สวัสดีครับลูกศิษย์ EADP รุ่น 8 ที่รักทุกท่าน
กลับมาพบกันอีกครั้งสำหรับกิจกรรมการเรียนรู้ระยะที่ 2 ของพวกเรา "หลักสูตร แลกเปลี่ยนเรียนรู้: ดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ของ กฟผ." ซึ่งเราจะอยู่ด้วยกัน 3 วันที่จังหวัดกาญจนบุรี คือ ระหว่างวันที่ 27 -29 มีนาคม 2555 หวังว่าลูกศิษย์ของผมจะได้รับความรู้ มุมมอง และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นภาพของการทำงานด้าน CSR ในอนาคตของ กฟผ. กับความต้องการที่แท้จริงของสังคมและปวงชน
ผมขอชื่นชมที่ทุกท่านสนใจ และได้นำเสนอแนวคิดดี ๆ จากการส่งการบ้านมาที่ Blog ซึ่งจะเป็นคลังความรู้ของพวกเรา มีประโยชน์มาก และผมดีใจที่ความรู้ดี ๆ ให้องเรียนของเราจะได้แบ่งปันสู่สังคมในวงที่กว้างขึ้น
และเพื่อให้การส่ง Blog ของพวกเราง่ายขึ้น ผมจึงขอเปิด Blog ใหม่สำหรับกิจกรรม CSR ในครั้งนี้ครับ
ติดตามภาพบรรยากาศการเรียนรู้ได้ที่ลิงค์นี้ครับ
ภาพกิจกรรมการเรียนรู้วันที่ 1 ณ ศูนย์ฝึกอบรม กฟผ. ที่เขื่อนท่าทุ่งนา จ.กาญจนบุรี
ภาพกิจกรรมการเรียนรู้วันที่ 2 ณ ชุมชนบ้านช่องสะเดา (28/3/55)
จีระ หงส์ลดารมภ์
Presentation หนังสือ 2 เล่ม HR พันธุ์แท้ และ 8K’s 5K’s
กลุ่ม 2
ทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้ และ 8k 5k
สิ่งที่เหมือนกัน ได้แก่
สิ่งที่ต่างของหนังสือ ทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้
สิ่งที่ต่างของหนังสือ 8k 5k
กลุ่ม 1
วิเคราะห์ความเหมือนและความแตกต่างของหนังสือทั้ง 2 เล่ม
ในส่วนของ EGAT ได้รับอะไร
ดร.จีระ
กลุ่ม 3
พูดในมุมที่ประทับใจ
เล่ม 1 ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้
ดร.จีระ
เล่ม 2 8K’s 5K’s
ดร.จีระ
กลุ่ม 4
วิเคราะห์ความเหมือนและความแตกต่างของหนังสือทั้ง 2 เล่ม
หนังสือ 8K’s 5K’s
ดร.จีระ บอกว่า
HR พันธุ์แท้
ดร.จีระ
กลุ่ม 5
วิเคราะห์ความเหมือนและความแตกต่างของหนังสือทั้ง 2 เล่ม
ความเหมือน
นำมาใช้ในการทำงานไฟฟ้าได้อย่างไร
ดร.จีระ
ปาฐกถาพิเศษ วิสัยทัศน์กาญจนบุรีกับการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง(ช่วงที่ 1)
โดย รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี คุณพงศธร สัจจชลพันธ์
โซนที่ 1 เป็นโซนอนุรักษ์
โซนที่ 2 โซนเศรษฐกิจ ท่าม่วง ท่ามะกา สะท้อนให้เห็นว่ามีอ้อยเยอะมาก มีการปลูกพืชทางการเกษตร มีโรงงานอ้อย 7 โรง มีโรงงานผลิตผลไม้แปรรูป สะท้อนการเชื่อมโยงกับแรงงานต่างด้าวมหาศาล
โซนที่ 3 โซนอีสาน กาญจนบุรี ไม่มีแหล่งน้ำ ได้แก่ห้วยกระเจา เป็นต้น
ดังนั้นการบริหารต้องดูแลใน 3 มิติ ดูแลธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ไม่ให้คนตัดไม้ทำลายป่า อีกส่วนดูแลเรื่องการขาดแคลนน้ำ เรื่องความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐาน อีกส่วนดูแลเรื่องเศรษฐกิจการลงทุน
ปัญหาใหญ่ ๆ ดูเรื่อง ไม้ ม้า มอญ คือดูแลเรื่องตัดไม้ทำลายป่า ดูเรื่องยาเสพติด เส้นทางติดต่อพม่า 43 ช่อง
มหาสมุทรอินเดีย การเดินทางใช้เวลา 16-18 วัน เหลือเพียง 6 วัน จุดอ่อนเมื่อเรือเทียบท่า ต้องมีเรือเล็กไปเทียบของมา แต่ทวายมีลักษณะพิเศษคือท่าเรือน้ำลึกใกล้ฝั่งมาก มีลักษณะรองรับในการทำนิคมอุตสาหกรรมและการขนส่งได้ดี นับเป็นจุดเปลี่ยนการขนส่งสินค้าทางทะเลของโลก เนื่องจากเชื่อม 2 ทวีป คือ มหาสมุทรอินเดีย กับแปซิฟิค
ถาม – ตอบ
ดร.จีระ
ปัญหาที่เรามาที่นี่คือเรื่องชุมชน ถามท่านรองผู้ว่าฯ บทบาทของกฟผ.ในยุคต่อไปในการสร้างชุมชนเป็นพันธมิตรในอนาคต บรรยากาศชุมชนในเรื่องสิ่งแวดล้อมที่กาญจนบุรีเป็นอย่างไร
ตอบโดยรองผู้ว่าฯ
ถาม โดยคุณไววิทย์
จากที่บอกว่าจังหวัดกาญจนบุรีแบ่งเป็น 3 โซน โซนเกษตร โซนเศรษฐกิจ โซนอีสาน โดยปกติแล้วจะไม่มีคนไม่อยู่ในโซนอีสาน ในกรณีนี้จังหวัดมีวิธีการอย่างไรช่วยไม่ให้เกิดการร้องเรียน
ตอบ
ถาม
ตอบ
ถาม โดยคุณวสันต์
ใน 4 อำเภอจังหวัดกาญจนบุรี มีช้างป่า 200 ตัว ตอนนี้ช้างป่าได้รบกวนและทำลายพื้นไร่เกษตรกร จำนวนมาก ท่านคิดว่าจะแก้ไขอย่างไร
ตอบ
ถ้าเห็นแก่การอนุรักษ์ช้างป่า กินพืชไร่เท่าไหร่ ชดเชยไปเลยเท่านั้น รัฐบาลจ่าย
ดร.จีระ
หัวข้อ การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อชุมชน (ช่วงที่ 1)
โดย อาจารย์มนูญ ศิริวรรณ
คุณสมภพ พวงจิตต์
ผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
คุณวสันต์ สุนจิรัตน์
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านช่องสะเดา
ร่วมวิเคราะห์และดำเนินรายการโดย
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ดร.จีระ
คุณสมภพ พวงจิตต์
ดร.จีระ
อาจารย์มนูญ ศิริวรรณ
2.แต่ปัจจุบันคนที่มีหน้าที่แสวงหาพลังงานต้องเปลี่ยนความคิดที่ว่าชุมชนต้องเสียสละเรื่องการแสวงหาพลังงาน และพัฒนาความมั่นคง ความคิดใหม่พลังงานและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของชุมชนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นต้องไปด้วยกัน ประเทศชาติและชุมชนต้องได้ประโยชน์ด้วยกัน นี่คือแนวความคิดใหม่ที่ต้องเปลี่ยนทั้งนักการเมือง รัฐบาล ผู้ที่แสวงหาพลังงาน
ดร.จีระ
คุณวสันต์ สุนจิรัตน์
ดร.จีระ
แลกเปลี่ยนความเห็นจากผู้เข้าร่วมจาก กฟผ.
ความเห็นที่ 1 การตั้งคณะกรรมการพูดคุยระหว่างผู้ได้รับผลกระทบ ผู้รับผิดชอบโครงการ NGOs เพราะบางครั้งชาวบ้านไม่ยอมคุยกับกฟผ. แต่จะไปคุยผ่าน NGOs แทน
ความเห็นที่ 2 การสร้างความต่อเนื่องและสร้างความสัมพันธ์เชิงลึก คือให้บุคลากรไปฝังตัวสร้างความสัมพันธ์กับชาวบ้าน บางครั้งบุคลากรคนนั้นอาจสร้างปัญหาด้วย ดังนั้นต้องดูแลให้ดี
คุณมนูญบอกว่า
ความเห็นที่ 3 กฟผ. มีบทเรียนจากอดีตมาเยอะ เชื่อว่าการพัฒนาพลังงานต้องยอมรับความจริงว่าส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น ก่อนที่จะเกิดโครงการต้องเข้าถึงและทำความเข้าใจ ต้องพูดข้อเท็จจริง ข้อดี ข้อเสีย สิ่งที่เกิดขึ้นให้กับชุมชน วิธีการข้อดี ข้อเสีย และแนวทางแก้ไข ตัวอย่างอย่างที่คุณวสันต์พูดมาตรงมากคือใช้อำนาจรัฐ ทำให้เกิดความไม่ไว้ใจ เพราะมีตะกอนตกในใจอยู่แล้ว อย่างที่แม่เมาะ การสร้างโรงไฟฟ้าต้องสร้างเขื่อน น้ำที่ชุมชนเคยมีก็จะได้รับผลกระทบ แล้วก็เป็นผลกระทบให้ชุมชนรู้สึกไม่เป็นธรรม เป็นปัญหาที่สร้างรอยแผลขึ้น กฟผ.ต้องยอมรับว่า การผลิตถ่านหินเกิดซัลเฟอร์แน่นอน สร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 10 โรง จนเขาอยู่ไม่ได้ แต่กฟผ.ไม่ยอมรับความจริง ไม่พูดความจริง แต่สิ่งที่เกิดขึ้น เราต้องไม่แก้ตัว เราต้องแก้ไข แต่บางครั้งไม่ยอมรับ เลยเกิดการต่อต้าน ดังนั้นจุดหลักของการพัฒนาพลังงานใหม่ ต้องพูดความจริง ข้อดี ข้อเสีย เขาถึงตัวตนจริง ๆ เพื่อสร้างความไว้ใจให้เกิดขึ้น แล้วถ้าไม่เกิดความไว้ใจ ก็จะไม่มีทางเกิด
ความเห็นที่ 4 เรื่องน้ำ เรื่องการยอมรับ เรื่องสิทธิทางเครือข่ายที่ฟ้องร้องอยู่ ศาลสั่งจ่าย 25 ล้านบาท ไม่ได้จ่ายเพื่อชดเชยแต่ศาลสั่งจ่ายให้องค์กรกฟผ.ได้ดูแลช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ แต่กรณีของกฟผ.จ่ายไม่ได้เพราะคดีไม่สิ้นสุด ถ้าปลดล็อกตรงนี้ไม่ได้ ก็แก้ไม่ได้ ชุมชนเริ่มเรียนรู้วิธีที่จะขอ อย่างที่แม่เมาะ เป็นกรณีศึกษาถ้าแก้ตรงนี้ได้ก็จะช่วยคลี่คลายได้ เกิดการเรียนรู้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้กฟผ.ต้องยอมรับความจริง
ข้อเสนอแนะจากคุณสมภพ เมื่อมีปัญหาตรงนี้ กฟผ.อาจช่วยเข้าไปเร่งรัดส่วนของชาวบ้านด้วย เป็นการแสดงความจริงใจอย่างหนึ่ง อะไรที่ช่วยได้แสดงถึงความพยายามเต็มที่ แสดงความจริงใจในการติดตามเรื่อง อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในเรื่องนี้ ในส่วนที่เดือดร้อน ชาวบ้านมีความสามารถ มีสมอง ไม่ได้ถูก NGOs ปลุกปั่น แต่ที่ถูกปลุกปั่นได้เพราะมีผลประโยชน์ล่อ ดังนั้นควรแยกชาวบ้านออกจาก NGOs ใช้ใจซื้อใจ
ความคิดเห็นที่ 5 ทำไมกฟผ.ไม่ทำความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนเหมือนชุมชนของคุณวสันต์ เราควรพาชาวบ้านไปรับทราบประสบการณ์ชุมชนที่กฟผ.มีความสัมพันธ์ที่ดีด้วย จะทำให้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับชาวบ้านในชุมชนอื่น ๆ ด้วย
ดร.จีระ บอกว่า ต้องมีการสร้าง Community Organizer คือคนที่รู้ปัญหาของชาวบ้านอย่างจริงจัง และจัดการให้องค์กรหรือชุมชนเกิดขึ้น ถ้าไม่ทำแบบนี้จะไม่มีทรัพยากรมนุษย์ทำหน้าที่แก้ปัญหาเหล่านี้
ข้อเสนอแนะจากคุณสมภพ ที่ผ่านมาพาชุมชนไปดูชุมชนตัวอย่างที่เป็นประจักษ์นั้น มักไม่ได้ผลเนื่องจากเชิญผู้นำชุมชนไป แล้วผู้นำชุมชนอาจเข้าใจไม่ลึกซึ้งหรือถ่ายทอดได้ ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้ชุมชนมีส่วนร่วมแล้วไม่ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านเสียหน้า ไม่ให้อำนาจอยู่ที่กำนันผู้ใหญ่บ้าน แต่ให้กฟผ.เป็นคนเลือก ไม่ว่าจะเป็นการสุ่มตัวอย่างหรืออะไรก็ตาม แล้วคนนั้นจะมาเป็นฐานเสียงแทน กฟผ.
