปถึงบ้านสวนไอดินฯ  ป้าวิบอกให้ผมนำรถเข้าไปจอดไว้ที่โรงรถ จากนั้นสมาชิกทุกคนก็พากันลงจากรถและยกมือไหว้สวัสดีป้าวิอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง โดยที่ป้าวิและลุงสอได้ทำการต้อนรับอาคันตุกะอย่างพวกเราด้วยความอบอุ่นอย่างยิ่ง

                ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับลุงสออยู่เป็นเวลานาน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตและการทำเกษตรกรรม ซึ่งทำให้ได้ทราบถึงที่มาที่ไปของ “บ้านสวนไอดินกลิ่นไม้” แห่งนี้เป็นอย่างดี รวมถึงปรัชญาในการดำเนินชีวิตอันงดงามของลุงสอกับป้าวิด้วย

                แม้ว่าผมจะตั้งใจไปเยี่ยมป้าวิก็จริง แต่เมื่อไปถึงเข้าจริงๆ ผมกลับไม่ค่อยได้พูดคุยกับป้าวิมากเท่าที่ควรมากนัก เนื่องจากถูกลูกๆ แย่งซีนไปหมด แถมป้าวิเองก็ดูจะเห่อหลานๆ มากเป็นพิเศษอีกด้วย  ผมก็เลยนั่งคุยกับลุงสอเสียส่วนใหญ่  โดยปล่อยให้ป้าวิกับหลานๆ  มีโอกาสได้พูดคุยกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะได้หายคิดถึง....   คิคิคิ

                หลังจากนั้น ป้าวิก็พาพวกเราเดินชมสวนผลไม้นานาชนิดที่ลุงสอปลูกเอาไว้ ซึ่งมีทั้งมะม่วง มะขามเทศ มะยงชิด แก้วมังกร ขนุน มะขามเทศ มะนาว และลำไย  เป็นต้น ท่ามกลางความสนุกสนานของผู้ไปเยือนจากแดนไกล

                นอกจากจะปลูกผลไม้นานาชนิดเอาไว้แล้ว ลุงสอก็ยังเลี้ยงไก่งวงเอาไว้หลายตัวอีกด้วย มีทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่ ซึ่งดูเหมือนว่าเด็กๆ จะพากันชอบอกชอบใจกันอย่างมากเลยทีเดียว

                สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือโรงทำปุ๋ยหมัก  ที่ลุงสอสร้างขึ้นสำหรับทำปุ๋ยหมักเพื่อใช้เองในบ้านสวน  ซึ่งช่วยลดภาระการใช้ปุ๋ยเคมีลง ประหยัดค่าใช้จ่าย และทำให้ผลผลิตมีความปลอดภัยสูง

               วันนั้น...ป้าวิบอกว่าผมเป็นชาว GTK คนแรกที่เดินทางไปเยี่ยมป้าวิและลุงสอถึงบ้านสวนไอดินฯ ซึ่งผมฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มอยู่ในใจอย่างมีความสุข

                หลังจากใช้เวลาอยู่ที่บ้านสวนฯ ประมาณ 1 ชั่วโมงเต็ม ผมและสมาชิกก็พากันอำลาป้าวิกับลุงสอเพื่อเดินทางกลับไปที่บ้านยายที่ศรีสะเกษ  โดยมีป้าวิขับรถส่วนตัวนำทางออกไปส่งที่ถนนใหญ่ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกประมาณ 10 กม.

                เมื่อไปถึงถนนใหญ่  ป้าวิจอดรถและลงมาทักทายส่งท้าย โดยผมได้ยกมือไหว้เพื่อทำการขอบคุณที่ป้าวิและลุงสอได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นในครั้งนี้ พร้อมทั้งกล่าวอำลาเพื่อเดินทางต่อไปยังจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 90 กม.

                การไปเยี่ยมชมบ้านสวนไอดินกลิ่นไม้ของป้าวิและลุงสอในครั้งนี้ พวกเราต่างก็รู้สึกประทับใจในการต้อนรับอันอบอุ่นของเจ้าของบ้าน ซึ่งมีความเป็นกันเอง จนทำให้พวกเราเกิดความรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองได้เป็นลูกเป็นหลานของป้าวิจริงๆ

                และคราวหน้า  พวกเราก็ตั้งใจว่าจะหาโอกาสแวะเข้าไปเยือนอีกนะครับ  



(๓)

 


          เป็นเวลาเกือบ 1 ปีแล้ว ที่ผมมีโอกาสได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน GTK  จากการแนะนำของ  “ผู้หญิงจากแดนไกลคนหนึ่ง”  ที่เป็นทั้ง “เพื่อน” และ “น้องสาวที่แสนดี” ที่คอยปลอบโยนและให้กำลังใจ ในยามที่ผมมีความทุกข์หรือมีปัญหาในชีวิต รวมทั้งคอยเป็นแรงบันดาลใจให้กับผมมาอย่างเนิ่นนานนับ 20 ปี

          ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมานั้น ผมมีโอกาสได้อ่าน เรียนรู้ และแบ่งปันความคิดความฝันกับกัลยาณมิตรอย่างหลากหลาย ทำให้ผมมองเห็นความงาม ความฝัน ความมีชีวิตชีวา ความสุข ความทุกข์ ปัญหาและทางออก ตลอดจนโอกาสในการแบ่งปันความงดงามต่างๆ ระหว่างกันและกัน

          "ป้าวิ"  หรือ  "ผศ.วิไล  แพงศรี"   เป็นหนึ่งในหลายๆ ท่าน ที่ผมบังเอิญได้รู้จักผ่านโลกไซเบอร์อย่าง GTK  แล้วต่อเนื่องไปสู่โลกแห่งชีวิตจริง จนกลายเป็น “กัลยาณมิตรที่แสนดี” ที่มีความรัก ห่วงใย และมีความปรารถนาดีต่อกันอยู่ตลอดเวลา


          ขอบคุณ....และขอบคุณ GTK มากๆ เลยนะครับ



มีความสุขทุกคน 555

บ้านสวนของป้าวิกับลุงสอ

เด็กๆ กำลังสนใจไก่งวง

เด็กๆ กำลังจะขโมยมะม่วงของป้าวิ  555

เด็กๆ โพสต์ท่าถ่ายรูปใต้ต้นมะม่วง


สวนมะนาว

สวนแก้วมังกร




เพลง   "สาวอุบลรอรัก"

ร้องโดย   "อังคนางค์  คุณไชย"