ดร.จีระ บอกว่าถ้ามีความรู้จริง เลือกคนจริง และทำจริง รู้จักชุมชนจริง โอกาสที่สำเร็จก็จะมี แต่ปัจจุบันเราเล่นแบบ
เสนอว่าให้มีการทำแบบ Bottom Up ขึ้นไป มีการทำ Case เล็ก ๆ เป็นตัวอย่าง
บางครั้งการ Communicate ภายในมีปัญหาเหมือนกัน
ความคิดเห็นที่ 6 จากการลงพื้นที่ของโครงการวังน้อยไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก แต่มีปัญหานิดหนึ่งคือ ลงพื้นที่เอง แต่เจ้าของพื้นที่ไม่ได้คิดในทางเดียวกันทำให้เกิดความสับสน กฟผ.จะมีแนวทางอย่างไรคือให้กฟผ.เป็นผู้นำในการเข้าสู่ชุมชน หรือในส่วนก่อสร้างเป็นคนเข้าสู่ชุมชน เราควรมีการปรับเปลี่ยนวิธีการอย่างไร
คุณมนูญ บอกว่าควรเป็นลักษณะ Single command คือต้องทำงานร่วมกัน ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาแน่นอน แล้วให้โรงไฟฟ้าเป็นฝ่ายออกหน้าเนื่องจากเป็นเจ้าของพื้นที่ แล้วเวลาลงชุมชนอาจให้ลงไปทั้งกฟผ. และก่อสร้างพร้อมกันได้ การคัดเลือกคนไม่น่าเป็นปัญหา ถ้าหน่วยงานในพื้นที่เป็นหน่วยหนึ่งของชุมชนแล้วเราจะรู้จักพื้นที่ รู้จักชุมชน ว่าใครเป็นผู้นำชุมชนจริงหรือเทียม
หน่วยงานชุมชนสัมพันธ์ต้องออกพื้นที่ อยู่กับชาวบ้าน 6 วัน จะช่วยทำให้ใกล้ชิดมากขึ้น
ความคิดเห็นที่ 7 ที่แม่เมาะ มีกองจิตอาสา 50-60 กอง มีศูนย์จิตอาสา แต่ปัญหาคนของกฟผ.ต้องมี CSR by heart ถึงจะทำได้
ความคิดเห็นที่ 8 โรงไฟฟ้าจะนะ ได้ทำงานทางด้านนี้มาประมาณ 2-3 ปีกว่า อยากถามคุณวสันต์ว่า Stakeholder ที่เราเจอปัญหาคือ ชาวบ้าน ท้องถิ่นท้องที่คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสื่อ ถ้า 3 ส่วนยอมรับแล้ว คนนอกจะเข้ามาไม่ได้
กฟผ.มีวิธีปฏิบัติอย่างไรในการเริ่มงานให้ชินก่อน NGOs เข้าไป
คุณวสันต์ บอกว่าปัญหาโรงไฟฟ้าถ่านหินยังไม่ได้เคยเข้าไปสัมผัส ยังไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเรื่องการสร้างผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากน้อยแค่ไหน
วิธีการเข้าชุมชน 1. ควรเข้าทางผู้ใหญ่บ้านในเบื้องต้น จะได้ผลประมาณ 70%
2. เลือกคนที่เข้าไปที่ชุมชน การส่งคนเข้าไปต้องดูให้ดี อย่างส่งผู้หญิงเข้าไปจะเข้าถึงครัวเรือนได้ดีมาก
3. ชี้แจงความเข้าใจเบื้องต้นมีผลดี อะไรบ้าง ผลกระทบอะไรบ้าง
ความคิดเห็นที่ 9 การตอบแทนชุมชนอย่างเป็นธรรม กรอบความเป็นธรรมอยู่ตรงไหน การให้หน่วยงานของรัฐออกมาให้ข้อมูลจริง ๆ
คุณมนูญ ผลตอบแทนที่เป็นธรรมและยุติธรรม ไม่สามารถกำหนดได้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน เพราะว่าเป็นเพียงความรู้สึกว่าไม่ได้ถูกเอาเปรียบ เมื่อไรก็ตามที่ถูกเอาเปรียบจะไม่รู้สึกถึงความยุติธรรม ต้องทำให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างชัดเจน โปร่งใส แล้วเป็นเหตุเป็นผล ถ้าทุกอย่างมีเหตุผลสามารถตอบได้ พูดคุยได้สิ่งนั้นคือผลตอบแทนที่เป็นธรรม ต้องเอาข้อมูลที่เป็นกลางมายืนยัน หน่วยงานวิชาการ หน่วยงานอิสระ หน่วยงานต่างประเทศมายืนยัน แต่กรณีที่ราชการมายืนยันแทนไม่สามารถทำได้เนื่องจากราชการไม่อยากทำให้เห็นว่าอยู่ข้างเดียวกับ กฟผ. เพราะจะโดนกล่าวหาว่าเป็นตัวแทนของ กฟผ. สรุปคือ กฟผ.ต้องหาหน่วยงานที่เป็นกลางและประชาชนเชื่อถือมาพูดแทน
ดร.จีระ เสนอว่า สัมมนาแบบนี้น่าให้ผู้นำรุ่น 8 นำไปคิดและเกิดเป็นการทำงานจริง ๆ การดูงาน การเลือกคนไปดูอาจเป็นประเด็นที่ตัดสินในอนาคตได้ สิ่งที่เป็นห่วงมาก ๆ คือทำให้การบริหารจัดการเป็นเรื่องง่าย ถ้ามี High Performance น่าจะมี Dynamic Performance ด้วย เน้นการมีกิจกรรมที่ต่อเนื่อง ถ้าจะทำร่วมกับชุมชนต้องมีแนวร่วมเพิ่มขึ้น การจัดกิจกรรมร่วมกับชุมชนก็จะมีส่วนช่วยระดับหนึ่ง
สรุปการบรรยายโดยทีมงาน ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
การเสวนา “เรียนรู้” การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมในชุมชน
สร้างความเข้มแข็งต่อสู่ภัยธรรมชาติ
โดย คุณสุธีร์ บุญเสริมสุข
นายช่างเทคนิคชำนาญงานกระทรวงพลังงาน
พลังงานจังหวัดกาญจนบุรี
คุณบุญอินทร์ ชื่นชวลิต
ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
คุณสมภพ พวงจิตต์
ผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ผู้นำชุมชน
ตัวแทนกลุ่ม 1 - 3 จาก EADP 8
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
• ปริญญาไม่ใช่ปัญญา ดร.จีระ เรียนรู้จากชาวบ้านมานานแล้วตั้งแต่สอนปริญญาตรีที่ ม.ธรรมศาสตร์
• ขอชื่นชมชาวบ้านที่ต้องต่อสู้กับความไม่แน่นอน ภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหว การเปลี่ยนแปลงของโลก
• มีการวิจัยหลายครั้งที่ชาวบ้านเอาไฟฟ้าไปสร้างการจ้างงาน จับธุรกิจ และหาความรู้ร่วมกัน
• บน Panel มี 2 กลุ่ม เป็นตัวแทนจากภาครัฐ จากกฟผ. กระทรวงพลังงาน และเป็นลูกศิษย์ดร.จีระ
• ให้ลูกศิษย์รุ่น 8 นำเสนอแนวคิดในการทำให้ชุมชนยอมรับ และแนวคิดการสร้างความเข้าใจร่วมกันในการไฟฟ้าเป็นอย่างไร ต่อมาเชิญคุณบุญอินทร์ คุณสมภพ และคุณสุธีร์
ตัวแทนกลุ่ม 1
• ท่านผู้ใหญ่บ้านได้เสนอปัญหา 2 ข้อ คือ เรื่อง ไฟป่า และช้างป่า ดังนั้น ทางกลุ่มจึงได้คุยกันว่าจะทำอย่างไร
• ในเรื่องไฟป่า กฟผ. คิดว่าจะใช้ธรรมชาติไปช่วย
• และจากการสอบถาม ผู้ใหญ่บ้านแจ้งว่าที่หมู่บ้านมีฝายชะลอน้ำ ดังนั้น ถ้าหมู่บ้านทำโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชน เสริมกับการทำฝายชะลอน้ำเพิ่มขึ้นในป่าเยอะ ๆ ให้ป่าเขียว ประกอบกับเพิ่มสายชะลอน้ำให้ทั่วพื้นที่ก็จะเป็นแนวทางในการป้องกันไฟป่าได้ดี
• ในเรื่องการสร้างเครือข่าย ชุมชนต้องร่วมมือกันสร้างเป็นเครือข่ายขึ้นมา ก่อนมีไฟป่าต้องทำแนวป้องกันไฟป่าให้ดีก่อน ให้ชุมชนเฝ้าเวรเพื่อป้องกันตามจุดเกิดไฟป่า
เรื่องช้างป่า
• ทำอย่างไรให้ช้างอยู่ได้คนอยู่ได้ ทางกลุ่มจึงคิดใช้วิธีธรรมชาติเข้าช่วย และจากการวิเคราะห์ในกลุ่มคิดว่าจากเหตุที่ช้างมาหากินกับชาวบ้าน แสดงว่าป่าไม่อุดมสมบูรณ์ จึงคิดว่าควรมีแนวทางในการเสริมอาหารในป่า ทำป่าให้สมบูรณ์
• ทำบริเวณให้ช้างออกมาหากินได้ โดยอาจเชื่อมโยงเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้ กฟผ.อาจเข้าไปช่วยในการปลูกพืชที่เป็นอาหาร
• รวมพลังกับชาวบ้านในการปลูกป่า ทำให้ป่าอุดมสมบูรณ์
• สำหรับเรื่องการปลูกพืชของชาวบ้าน มีแนวคิดในการปลูกมะม่วงพันธุ์ดี แทน เนื่องจากปลูกง่าย และสามารถปลูกได้จำนวนมากด้วย
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
• ประเด็น 2 ประเด็นในการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนคือหลังจากมีเขื่อนแล้วต้องบริหารชุมชนสันเขื่อนด้วย
• สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือก๊าซในที่ต่าง ๆ ชุมชนส่วนมากยังไม่เข้าใจ จึงอยากใช้ตัวอย่างจากที่ทำชุมชนหลังเขื่อนเข้ามาใช้
ตัวแทนกลุ่ม 2
• การพัฒนาทุกอย่างมีทั้งด้านดี และด้านเสีย ตัวอย่างเช่น การทำถนนดำเข้าหมู่บ้าน ชาวบ้านก็มีผลเสียเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน เช่น รถวิ่งเร็วขึ้น ชาวบ้านถูกรถชนมากขึ้น เป็นต้น
• การสร้างเขื่อนเช่นเดียวกันที่มีเขื่อนขึ้นมาทำให้ช้างป่าไม่มีที่อยู่ และบุกรุกที่ชาวบ้าน
• กรณีช้างป่า จึงขอสนับสนุนวิธีเดียวกับคุณวรวิทย์ (ตัวแทนกลุ่ม 1) คือส่วนหนึ่งคือการปลูกป่า อีกส่วนหนึ่งคือการฟื้นฟูป่า จึงน่าจะเสริมส่วนนี้ให้กับชุมชนด้วย
• ช้างป่ามี 200 ตัว ซึ่งเพิ่มมากขึ้น นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เราสามารถอนุรักษ์ช้างป่าไว้ได้
วิธีการคือ..จะทำอย่างไรให้ช้างมีอาหารไม่รบกวนชาวบ้าน แต่การปลูกป่าต้องใช้เวลานานพอสมควร ดังนั้นวิธีการป้องกันปัญหาคือการสร้างแนวกันช้างป่ามาทำลายพืชผลชาวบ้าน และการร่วมมือกับจังหวัดเอาเงินจากกองทุนพลังงานมาชดเชยให้กับชาวบ้าน
• ส่วนในเรื่องไฟป่า สนับสนุนเรื่องการสร้างเครือข่ายกับชุมชน ทั้งกฟผ. กฟภ. ข้าราชการ ชาวบ้าน ระดมความคิดเห็นร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาไฟป่า
• จากที่ตัวแทนนำเสนออาจมีข้อจำกัดเนื่องจากไม่ได้เข้ามาศึกษาก่อน ดังนั้นถ้าชุมชนมีประเด็นอื่นที่เพิ่มเติมอาจเสนอได้มากกว่านี้
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
• เสนอว่า ถ้ากฟผ.ไปทำชุมชนสัมพันธ์ในที่อื่น ๆ ชาวบ้านจะแนะนำอย่างไร
• ชุมชนสัมพันธ์มี 2 เรื่องคือ บริหารก่อนเกิดโครงการ และบริหารหลังจากโครงการเกิดขึ้นแล้ว และถ้าไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าได้ กฟผ.อาจมีความจำเป็นที่จะต้องไปพึ่งโรงไฟฟ้าจากต่างประเทศในอนาคตก็เป็นได้ สิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรคิดให้ดี
ตัวแทนกลุ่ม 3
• นับเป็นโอกาสอันดีที่เมื่อ 2 ปีที่แล้วมาได้มาทำงานที่บ้านช่องสะเดา ได้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างชาวบ้านช่องสะเดา กับเขื่อนศรีนครินทร์ มีความสัมพันธ์ที่ดีเหมือนญาติพี่น้อง
• จากที่ผู้ใหญ่บ้านบอกมาคือปัญหาหลัก ๆ ที่บ้างช่องสะเดา มี 2 อย่างคือ ไฟป่า กับช้างป่า ทางกลุ่มจึงมีโครงการที่จะเสนอเพิ่มเติมคือเป็นโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กฟผ.ในพื้นที่โดยปกติมีการทำชุมชนสัมพันธ์ของพี่น้องเอง
• อาจมีการจัดแลกเปลี่ยนศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และสิ่งดี ๆ ร่วมกัน และนอกจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันแล้ว ก็คิดว่าน่าจะมีการแลกเปลี่ยนข้ามโครงการด้วยเช่นเดียวกัน
• ควรมีการเรียนรู้ในเรื่องพลังงาน วิถีชีวิต การป้องกันภัยต่าง ๆ และการจัดสัมมนากับญาติพี่น้องในพื้นที่
• ในการไฟฟ้าเองมีหลายหน่วยงานที่ทำงานมวลชน การพาญาติ ๆ มาเจอกัน แลกเปลี่ยนกัน สิ่งที่กฟผ.ได้รับคือการได้มาคุยกัน อาจถึงเวลาแล้วที่เราจะทำงานร่วมกันในหลายพื้นที่
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
• บอกว่าแรงบันดาลใจในห้องนี้คือการทำงานเพื่อประเทศ
• ประเด็นขั้นสุดท้ายขอเสริม 2 ประเด็น คือ
1. เรื่องชุมชนสัมพันธ์ ถึงแม้ว่าสร้างเขื่อนแล้วก็ตาม ควรมีนวัตกรรมใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ชุมชนสัมพันธ์ไม่จำเป็นต้องเอา Case แต่ละ Case มาดู แต่ต้องมองระยะยาว คือการศึกษาของลูก
2. แรงบันดาลใจในการมองอนาคต ไม่ใช่แค่ทรัพยากรธรรมชาติ แต่ต้องมองถึงลูก การพัฒนาที่ยั่งยืน ชื่นชมชาวบ้านที่ต้องต่อสู้กับความไม่แน่นอนต่าง ๆ
• อยากให้พวกเรามองให้กว้าง อย่ามองเพื่อแก้ปัญหาระยะสั้นเท่านั้น
• ให้มองถึงการแนะนำสู่ชาวบ้าน แนะนำลูกชาวบ้านว่าควรเรียนอะไร อยากเรียนอะไรก็ให้เรียนตรงนั้นเลย ถ้าขาดทุน ก็ให้กฟผ.ช่วย
• ถ้าลูกชาวบ้านเป็นคนมีคุณภาพ จะสามารถเสริมเล็กน้อยในเรื่องทุน และแนะแนวบางอย่าง
คุณบุญอินทร์ ชื่นชวลิต
• ได้บอกว่าเพิ่งย้ายมาทำงานที่เขื่อนศรีนครินทร์ได้ 4-5 เดือน การมาทำงานที่นี่เป็นลักษณะการมาอยู่หลังจากสร้างเขื่อนเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีหน้าที่อยู่ในส่วน Operation แต่สมัยก่อนนั้นมีหน้าที่แค่เดินเครื่องอย่างเดียว ปัจจุบันนโยบายต่าง ๆ การฝึกอบรม ข้อมูลข่าวสารรวดเร็ว และก้าวไกลขึ้น ทำให้ต้องมีมุมมองที่เพิ่มกว้างขึ้น อย่างเช่นต้องมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ระบายทั้งปี ไม่ให้เกิดการขาดแคลนน้ำ
• ทุกอย่างต้องมีการพัฒนา และการพัฒนาสุดท้ายคือการพัฒนาแบบยั่งยืน ที่สำคัญจึงควรมีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ
• ภาพใหญ่คือการทำความเข้าใจว่าไปอยู่ที่ไหนสิ่งแวดล้อม สถานที่เป็นอย่างไร พยายามใช้ภูมิสังคม คือ ภูมิศาสตร์ และภูมิประเทศเป็นอย่างไร ตัวอย่างเช่นถ้าสร้างเขื่อน ต้องมีป่า ต้นน้ำลำธาร ชุมชน สิ่งที่ต้องเรียนรู้คือป่านี้มีประโยชน์อะไร ใช้หลักของพระบาทสมเด็จเพราะเจ้าอยู่หัวฯ คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และไปดูพื้นที่ว่าเหมาะกับการทำโรงไฟฟ้าชุมชนหรือไม่ มีแนวทางป้องกันไฟป่าหรือไม่ หลังจากนั้นมีการตกลงร่วมกัน แล้วมาทำแผน โดยพิจารณากับที่อื่นด้วย แล้วมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของเรา
• เรื่องไฟป่า ต้องมีการฝึกอบรมแบบจิตอาสา
• ใช้หลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ตามแนวพระราชดำริ ทำอย่างไรให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี สร้างอ่างกักเก็บน้ำรองรับน้ำฝนใช้ได้ตลอดทั้งปี
• ภูมิประเทศเป็นภูเขาจึงน่าจะทำสิ่งเหล่านี้ เข้าใจ เข้าถึง บริหารจัดการอย่างมีระบบทำอย่างไร
• มีเขื่อนเป็นศูนย์กลาง มีนายอำเภอเป็นหัวหน้า
• มีการสร้างความชุ่มชื้น และฝายชะลอน้ำในป่า ส่วนในหน้าฝนปลูกต้นไม้เสริม เพื่อรักษาป่าไว้ และสร้างจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์พันธ์พืช
• ชาวบ้านได้อะไรจากป่า จะใช้ประโยชน์จากป่าหรือไม่ต้องทำป่าให้สมบูรณ์ เช่นการเก็บหน่อไม้ในป่าไม่ใช่เอามาทั้งหมด เหลือไว้บ้าง ไปเอาเดือนไหนดีเป็นต้น เป็นลักษณะการพูดคุยถึงความต้องการของชุมชน เคารพ กฎ กติกา เป็นต้น
คุณสุธีร์ บุญเสริมสุข
• ในส่วนของภาคพลังงาน การจัดการพลังงาน เป็นลักษณะการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน ทางกระทรวงมอบหมายให้จัดการเรื่องแผนชุมชน ในจังหวัดกาญจนบุรีมี 14 ชุมชน ประสบผลสำเร็จก็มี ไม่ประสบผลสำเร็จก็มี
• ที่ประสบผลสำเร็จ เช่น เทศบาลตำบลหนองบัว มีการจัดการบริหารจัดการเรื่องพลังงานในชุมชนดีพอสมควร เขาขอรับการสนับสนุนเทคโนโลยี ทางก.พลังงานได้มอบเทคโนโลยีที่เขาต้องการไปให้ เช่น เตาเผาถ่าน ฯลฯ ที่ขอไปนั้นเขานำไปใช้ในกิจการชุมชนของเขาอย่างดีมีสินค้าโอทอปที่สามารถโชว์ได้ ทำให้มีผู้สนใจจำนวนมาก เป็นต้น
• การสัมมนามีการส่งเสริมและสนับสนุนให้ทำก๊าซชีวภาพสำหรับครัวเรือน โดยใช้มูลสัตว์ที่เป็นเศษอาหาร สามารถนำไปใช้งานแทนก๊าซ LNG ได้ถึง 4ชั่วโมง
• ส่วนระบบใหญ่ ก.พลังงานได้สนับสนุนไปเช่นกัน มีที่เรือนจำใหญ่ และกองทหารราบ
• ปัญหาคือ ความไม่แน่นอนของเพื่อนบ้าน
• ในส่วนพลังงานทำอะไรบ้าง มีเทคโนโลยีที่สนับสนุนช่วยลดการใช้พลังงานและทำให้ชีวิตดีขึ้นอย่างไร
ดร.จีระ เสนอว่าอาจนำตปท.มาเยี่ยมการใช้ Biogas ,Biomass เป็นต้น
คุณสมภพ พวงจิตต์
• ความเห็นจากที่นำเสนอมาแล้วในการอนุรักษ์ธรรมชาติของเราทำอย่างไร แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจ และมีจิตที่จะทำงานร่วมกับชุมชนแล้ว
• ปัญหามี 2 อย่างคือ
1. ความไม่รู้ เป็นหน้าที่ของกฟผ.ที่ต้องบอกให้รู้ว่าทำอะไร เพื่อใคร ชุมชนได้ประโยชน์อย่างไร
2. ผลประโยชน์ ไม่มีคำว่าเสียสละ แต่อยากให้ต่อไปเป็นลักษณะการอยู่ร่วมกันอย่างไรให้เป็นธรรม
• การสร้างโรงไฟฟ้านั้น เราต้องถามตัวเองว่าเราต้องการหรือไม่ มีความจำเป็นต้องใช้โรงไฟฟ้าหรือไม่
• การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เสียค่าใช้ไฟเพิ่มขึ้น 20 บาทต่อหน่วย
• การใช้ลมเสียค่าใช้ไฟเพิ่มขึ้นเสียค่าใช้ไฟเพิ่มขึ้นประมาณ 7-8 บาทต่อหน่วย
• แนวทางในการบริหารจัดการพลังงาน ต้องมองว่าชุมชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นก๊าซธรรมชาติ Biomass Biogass
• พี่น้องต้องเห็นด้วยว่าทุกคนมีความต้องการไฟฟ้า
• ส่วนกฟผ.ต้องผลิตไฟฟ้าให้สอดรับการพัฒนาประเทศให้ได้
• กฟผ. ผลิต และต้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติด้วย
• ชาวบ้านต้องดูว่าถ้าผลิตไฟฟ้าในชุมชนใช้จะเพียงพอ หรือไม่
• ทำอย่างไรให้ประเทศไทยที่พัฒนา และเดินหน้าไปกับนานาประเทศอย่างภาคภูมิ ให้ลูกหลานอยู่อย่างทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ
• เราอาจมองละเลยบางส่วนด้านจิตใจไป
• กฟผ,จะต้องทำอะไรบ้างถ้าจะสร้างโรงไฟฟ้า ต้องให้ความรู้ว่าสร้างเพื่ออะไร และชาวบ้านจะได้อะไร มีเพียงบางจุดหน่วยงานกฟผ. ดูแลรักษาเต็มที่ กฟผ.มีหน้าที่ดูแลชุมชน และสิ่งแวดล้อมของเรา ต้องบอกพี่น้องว่าได้อะไร ไม่มีของฟรีในโลก
• มีกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า กฟผ.จะไม่ทำโรงไฟฟ้าโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากชุมชน และเปิดให้ชุมชนมาตรวจสอบได้ทุกที่ทุกเวลา ควรปรับปรุงแก้ไขให้ดี
• กฟผ.จะนำเสนอข้อคิดเห็นนี้
คุณวสันต์ สุจิรัตน์
• ที่ยกเรื่องไฟป่าเป็นเรื่องต้น ๆ เพราะว่าชุมชนไม่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและหารือกับศูนย์ควบคุมไฟป่าเลย ที่สำคัญคือที่ไฟป่ามากทำให้เกิดความแห้งแล้งในป่า
• การแก้ไขชุมชนคิดได้ แต่แกนนำหลัก ๆ ส่วนใหญ่ต้องควักกระเป๋าซื้อ
• ช้างป่า ที่แนะนำเรื่องปลูกมะม่วง เมื่อช้างป่าเจอลูกเดียวจะหักทั้งกิ่งทันที จึงไม่น่าเป็นไปได้ที่จะสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกมะม่วง
• ส่วนที่การได้รับความร่วมมือกับกฟผ. คือการทำฝาย การปลูกต้นไม้ อยากได้รับความร่วมมือมากกว่านี้ ส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้มาแนะนำในชุมชนว่าควรทำอย่างไรให้ชุมชนเรื่องการทำฝาย
• การพัฒนา กฟผ.ได้นำความรู้ต่าง ๆ มาให้ชุมชน
• การสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ ถ้าให้เจ้าหน้าที่กฟผ.ให้ความรู้กับชุมชน ให้ดูว่ามีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน ผลดี ผลเสียอย่างไร ชุมชนยอมรับได้หรือไม่
• ส่วนใหญ่การต่อต้านหลัก ๆ ไม่ใช่คนพื้นที่ แต่เป็นคนในกทม. คนในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา
• ที่จะเข้าชุมชนหรือสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ ให้คิดให้ดีว่าตรงไหนดี ตรงไหนไม่ดีให้ศึกษา คิดอย่างนักการเมืองแบบปัจจุบันนั้นไม่ได้
• การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ การให้บริหารแก่เด็กนักเรียน นำลูกผู้มีผลกระทบจากเขื่อน เช่นถูกไล่ที่ออกมา แต่ไม่ได้ถูกจัดสรรที่ใหม่ให้ ฯลฯ
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
บอกว่าคุณวสันต์ ใช้หลักการข้อเท็จจริง มองความจริง และตรงประเด็น
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ชาวบ้านหมู่ 1
• ขอบคุณที่ให้ความสนใจ
• ปัญหาที่มีตรงนี้คือ ชาวบ้านยังขาดน้ำ และมีปัญหาเรื่องรายได้ อาชีพเสริม
• อาชีพหลักคือตัดไม้ ถ้าป่าไม้ปิดป่าชาวบ้านจะอยู่อย่างไร ไม่มีที่ทำกินให้ชาวบ้าน
ตัวแทนกฟผ.รุ่น 8
• ประเด็นเรื่องคุณภาพชีวิตของผู้ที่อพยพมา ปัญหาเรื่องที่ทำกินหายไป อาชีพเดิมหายไป สิ่งนี้เป็นส่วนที่กฟผ.ต้องเข้ามาดูว่าชาวบ้านอยากหรือมีความต้องการอะไร
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
• ประเด็นที่นี่เป็นการพัฒนาชุมชนหลังสร้างเขื่อนแล้ว ลูกศิษย์รุ่น 8 ต้องนำไปสร้างประสบการณ์ และให้การพัฒนาหลังเขื่อนเป็นเลิศมากขึ้น
• เอาประสบการณ์ที่นี่ไปช่วยในการสร้างชุมชนในพื้นที่ที่ทำโรงไฟฟ้าใหม่ เป็นประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนเพื่ออธิบายการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่
• ประเทศต้องมีความมั่นคงในการไฟฟ้า การพัฒนาประเทศไม่มีไฟฟ้าเป็นไปไม่ได้ ในช่วง 30 – 40 ปีที่ผ่านมา กฟผ.เป็นหน่วยงานที่สร้างการแข่งขัน ดังนั้นต้นทุนการผลิตจึงตามมา
• ไฟฟ้าเป็นปัจจัยการผลิตทั้งสังคมและการศึกษา ต้องมองทั้งประเทศและชุมชนด้วย ในอดีต กฟผ.อาจละเลยชุมชน แต่ขณะนี้จะมาเติมเต็มให้กับชุมชน
• ภาพใหญ่ เป็นจุดสำคัญในการเชื่อมโยงกับทวาย เรื่องยาเสพติด การเคลื่อนย้ายแรงงาน ทุนการศึกษา ตัวแทนกฟผ.บ่ายนี้ต้องมองไปที่ชุมชนว่าต้องปรับตัวอย่างไร ดูว่าไม่เกี่ยวแต่จริง ๆ เกี่ยวมหาศาล ถ้าพม่าเปิดประเทศ เกิดแรงงานที่มีอยู่ในประเทศไทย อย่างเช่นกาญจนบุรี แรงงานพม่าอพยพกลับประเทศเขาหมดเลยจะทำอย่างไร
• การเกษตรยุค AEC ทำอย่างไร อีกประเด็นคือเรื่องการท่องเที่ยว
• เรื่องที่สำคัญมากของบ่ายวันนี้คือเรื่องภาษา เราจะสื่อสารด้วยวิธีอะไร อีกเรื่องคือทัศนคติที่ต้องพร้อมยอมรับว่าเราเป็นประชาคมเดียวกัน ดังนั้นบ่ายวันนี้จะเป็นตัวอย่างที่สำคัญที่กฟผ.รุ่น 8 จะแนะนำว่าชุมชนจะเป็นเลิศได้อย่างไร
• กฟผ.มีหลักสูตรแนะนำผู้นำ อบต. อบจ. ด้วย
ความคิดเห็นจากชาวบ้าน
เรื่องไฟป่าตำบลช่องสะเดามีบางจุด ชาวบ้านช่วยกันดูแลได้บ้าง เป็นความสามารถของชาวบ้านเรา
ความคิดเห็นจากพัฒนากร ต.ช่องสะเดา
เพิ่งเข้ามาอยู่ที่ต.ช่องสะเดาเมื่อช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เห็นว่าตำบลนี้เป็นตำบลที่อยู่ติดกับแม่น้ำ หมู่ 2 จึงได้รับโครงการสถานีสูบน้ำมาให้เป็นโครงการ 20 กว่าล้านบาท ชาวบ้านดีใจที่ได้ใช้น้ำเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาคือเมื่อเอาน้ำมานั้นต้องไปจ่ายค่าไฟเยอะมาก เนื่องจากใช้ไฟฟ้าเพื่ออุปโภคบริโภค ส่วนน้ำที่ได้เพื่อทำการเกษตรนั้นไม่เพียงพอที่จ่ายค่าไฟฟ้า จึงคิดว่าสิ่งที่ได้มาบางครั้งไม่คุ้มกับที่ต้องเสีย และกลายเป็นอนุสรณ์ไปได้
พื้นที่ทำการเกษตร
• ดินที่ต.ช่องสะเดาเป็นดินที่ไม่สามารถอุ้มน้ำได้ และน้ำใต้พื้นดินลึกมาก ชาวบ้านจึงไม่มีสิทธิ์เจาะน้ำบาดาลมาใช้ การปลูกอะไรไม่ได้ผล ที่ปลูกได้แค่มันสำปะหลัง ดังนั้นการประกอบอาชีพไม่สามารถทำการเกษตรเป็นหลัก สิ่งที่เขาทำได้คือการทำไม้เกี๊ยงเท่านั้น (ไม้ตัดลูกชิ้น)ที่ได้จากไม้ไผ่ในป่า
• ทำไมชาวบ้านต้องตัดไม้ในป่า ทำไมต้องทำ เรายังไม่มีรองรับในเรื่องการสร้างอาชีพที่รองรับ
• สิ่งที่ต้องการอันดับแรกคือเรื่องน้ำ อบต.ต้องเสียน้ำมันเชื้อเพลิงส่งน้ำเข้าหมู่บ้านทุกวัน ถ้าทุกท่านในที่นี้อยากช่วยเหลือจึงอยากให้สนับสนุนงบประมาณต่าง ๆ ที่เข้ามาดูเรื่องน้ำเป็นเรื่องแรก
• การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทางหมู่ 5 มีกิจกรรมการปลูกป่าและทำฝายเช่นกัน แต่ทว่าแต่ละหมู่ได้งบประมาณจากอบต.ไม่เกิน 2-3 แสนที่จะทำฝายใหญ่ ๆ ได้เป็นต้น
• ส่วนหนึ่งที่ได้รับงบประมาณในการทำงานท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้ จึงอยากช่วย
• ช้างป่าที่ตำบลช่องสะเดา ทำอย่างไรที่จะปลูกป่าให้อุดมสมบูรณ์ให้ช้างไม่ยุ่งกับชุมชน
ตัวแทนจากกฟผ.
• อัตราค่าไฟสถานีสูบน้ำทางการเกษตร จะคิดราคาถูกลงมาครึ่งหนึ่ง สิ่งที่อยากให้ทำคือจดเป็นสหกรณ์การเกษตรฯ
• น้ำที่เอามาจะมาทำระบบประปาหรือทำต้นไม้
• กรกฎาคม 50 – ธันวาคม 53 เกิดกิจการพรบ.ใหม่ เงินขาดช่วงในการโอน
• ถ้าเงินที่ผู้ใหญ่บ้านขอไปในเรื่องช้าง 200 ตัวไม่มีใครจ่าย ให้ลองยกเรื่องไปที่กองทุนพัฒนาไฟฟ้าได้ เสนอได้
• ไฟปี 50 หน่วย กองทุนพัฒนาไฟฟ้าที่อื่น สามารถจ่ายให้ประชาชนไม่เกิน 5 กม. ได้หรือไม่
คุณบุญอินทร์ ชื่นชวลิต
• ถ้าโครงการปลูกป่าอยากให้ทางเขื่อนทำ ทางเขื่อนยินดีที่จะมาดูแลให้
• ส่วนกองทุนพัฒนาไฟฟ้าได้งบปีละ 20 ล้านบาท และต้องกระจายไปที่หมู่บ้านอื่น ๆ ด้วย
• ทุกอย่างที่ต้องการต้องผ่านภาคประชาคม และภาคประชาชน แล้วมาดูก่อนว่าใช่หน้าที่กฟผ.หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ กฟผ.จะช่วยประสานให้ แต่ขอให้ชุมชนต้องทำจริง รับปากว่าจะดูให้
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
• เสนอให้ทุกคนคิดต่อเรื่องการสร้างความร่วมมือกับชุมชนโดยเอากรณีศึกษาของชุมชนบ้านช่องสะเดาเป็นตัวอย่าง สร้างความเข้าใจเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าในอนาคต
• ในอาเซียนเราห่างสิงคโปร์ 14 เท่า ห่างมาเลเซีย 3 เท่า สิ่งสำคัญคือต้องให้ชุมชนและส่วนกลางเป็นพันธมิตรกัน
• ให้ใช้ช่องสะเดาเป็น Case ของ กฟผ. เอาให้จริง Case หนึ่ง ทำให้เกิดประโยชน์กับชุมชนอื่นด้วยในเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าต่อไป
ตัวแทนกฟผ.
• ฟังว่าก่อนหน้านี้กฟผ.ได้สนับสนุนอยู่ แต่ต่อมาการสนับสนุนลดลงหรือขาดตอน อาจต้องช่วยสานต่อ
• ความต่อเนื่องในการเปลี่ยนผู้บริหารไม่ขาดตอน อยากให้ทำในสิ่งที่ช่วยเหลือกันมา ให้มีการพัฒนาใหม่ ๆ
• ชุมชนที่อยู่รอบเขื่อน เขตโรงไฟฟ้าต่าง ๆ เหมือนญาติของเรา จึงสมควรอย่างยิ่งที่ต้องทำ
คุณบุญอินทร์ ชื่นชวลิต
• ความจริงแล้ว การสนับสนุนจากกฟผ. ไม่ใช่ขาดตอนเนื่องจากกฟผ. รับการพัฒนาไปทั้งอำเภอศรีสวัสดิ์ และงบประมาณที่ให้ก็ไม่ได้มาก และมีหลายปัจจัยที่ต้องให้คนในพื้นที่ช่วยทำด้วย
• มีข้อจำกัดในเรื่อง พื้นที่ ,งบประมาณ, คน
• การพัฒนาชุมชนต้องใช้เวลาหลายปี อยากให้แต่ละพื้นที่ทำตามในสิ่งทีวางไว้
• ต้องมีการคลุกคลี และมีการลงพื้นที่ จะให้ระดับผู้บริหารเข้ามาต้องมีการพัฒนาคนด้วย ทั้งองค์กรต้องมีจิตอาสาจริง ๆ แล้วจึงมาถึงชุมชน
• บางครั้งทำควบคู่ไปได้ แต่หลายปัจจัยมันไม่เอื้อ
ตัวแทนจากกฟผ.
• อยากให้ชุมชนมองกฟผ.เป็นเพื่อนได้
• กฟผ.ไม่สามารถให้ทุกอย่างได้ แต่สามารถสร้างสรรค์ร่วมกันได้
• ถ้าต้องการให้ชุมชนเข้มแข็งต้องมีความร่วมมือกันในหลาย ๆ ด้าน ทั้งอบต. ชุมชน และหน่วยราชการทั้งหลาย
คุณบุญอินทร์ ชื่นชวลิต
• กฟผ.เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ทำได้
• กฟผ.ต้องเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และเป็นที่พึ่งของสังคมไทย แต่ทำได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด อยากให้ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน
ตัวแทนกลุ่ม กฟผ.
• สร้างป่าทำป่าให้ชุ่มชื้น
• สร้างฝาย
• เมื่อป่าสมบูรณ์ แล้วช้างอยู่ในป่า
• สิ่งที่ช่วยให้ชุมชนยั่งยืนคือ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
• โครงการชีววิถีที่ช่วยพัฒนาชุมชน กฟผ.มีเครือข่ายมาก แต่ที่สำคัญคือผู้นำชุมชนต้องทำได้
• ให้ชุมชนสามารถปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ได้ สร้างชุมชนให้เข้มแข็งจะช่วยให้เกิดความยั่งยืนได้
ตัวแทนกลุ่ม กฟผ.
• ทางเขื่อนเป็นผู้ที่มีศักยภาพในการช่วยเหลือ
• สิ่งสำคัญคืออย่าท้อถอย ให้ตั้งเป้าหมายให้ชุมชนพึ่งตนเอง
• อย่างช้างป่า ในโลกเริ่มมีน้อยลง แต่ในชุมชนนี้กลับเพิ่มขึ้นดังนั้น ทำอย่างไรให้ช้างเป็นประโยชน์กับชุมชน
คุณสุธีร์ บุญเสริมสุข
• ปีหน้าถ้า ก.พลังงาน มีการรับสมัครชุมชนร่วมทำแผน จะเป็นฝ่ายผลักดันให้ชุมชนนี้เข้าไปร่วมทำแผนด้วย
• เทคโนโลยีสามารถขยายต่อไป เสริมเป็นอาชีพได้
ตัวแทนจากกฟผ.
• อบต.ช่องสะเดา งบประมาณปีละ 13 ล้านบาท จ่ายผู้สูงอายุ 4 ล้านบาท เหลือ 9 ล้านบาท ไม่มีงบในการพัฒนาสาธารณูปโภคของตำบลนี้เลย
• ของดีของตำบลช่องสะเดาคือไม้ฝาง รักษาโรคไต และส่งขายทั่วประเทศ อีกอย่างคือขนมหวาน และผักหวาน ที่บ้านช่องสะเดา และเพาะขายส่งทั่วประเทศ แต่ยังไม่ได้มีการทำการตลาด และยังไม่แพร่หลาย
• อาชีพหลักของคนที่นี่คือ ส่วนมากจะอาศัยของป่า ตอนนี้มีปัญหากับกรมอุทยาน และกรมป่าไม้ไม่ให้เข้าป่า เขาบอกว่าเขาทำอย่างอื่นไม่ได้ เพราะวิถีชิวิตเขาผูกพันกับป่ามานานแล้ว ถ้าห้ามเข้าป่าก็ไม่รู้ทำอะไร
• ไฟป่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องเข้ามาช่วย
• ช้างป่า อยากให้ฝากไปกับทรัพยากรจังหวัด เพราะกว่าจะปลูกป่าได้ใช้เวลากว่า 10 ปี
สรุป อยากให้มีการช่วยกันทั้ง 2 ฝ่าย ชุมชนก็ไม่ต้องเผาป่าด้วย
ชุมชนอยากทำเรื่องใดก่อน
ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท
• ให้ชุมชนสามารถพัฒนาในท้องที่ได้จะดีมาก ไม่ใช่ต่างคนต่างเสนอ และให้จัดความสำคัญ อะไรก่อนอะไรหลัง
สรุป
• ป่าเสื่อมโทรมแค่ไหน ต้องใช้เวลา ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป ถ้าไม่ทำวันนี้จะยิ่งเสื่อมโทรม
• เรื่องหาของป่า ให้เอามาพอทำการค้าแล้วมาแบ่งปันกัน อย่าเอามาหมด
ผู้ใหญ่บ้านวสันต์
• การร่วมมือกับชาวบ้านบางครั้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไม่ได้มาพูดคุยกับเรา หรือมีน้อยมาก บางครั้งเป็นปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ มีปัญหาอุปสรรคอย่างไร
ตัวแทนจากกฟผ.
• ชุมชนบ้านช่องสะเดามีความเข้มแข็ง ประกอบกับจังหวัดกาญจนบุรีนั้นมีความสำคัญ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้
ตัวแทนจากกฟผ.
• ที่ฟังมามีหลายเรื่อง สำคัญคือความร่วมมือร่วมใจจากกฟผ. และชุมชนเอง อยากให้หลายฝ่ายมาคุยร่วมกันอย่างนี้เพื่อหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน อย่างเช่นเรื่องการทำเรื่องอนุรักษ์ช้างป่า การอนุรักษ์ป่า อนุรักษ์แหล่งน้ำ เป็นต้น
27 มีนาคม 2555
ชวลิต ตั้งตระกูล
วันนี้ อ.จีระ ได้แนะนำ การพัฒนาตนเอง เช่นการพัฒนาการใช้สารสนเทศ การพัฒนา Relationship การสื่อสาร ทักษะในการบริหาร ความหลากหลายในด้านความคิด และการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ได้มุมมองจากการอ่านหนังสือ 2 เล่ม 8K’s + 5K’s และทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้จากเพื่อนๆ กลุ่มต่างๆ
ปาฐกถาพิเศษ “วิสัยทัศน์กาญจนบุรีกับการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโดยคุณ พงศธร สัจจชลพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ทำให้ได้ทราบลักษณะโดยรวมของเศรษฐกิจและภูมิประเทศ เป็น 3 เขต เช่น เขตอนุรักษ์ อ.สิงห์บุรี เขตแห้งแรงหริ่ง เขตอีสาน เช่น อ.บ่อพลอย อ.ห้วยกระเจา เขตเศรษฐกิจ เช่น อ.ท่ามะกา อ.ท่าม่วง ซึ่งจะมีโรงงานน้ำตาลจำนวนมาก มีชายแดนติดต่อกับพม่า 370กม. มีช่องทางติดต่อกับพม่า 43 ช่องทาง และที่น่าวิตก คือ พม่าก็มีโครงการทวาย ซึ่งประกอบด้วย ทางเรือน้ำลึก นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ (200,000ไร่) โครงการนี้ไทยจะได้ประโยชน์อย่างไร? มีคนมาท่องเที่ยวกาญจนบุรีเป็นอันดับ 4 ของประเทศ รองจากกรุงเทพ ชลบุรี และอยุธยา โดยมีรายได้ของประชากรต่อปี 104,022 บาท ด้านสังคมมีคนไร้สัญชาติมาก มีชาวป่าและชาวบ้านเป็นจำนวนมาก
Panel Discussion หัวข้อ การจัดพลังงานและสิ่งแวดล้อมได้รับทราบแนวคิดการอยู่ร่วมกับชุมชนของ อ.มนูญ ศิริวรรณ แนวคิดการดูแลสิ่งแวดล้อมของ คุณสมภพ พวงจิตต์ ผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการกฟผ. แต่ที่สำคัญ คือ เสียงสะท้อนของผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านช่องสะเดา พูดถึงการเข้ามาดำเนินการของกฟผ. แรกๆเข้ามาโดยใช้อำนาจตามกฎหมาย เวียนคืนที่ดิน เพื่อสร้างเขื่อนโดยไม่ได้มีการชี้แจง ทำความเข้าใจถึงผลดี ผลเสีย ผลประโยชน์ที่ชาวบ้านจะได้รับ
ในปัจจุบันกฟผ.ได้ดูแลชาวบ้านได้ดี ชาวบ้านยอมรับ ยกตัวอย่างโครงการแม่ไก่ไข่ 40 ตัว ท่าน ทำให้มีไข่กันทั้งหมู่บ้าน และแนะนำให้กฟผ.ขยายไปยังหมู่บ้านอื่นๆ โครงการนี้ชาวบ้านชอบมาก เป็นบทเรียนที่กฟผ.ต้องเข้าใจ และให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมกับโครงการต่างๆ
มนตรี ศรีสมอ่อน
27 มีนาคม 2555
อ.จีระ ได้พูดกระตุ้นให้สร้างนิสัยการทำงานโดยใช้เทคโนโลยี เข้ามาเกี่ยวข้อง พูดถึงกฎ 5 ข้อ ต้องนำไปเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีคือ
1. ต้องค้นหาตัวเอง
2. ต้องสร้าง Relationship
3. การสื่อสารที่ดีต้องมีภาพที่ดี
4. ต้องเป็นผู้นำที่ดี บริหารความหลากหลาย โดยเฉพาะหลากหลายด้านความคิด
5. วางแผนชีวิตให้สมดุลระหว่างครอบครัวกับงาน มีความสุขกับการทำงาน ตามทฤษฎี 8K’s
และอาจารย์ได้พูดกระตุ้นให้สร้างนิสัย การใฝ่รู้ เรียนรู้ ตลอดเวลา ต้องเรียนรู้วิธีจัดการกับตัวเอง จัดการกับเพื่อนบ้าน ความหลากหลายของวัฒนธรรม การเปลี่ยนแปลง โลกปัจจุบัน มี Unknown อยู่มาก ต้องรู้วิธีจัดการ
รองผู้ว่าราชการจังหวัด กาญจนบุรี คุณพงศธร สัจจชลพันธ์ ได้เล่าเรื่องราวของจังหวัดกาญจนบุรี การแบ่งจังหวัดเป็น 3 โซน ปัญหาของจังหวัด แนวทางแก้ไข ปัญหาชนกลุ่มน้อย ปัญหาเขตแดน ได้ให้ข้อมูล แนวคิดและการพัฒนาของพม่า โดยเฉพาะเมืองทะวาย ซึ่งต่อไปก็จะเป็นคู่แข่งของไทย ได้พูดถึงเรื่องปัญหาช้าง และได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นสิ่งแวดล้อม ความเห็นของชุมชนต่อผลกระทบกรณีกฟผ.สร้างโรงไฟฟ้า รวมทั้งการเตรียมรับ AEC ของจังหวัดกาญจนบุรี
Panel Discussion
อ.มนูญ ศิริวรรณ
คุณสมภพ พวงจิตต์
คุณวสันต์ สนจิรัตน์
ได้ทั้งมุมมองที่ดีหลายประการ มุมมองของกฟผ.ในการเข้าทำงานในพื้นที่ การทำงานกับชุมชน ข้อบกพร่องต่างๆ ปัญหาอุปสรรคพร้อมให้แง่คิด แนวทางการแก้ปัญหา ตามความเห็นของคุณสมภพ ตัวแทนของกฟผ.
สำหรับ อ.มนุญ ได้ให้แง่คิดต่างๆ เกี่ยวกับการทำงานซึ่งปัจจุบันแนวความคิดของประชาชนได้เปลี่ยนแปลงไป คนทำงานจะต้องปรับเปลี่ยนแนวคิด วิธีปฏิบัติต้องคิดถึงชุมชน การทำงานจะต้องร่วมกันระหว่างภาครัฐ หน่วยงาน และชุมชน ต้องไม่สร้างมลภาวะต่อโลก และชุมชน การพัฒนาต้องเป็นไปอย่างยั่งยืน ต้องอยู่ได้ด้วยกัน กับวิถีชีวิตของชาวบ้าน การสื่อสารกับชาวบ้านมีความสำคัญ ต้องสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
คุณวสันต์ แสดงความเห็น และเล่าถึงความรู้สึกของชาวบ้านขณะที่กฟผ.เข้ามาสร้างเขื่อน ในตอนแรกชาวบ้านไม่พอใจเนื่องจากไม่มีการอธิบายมีการใช้อำนาจรัฐ ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ต่อมามีการเยียวยา ดูแลชุมชนมากขึ้น ทำให้ชาวบ้านเข้าใจ ให้ความร่วมมือ ปัจจุบันชาวบ้านมีความพึงพอใจในการดูแลของกฟผ. และเสนอให้กฟผ.นำรูปแบบนี้ไปใช้ในกรณีอื่นๆ สำหรับปัญหาในปัจจุบันที่ต้องการให้แก้ไข คือ ปัญหาช้างป่า และไฟไหม้ป่า ซึ่งยังเป็นปัญหา และมีแนวโน้มจะมีมากขึ้นเรื่อยๆหาก กฟผ.สามารถทำให้ชาวบ้านมีความรู้สึกว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน มีความไว้วางใจ NGO ก็ไม่สามารถข้ามาแทรกแซงได้
จากการเสวนา ก็ได้มีประเด็นข้อซักถาม การแสดงความคิดเห็นจาก Floor ทำให้ได้บรรยากาศ และได้แง่คิดดีๆ หลายประการ
สรุปการบรรยายโดย ทีมงาน ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
กิจกรรมร่วมกับชุมชนบ้านช่องสะเดา
การเสวนา สร้างโมเดล “ชุมชนรู้จริงเรื่องอาเซียนเสรี”
โดย คุณนิอันนุวา สุไลมาน พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี
ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท
ดร.หญิงฤดี ภูมิศิริรัตนาวดี
ผู้นำชุมชน
ตัวแทนกลุ่ม 4 และ 5 จาก EADP 8
อาจารย์ทำนอง ดาศรี
• การเอาชนะคนอื่นได้ต้องรู้เขา รู้เรา
• อาเซียนคืออะไร แล้วจะมีช่องทางอย่างไรที่ทำให้เรามีโอกาสมากขึ้น
คุณนิอันนุวา สุไลมาน
• พูดในภาพรวมถึงการเป็น AEC โดยสมบูรณ์ในปี 2558 ซึ่งความจริงนั้น AEC มีมานานแล้ว เริ่มตั้งแต่ WTO ,AFTA, NAFTA ฯลฯ เต็มไปหมด
• AEC เป็นเรื่องเกี่ยวกับ เศรษฐกิจการค้า ความมั่นคง และวัฒนธรรม
• เดิมอาเซียนรวมตัวด้านความมั่นคงเป็นหลักต่อมามีการพัฒนาในมุมต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ จึงมีการรวมตัวในด้านการเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน วัฒนธรรม
• อาเซียนมี 10 ประเทศ มี 3 แหวน 5 ประตูการค้า
วงแหวนที่ 1 ตลาดอาเซียน
วงแหวนที่ 2 ตลาดอาเซียน + 3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้)
วงแหวนที่ 3 ตลาดอาเซียน + 6 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์)
สำหรับ 5 ประตูการค้า ประกอบด้วย
1. ด้านเหนือ : North Gate เชื่อมด้วยเส้นทางถนน R3 ไทย พม่า สปป.ลาว ต่อไปยังจีนตอนใต้ เป็นระเบียงเศรษฐกิจ North-South Corridor ผู้บริโภคตลาดหลักคือจีน มีถึง 1,300 ล้านคน
o ส่วนเส้นทางของเราเข้าไปคุนหมิง ไปจีนมีเส้น R1 R2 R3
o ของจีนท่าเชื่อมโลจิสติกส์ การส่งออกสินค้าทำได้หมดเลย
o จีนมีหิมะ ทะเลทราย ภูเขา ครบหมดเลย ถ้าเราเอาสินค้าไปขายอาจถูก Copy แล้วส่งมาขายอีกทีหนึ่ง
o ในกลุ่มอาเซียน มีอาเซียน + 3 +6 ความสัมพันธ์ในเรื่องของการทำงานทั้งหมด ถ้าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางได้ การเคลื่อนย้ายจากจีนที่จะเชื่อมเส้นทางต่าง ๆ สามารถวิ่งตรงได้เลย ถ้าทางทวายสำเร็จ ถ้าเปิดเมื่อไหร่ ธรรมชาติการค้าจะไหล ไหลจากสูงไปต่ำ
2. ด้านใต้ เชื่อมมาเลเซียและสิงคโปร์
o ถ้าลงเรือ เข้าสงขลา ด่านสะเดา ถึงท่าเรือไทรบุรี
o ท่าเรือปีนัง - ท่าเรือพอร์ทตรัง เป็นพอร์ทที่มาเลเซียวางยุทธศาสตร์แข่งกับสิงคโปร์โดยเฉพาะ
o ลงมาจากพอร์ทตรัง จะเป็นท่าเรือตันหยงปรมัส ลงมาเลเซีย แล้วขึ้น เป็นท่าเรือดันตระนู ตรงมาอีกเป็นท่าเรืออุราบาซา ห่างจากท่าเรือตากใบของไทยตรงกาลันอุโบ 8 กิโลเมตรเข้าประเทศไทย
3. ด้านตะวันตก เชื่อมพม่า ทะลุออกตลาดต่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย ยุโรป แอฟริกา
o ประตูการค้าด้านตะวันตก คือทวายโปรเจค ถ้าประตูช่องนี้เปิดถือได้ว่าเป็นช่องทางธรรมชาติ
o ช่องทางแรกในการเข้าออกพม่าคือ ช่องทางด้านอำเภอสังขละบุรี แต่พม่าปิดด่าน แต่มูลค่า การค้าประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท และมีมูลค่าในการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากพม่ามูลค่า 7 - 8หมื่นล้านบาท ช่องทางด่านเจดีย์ 3 องค์พม่าไม่ให้ออก เป็นเพียงช่องทางผ่อนปรนชั่วคราว ไม่อนุญาตให้คนผ่าน เป็นเพียงให้การค้าเคลื่อนไหวได้เท่านั้น
o ช่องทางสอง คือทวายโปรเจค ประเทศไทยมีโครงการเชื่อมทวายโปรเจคผ่านทางการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม และท่าเรือน้ำลึกทวาย จะเปิดประเทศสู่เส้นทางเดินเรือใหม่ของโลก โดยจะมี Transborder Corridor มาเชื่อมโยงกับไทยบริเวณบ้านพุน้ำร้อน จังหวัดกาญจนบุรี เป็น โอกาสในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจชายแดนกาญจนบุรี เพื่อรองรับอุตสาหกรรมหนักในนิคมอุตสาหกรรมทวาย โดยจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนของกาญจนบุรี ถ้าออกไปแล้วเป็นการย่อโลกได้อย่างดี
o หมายเหตุ : การเกิดขึ้นของโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกทวาย ประเทศพม่า จะส่งผลกระทบกับพัฒนาโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราและท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 เพราะจะไปแย่งชิงโอกาสในการก่อสร้างท่าเรือเพื่อการขนส่งสินค้าในฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย และจะทำให้ความเป็นได้ในการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราน้อยลง
4. ด้านตะวันออก เชื่อมกัมพูชา ทะลุออกเวียดนาม เข้าสู่จีน
o ฝั่งอ่าวไทยมีท่าเรือแหลมฉบังต่าง ๆ มีท่าเรือกัมพูชา
5. ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อมลาว เวียดนาม พม่า และเอเชียตะวันออก
• ถ้าอาเซียนเปิดจริง ๆ ความเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคตใกล้ตัวมาก ความเป็นอาเซียน เป็น AEC พร้อมจริงหรือ แล้วเราเตรียมตัวอย่างไร
• ควรเรียนรู้เรื่องภาษามาลายู ภาษาพม่า ฯลฯ และวัฒนธรรมของประเทศต่าง ๆ ด้วย
• ถ้าไทยสามารถทำเรื่องภาษาได้ ไทยจะสามารถเป็นตัวเจรจาการค้าได้ดี
• อาเซียนสินค้าผู้บริโภคไม่เหมือนกัน ดังนั้นเรื่องภาษาจึงเป็นส่วนสำคัญ
• การเตรียมพร้อมในธุรกิจต่าง ๆ ควรทำอย่างไร และกาญจนบุรีต้องปรับตัวอย่างไร
อาจารย์ทำนอง ดาศรี
• สรุปว่าควรเน้นเรื่องภาษา และการแต่งกาย ที่เหมาะสม ให้ดูตัวอย่างคนพม่าที่มาทำงานในเมืองไทยพูดไทยได้ทุกคน
• ภาษาคอมพิวเตอร์ คุยกันรู้เรื่องหรือไม่ ดังนั้น สรุปแล้วว่าภาษาสำคัญมาก
• ไทยควรเน้นเรื่องการขนส่งสินค้า และโลจิสติกส์ เป็นต้น
ตัวแทนกลุ่ม 4 คุณชวลิต
• เฉพาะเรื่องปัญหาในชุมชนก็ยากลำบากอยู่แล้ว และบ่ายนี้มาคุยเรื่องการรวมประชาคมอาเซียนเสรี นั้นก็เป็นสิ่งสำคัญที่ชุมชนควรศึกษาโดยเฉพาะ
• เศรษฐกิจการค้า การลงทุน การเคลื่อนย้ายเสรี ใน 10 ประเทศ เศรษฐกิจการค้า การลงทุน วัฒนธรรม ร่วมมือกัน และจะพัฒนา 4 เรื่องไปด้วยกันคือ
1. พัฒนาด้านการเปิดเสรีทางการค้าและบริการ ตัวอย่างเช่น กุ้งมังกรกระทบเราหรือไม่ ผลไม้เกษตร การธนาคาร การท่องเที่ยว
2. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน จะไม่มองเป็นแต่ละประเทศ แต่จะมองในกลุ่มภูมิภาคของประเทศ
3. ลดช่องว่างในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
4. การจะบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก
• สินค้าที่ชุมชนทำได้มีที่ไหนหรือไม่ที่เขามีศักยภาพเหมือนเรา อาเซียน 10 ประเทศมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง ถ้าเรารู้เรื่องการขายสินค้าทางอินเตอร์เนตได้ก็จะช่วยในการพัฒนาประเทศได้ดีขึ้น
• การปรับตัวต้องหาจุดอ่อน จุดแข็งของเรา การพัฒนาภาษา ต้องไปร่วมกับเขาให้ได้
• ความสามารถในการแข่งขันต้องเรียนรู้ ค้นหาตัวเอง พัฒนาตัวเอง พัฒนาลูกหลาน
• การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ยิ่งมีความรู้ มีต้นทุนมาก ต้องเพิ่มศักยภาพของชุมชนให้มากขึ้นด้วย
• กฟผ. ยินดีที่จะร่วมมือกับชุมชน เพราะกฟผ. มีสถานที่ มีความพร้อมต่าง ๆ คงต้องอาศัยทีมงานของดร.จีระ ของ กฟผ.ที่จะผลักดันให้ไปร่วมกัน
อาจารย์ทำนอง ดาศรี กล่าวสรุป
• การเคลื่อนย้ายแรงงาน มีแรงงานต่างชาติมากขึ้น ถ้าเศรษฐกิจดีขึ้นจะทำอย่างไร
• เรื่องชุมชนให้ทำร่วมกันต่อไป
ตัวแทนกลุ่ม 5 คุณณรงค์ศักดิ์
• ประเทศไทยมีประชากร 66 ล้านคนต้องรองรับประชากร 600 ล้านคนของประชาคมอาเซียน คำถามคือ เราจะแข่งขันกับเขาได้อย่างไร
• ในแง่ของการเคลื่อนย้ายทุนหรือแรงงาน กฟผ.มีการสร้างความมั่นคง หรือแรงงานรองรับประชาคมอาเซียน เราต้องพึ่งแก๊ซธรรมชาติ 16 %
• สิงคโปร์มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอันดับ 2,3 ของโลก นับเป็นมูลค่ามหาศาล
• เมื่อเปิดโอกาสนี้แล้วสิงคโปร์อาจเข้ามาซื้อหุ้นของการไฟฟ้าได้
• ในพื้นที่ชุมชนช่องสะเดามีปัญหาต่าง ๆ ต้องแก้ไขด้วยชุมชนเองด้วย
• ชุมชนมีจุดแข็ง และจะแก้ไขอย่างไร
• ภาษา วัฒนธรรม ใช่ว่าจะไม่มี ไทยเรามีประเพณีวัฒนธรรมมากมาย ประกอบด้วย บวร. คือ บ้าน วัด โรงเรียน และ บวอ. คือ บ้าน วัด องค์กรต่าง ๆ (ไม่ว่าเป็นภาครัฐ เอกชน ประชาชน) จะเข้ามาบริหารองค์กรอย่างไรให้องค์กรเข้มแข็ง ดังนั้นสังคมไทยจึงไม่น่าจะหนีจากตรงนี้ไป
• การจัดการเรื่องความรู้ การอนุรักษ์ ประเพณี และการท่องเที่ยวต่าง ๆ
• การส่งเสริมภาครัฐยังไม่ทั่วถึง ดูเรื่องการบริหารจัดการเทศบาลตำบลหนองสาหร่าย อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
• เรื่องเกษตรกรรม ถ้าเราส่งเสริมอย่างจริงจัง เป็นเกษตรอินทรีย์ ชีวภาพ เราจะอยู่ได้
• วิถีชีวิตความเป็นไทย มีความโดดเด่น ในเรื่องการท่องเที่ยวเขามาเที่ยวเมืองไทย เขาต้องการชื่นชมกับวิถีชีวิต เอาจุดแข็งเรื่องภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้านเอามานำเสนอ อย่างกรณีตัวอย่างที่อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ นำมาเสนอคือ หมู่บ้านแม่กำปอง อย่างไรก็ตามจุดสำคัญที่สุดคือทรัพยากรมนุษย์นั่นเอง
อาจารย์ทำนอง
• การบริหารองค์กรที่ดีของท่านนายกอบต. คือทำที่นี่ให้เป็นตัวอย่างที่ดี
ดร.หญิงฤดี ภูมิศิริรัตนาวดี
• ศึกษาเรื่องคนไทยมีความพร้อมในการเตรียมตัวอย่างไร
• ทรัพยากรมีจำกัด เราจะสร้างมูลค่าเพิ่มที่มีในตัวคนไทยทุกคน ให้แข่งขันใน AEC ได้อย่างไร
• แรงบันดาลใจของการทำวิทยานิพนธ์เรื่องทุนแห่งความเป็นไทย เกิดจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่พระองค์ท่านทรงเหน็ดเหนื่อยทั้งชีวิตในการพัฒนาคนไทย
• ความสำเร็จของคนไทยในระดับ World Class ควรใช้ความเป็นไทยในสินค้าและบริการ
ได้ยกตัวอย่าง ก.วัฒนธรรม ที่พยายาม Brand วัฒนธรรมไทยให้จับต้องได้มากที่สุด ไม่ได้เห็นแค่วัฒนธรรมอย่างเดียว แต่เห็นคนไทยที่มีคุณค่าในความไทย ความเป็นคนไทยในการให้บริการจึงเป็น Key ของความสำเร็จทั้งหมด
• ก่อนเข้าสู่ AEC อยากให้รู้เขามากกว่ารู้เราก่อน ให้เริ่มจากการดู Competency เป็นขั้นที่ 1 และหลังจากนั้นให้มองที่การทำ CSR เพิ่มเติม ตัวอย่าง Unconscious in competency ใช้คนไทยเป็นจุดแข็งในการบริการ
• อาเซียนเสรี Thainess เป็นภูมิปัญญาไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ ไทยเป็นประเทศที่มี service mind มากที่สุดในโลก ประกอบกับในเรื่องการแต่งกาย เราก็มีเอกลักษณ์ จึงคิดว่าสามารถนำมาใช้ได้
• สำหรับการแข่งขันในเรื่องสินค้า ประเทศไทยอาจมีมูลค่าทางการค้าเพิ่มไม่มากนัก แต่ถ้าแข่งกับการบริการประเทศไทยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ซึ่งวันหนึ่งโอทอป สามารถทำแบบนี้ได้เช่นกัน
• ความโดดเด่นในตัวสินค้าสามารถมาจากเรื่องราวที่สร้างมูลค่า สร้างตรายี่ห้อ ให้เลิกมองในระดับโลกนอกจากมองแค่ Local
• สินค้าส่งเสริมสุขภาพสามารถขายอิงกับวัฒนธรรม และภูมิปัญญาได้หมด
• การท่องเที่ยวไทยเป็นสินค้าเชิงวัฒนธรรมของแหล่งท่องเที่ยว เราสามารถสร้างบางสิ่งบางอย่างจากการทำ Story สิ่งเหล่านี้ ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าได้
วิธีการสร้างความแตกต่างให้สินค้าและบริการไทยขายได้
1. ความภูมิใจในความเป็นชาติย่อมมาก่อน ตัวอย่างจีน ใช้แผนยุทธศาสตร์ชาติเป็นหลัก พัฒนาทรัพยากรมากขึ้น และสร้างBrand ของตัวเอง มุ่งเน้นไปที่สินค้าบริการมากขึ้น
2. สร้างทักษะทางการคิด จิตใจ ทุนทางปัญญาเรามีอะไรแตกต่างจากที่อื่น สิ่งนั้นคือจุดขาย
3. สร้างความแตกต่างของความเป็นไทยขึ้นมา แต่เป็นความเป็นไทยที่ต้องตามโลกให้ทันด้วย ไทยก็สามารถเข้าสู่ World Class ได้เช่นเดียวกัน
• การบริการเราสามารถสร้างได้ภายใน 5 วินาที วิธีการคือเราจะแยกคนกับวัตถุออกจากกัน
• ในชุมชนต้องมี Unique Identity ของชุมชน
• ความเป็นคนไทย คือประเทศไทย ที่ต้องมีการแสดงความคิดเห็นร่วมกัน
• การแต่งกายของไทย ประเทศไทยมีวัฒนธรรมที่สามารถนำมาขายได้ พรหมวิหาร 4 เป็นสิ่งที่คนไทยสัมผัสได้ การสร้างความเป็นไทย วิถีไทย เป็นการสร้างความแตกต่างในการเข้าสู่อาเซียน
อาจารย์ทำนอง ดาศรี กล่าวสรุป
• บอกว่า ดร.หญิงฤดี เน้น 3 เรื่อง คือ คนไทยเป็นคนที่ Friendly , มีความเต็มใจบริการ (มีจิตใจสาธารณะ) , ความเพียบพร้อมในการบริหารจัดการ
• นอกจากนี้ให้มองเรื่องตัวสินค้าด้วย
• การประทับใจครั้งแรก เรื่องการยิ้ม
• คนไทยมี 4 F - Fun,Friendly,Family,Flexible
ดังนั้นความเป็นไทยของคนไทยเข้มแข็ง ต้องรู้ว่าสินค้าคืออะไร สินค้าในชุมชนคืออะไร
ผู้ใหญ่บ้าน คุณวสันต์
• อาเซียนเสรี ถ้ามองถึงโครงการทวายโปรเจคใกล้เข้ามาทุกที มีผลกระทบอะไรบ้าง ชุมชนช่องสะเดาในเรื่องการท่องเที่ยวสามารถเชื่อมต่อช่องสะเดา กับ ด่านเจดีย์ 3 องค์ได้ และนอกจากนั้นยังเชื่อมต่อช่องทางอื่น ๆ ได้เช่นกัน
• เรื่องอาเซียนสิ่งที่ห่วงมากที่สุดคือภาษา และนับเป็นโอกาสที่ดีของผู้บริหารและผู้ที่จะขึ้นบริหาร ให้ส่งครู หรือผู้ที่เก่งภาษาลงมาสอนให้ชุมชนช่องสะเดาได้เรียนรู้ เพราะว่าถ้าชุมชนช่องสะเดาไม่รู้เรื่องภาษาอาจทำให้ชุมชนเสียโอกาสได้
• ถ้าโครงการนี้ทำร่วมกับกฟผ.สำเร็จ ก็จะเป็นครอบครัวเดียวกัน
อาจารย์ทำนอง ดาศรี
• ยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่สอนภาษาอาเซียน ตัวอย่างคือ ม.นเรศวร สอนภาษาพม่า
ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท
• บอกว่าก่อนอื่นต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ก่อนว่า AEC คือการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศสมาชิก เป็นหนึ่งเดียว ทำให้ประชาคมอาเซียนเข้มแข็ง สามารถธำรง สันติภาพ เสถียรภาพ ความมั่นคง ไว้ได้
• ก่อนอื่นคือ10 ประเทศต้องมาคุยกัน ให้เกิดความเสมอภาค และให้มีความเข้าใจเหมือนพี่น้อง เน้นในเรื่องการพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมร่วมกัน การเสริมสร้างความร่วมมือกับภายนอกและพัฒนาประเทศ
• 3 เสาหลักคือ เสาความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม ให้มองว่าเราทำการค้าแบบไหน แบบยุติธรรม แฟร์ ไม่ปิดกั้น การลดข้อจำกัดต่าง ๆ ออกไป ทำให้เกิดการแข่งขันเสรีจริง ๆ ในอีกมุมหนึ่งนั้น AEC เป็นการทำให้เกิดผลดีขึ้น การแข่งขันทำให้คนในประเทศสามารถพัฒนาเพื่อสู้และแข่งขันกับคนต่างชาติได้
• ประเด็นคือรู้จัก AEC กันจริงหรือไม่
• เมื่อเราเกิดปัญหาขึ้นมารัฐไม่สามารถเกี่ยวข้อง
• ประเทศไทยก่อนเซ็นสัญญาตรงนี้ได้ต้องเข้าใจสภาพก่อน ให้เชื่อใจในแต่ละคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบอันนั้น
• ใครบ้างได้รับผลกระทบจาก AEC การค้า แรงงาน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ชุมชนมีผลกระทบอะไรบ้าง
1. มีนักลงทุนเข้ามา
2. มีแรงงานต่างชาติเข้ามา
o ถ้าเปิดเสรีเมื่อไหร่ผู้บริโภคได้ประโยชน์เต็มที่ เช่นสามารถบริโภคกระเทียมจีนซึ่งใหญ่กว่าไทย
o ยารักษาโรคมาจากเมืองไทย ราคาสูง แต่ยารักษาโรคจากอินเดียราคาต่ำ กว่าเป็นต้น
3. ภาคเอกชนไทย มีความสามารถในการปรับตัวมากน้อยแค่ไหน
o รัฐเองต้องเข้ามาดูแลมาช่วย
o เราตั้งรับอย่างเดียวไม่ได้แล้ว
o สามารถสร้างพันธมิตรได้ โดยการ Co กับเขมร เวียดนาม พม่า ลาวเป็นต้น แต่ปัญหาคือชาติอื่นที่ไม่ใช่อาเซียนจะสวมสิทธิ์ในการเข้ามาลงทุน 70%
o การ Move เคลื่อนย้ายคนงานมาจากระดับสูง ไม่ใช่ระดับล่าง แล้วต้องมีการสอบ
o คนไทยควรเตรียมความพร้อมอย่างไร ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ
o เรามีความพร้อมในตัวของเราเองมากน้อยแค่ไหน
o มีหลายหน่วยงานที่ต้องวางแผน เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน เรียนรู้จากของจริง ปฏิบัติแล้วอย่าไปลอกเขามา
o สังคมไทยส่วนใหญ่เป็นไปตามกระแส ไปเอาระบบทุนนิยมเข้ามา ดังนั้นสังคมจึงเป็นตัวกำหนด
o ต้องให้คนอายุ 45 ปีลงมาเป็นตัวขับเคลื่อนแล้วทุก ๆ ภาคส่วนต้องช่วยกัน
o เรื่องภาษาเป็นตัวหนึ่งที่พยายามพูด อย่างเช่นภาษากลางของอาเซียนใช้ภาษาอังกฤษ ทำไมไม่พยายามขับเคลื่อนภาษาไทยเป็นภาษากลาง ภาษาอังกฤษอยู่กับการใช้แต่พูดไม่ได้เพราะไม่ได้ใช้
o ภาษาที่สำคัญที่สุดคือ Service language Model (ภาษามนุษย์) ภาษามาทีหลังได้
ความคิดเห็นจากกฟผ.
การชี้แจงวัตถุประสงค์ อยากทราบแผนที่เป็นรูปธรรม
ตอบโดย ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท
o เอกสารมีการออกกรอบต่าง ๆ มา การประชุม 10 ประเทศ มีการตั้งกรรมการรวมกันอย่างไร ซึ่งแต่ละประเทศจะรับรอง
o การเคลื่อนย้ายแรงงานคือทางผ่านของการค้ามนุษย์
อาจารย์ทำนอง ดาศรี
• กรอบความคิดของอาเซียนเสรี มี 3 เสาหลัก คือความมั่นคง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมที่ร่วมกัน 3 เรื่อง เศรษฐกิจมีอยู่ 2-3 กรอบ คือการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรี
• เรื่องวัฒนธรรมทำให้เป็นหนึ่ง การพัฒนาอะไรก็ตามถ้าขาดวัฒนธรรมที่ยั่งยืน
คุณนิอันนุวา สุไลมาน
• ได้โจทย์มาในวันนี้ต้องเรียงเป็นขั้นเป็นตอน
• การเป็นชุมชนโมเดล กติกาต่าง ๆ ปี 2558 ที่เกิดขึ้นไม่ต้องกังวล เพราะจะมีมาตรการกีดกันเล็ก ๆ น้อย ๆ เรามีวิธีไม่ต้องกังวล
• สิ่งที่คิดอะไรแล้วในการทำการค้า คิดแล้วทำเลยอย่ารอ ถ้ารอคนอื่นทำหมด
• ถ้าพูดถึงเรื่องความมั่นคง แล้วบอกว่าเศรษฐกิจไม่ต้องทำนั้นไม่ใช่เรื่องจริง
• ชุมชนในท้องถิ่นต้องเป็นตัวนำ คิดจากตัวเขาเอง คิดจากพื้นที่ชาวบ้าน ท้องถิ่นต้องเป็นผู้นำ 100 % ในการเปลี่ยนแปลง
• เมืองกาญจน์มีสถานที่ท่องเที่ยวในหลายส่วน มี13 อำเภอ มีโซนกาญจนบุรีอีสาน อุทยาน และพื้นราบ ดังนั้นสิ่งที่อยากให้ชุมชนทำคือทำความเข้มแข็งที่มีอยู่ การทำ ลองสเตย์ เป็นต้น
ตัวอย่างที่น่าสนใจเรื่องการทำการค้าคือ พบว่ามีโรงงานรองเท้า ฮัทปัปปี้อยู่ที่ด่านสังขละบุรีด่านเจดีย์ 3 องค์ มี 18 โรงงาน มีคนงานเป็นพม่าเกือบทั้งหมด และส่งออกทั้งหมด มูลค่ามหาศาล
• ดินเมืองกาญจน์ดีที่สุดในโลก
• เวลามาเที่ยวเมืองกาญจน์หน้าหนาวไปไหน หน้าฝนไปไหน แล้งไปไหน
อาจารย์ทำนอง ดาศรี
• ทุกอย่างในเมืองกาญจน์มีอยู่แล้วเพียงแต่จะดึงอะไรออกมาเท่านั้น
ตัวแทนจากกฟผ.
อาเซียนเสรีชุมชนจะได้อะไร ?
• การที่จะให้ชุมชนเดินเองโดยไม่มีการชี้นำ อาจเกิดความสับสน ดังนั้นต้องมีการบูรณาการระดับจังหวัด อำเภอ หมู่บ้าน ต้องทำแผนเป็นรูปธรรม มีทิศทางในการวางแผนให้เป็นกรอบ ไม่เช่นนั้นแล้วการเดินจะสะเปะสะปะ และเสียทรัพยากรเยอะ
• กาญจนบุรีแบ่งเป็น 3 โซน การวางแผนในแต่ละโซนไม่เหมือนกันจึงควรวางและชี้ทิศทางในแต่ละที่และชี้แนะชุมชนด้วย เขามีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไร
• แล้วถ้าสามารถบูรณาการได้จะเป็นทิศทางที่จังหวัดสามารถสนับสนุนได้ด้วย กฟผ.จะเป็นส่วนช่วยในการสนับสนุนตรงนี้
• ผู้นำชุมชน อบต.ผู้ใหญ่บ้าน กำนันต้องช่วยการไฟฟ้าในการวางแผนการทำงานร่วมกัน แต่ทิศทางต้องมาก่อน คุยให้ลงตัวก่อนไม่เช่นนั้นจะสะเปะสะปะ โดยไม่ใช้ทรัพยากรเท่าที่ควร
• สรุปคือต้องมีแผนที่เป็นรูปธรรมแล้วลงมือปฏิบัติ
อาจารย์ทำนอง ดาศรี
สรุป ต้องมีจุดเด่นของตัวเองและมีแผนในการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม
ตัวแทนจาก กฟผ.
• ทำบวร. และ บวอ. ให้เข้มแข็ง บ้าน ศาสนา องค์กร โรงเรียน เข้มแข็ง สิ่งนี้คือเสน่ห์ในการสร้างมูลค่าและสิ่งต่าง ๆ มากมาย ส่งผลต่อตำบล และอำเภอ ของประเทศไทย สามารถใช้นโยบาย CSR ในการเร่งรัด สร้างองค์กรให้เป็นที่ยอมรับของสังคม เสริมเพิ่มเติมเข้าไป
• การศึกษาทำอย่างไรให้มีครูภาษามาสอน
• คิดเล็กสลับคิดใหญ่ คิดใหญ่สลับคิดเล็ก
• เน้นเรื่องต้นแบบจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงทำงานหนัก เป็นพระองค์แรกที่ได้รางวัลจากนายโคฟี่อานันเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
• ไทยมีการแข่งขันในด้านฟิสิกส์ เคมี ชีว ก็ได้ที่หนึ่งดังนั้นไม่ต้องกลัวถ้าคนไทยตั้งใจจริงจัง สามารถทำได้หมด แต่ขอเน้นเรื่องความต่อเนื่อง ต่อเนื่อง ต่อเนื่องก็จะไปได้แน่นอน
อาจารย์ทำนอง ดาศรี
• ชุมชนเก่งตรงไหน เติมที่ขาดส่งเสริมส่วนที่ดี
ดร.หญิงฤดี ภูมิศิริรัตนาวดี
• ภาษาอังกฤษเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ต้องเรียนรู้ แต่เป็นการเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนแปลง
• ภาษามีหลายตัว แต่เรามีภาษาบริการเข้มแข็งเพราะเราเป็นคนไทย เริ่มที่ Service Mind เอาใจเขามาใส่ใจเรา พร้อมที่จะแบ่งปัน และขับเคลื่อนร่วมกันไป
• ภาษากาย การยิ้ม การไหว้ การแต่งกาย เราสามารถสร้างความแตกต่างได้
• การขับเคลื่อนสินค้าในชุมชน ให้มองในปัจจัย 4 อยากฝากให้ดูสินค้าในชุมชนแตกต่างจากที่อื่นอย่างไร สินค้าในจังหวัด ยืมมาใช้ได้ ความเป็นไทยยืมมาใช้ได้
• สินค้าแยกประเภทเป็นอาหาร คนอื่นเข้าใจเหมือนกันคือปัจจัย 4 ภายใต้อาหารมีอาหารท้องถิ่น มีอาหารพื้นบ้านอะไร เรามีอะไรที่ต่างจากเขา เช่นปลูกข้าว อาจขายข้าวเป็นยา เป็นสบู่ ผ้าขาวม้าใครคือเจ้าของภูมิปัญญาในอดีต เช่นคุณยายเอี่ยมทำขนมจากเห็ดโคน แล้วจดชื่อไว้เป็นแบรนด์ท่าน อาจจดเป็นสินค้าท่านอาจมี 100 แบรนด์ขึ้นมาเป็นต้น ทางชุมชนจะรู้ดีที่สุดว่าควรทำอะไร ลองคิดให้ดี
• ที่อยู่อาศัย บ้านโรงแรม เครื่องประดับตกแต่ง ชุมชนจะเข้มแข็งได้ ต้องหาจุดขาย จุดแข็ง ที่ชุมชนมี แล้วคนอื่นไม่มี ไม่ต้องกลัวคนเลียนแบบเพราะไม่มีใครลอกเลียนแบบการบริการของเรา
• เวลาขายให้ใช้สัมผัสทั้ง 6 แต่ประเทศไทยมีมากกว่านั้นคือจิต ให้เข้าใจถึงผู้บริโภคแล้วไม่รู้ลืม การสร้างความประทับใจนั้นต้องสร้างภายใน 5 วินาทีแรก ถ้าสร้างไม่ทันจะลำบาก
• Packaging หีบห่อ ต้องมองเห็นได้ใน 5 วินาที เป็นสิ่งที่ได้กลิ่น ได้เห็น ได้ยิน และรส สิ่งเหล่านี้มีอะไรพิเศษมาผสมกัน จะรู้สึกชอบและประทับใจ แต่ไม่รู้ว่าประทับใจตรงส่วนไหน บอกได้แค่ว่ารู้สึกชอบจริง ๆ
• GNH (Growth National Happiness)
โมเดลอยากให้เริ่มจากองค์กรของท่านก่อน แล้วต่อไปจะไม่ลืมโมเดลชิ้นนี้
1. เรามีการบริการที่ดีที่สุดในโลก
2. ขายสินค้าวัฒนธรรม ชุมชนมีวัฒนธรรมคืออะไรก็ขายได้
3. เมื่อขับเคลื่อนแล้ว องค์กรจะเป็นวัตถุดิบในการขับเคลื่อน ทั้งสมอง จิตใจ และภาษากาย แสดงออกมาเป็น Self Presentation ก่อนอื่นต้องพูดกับตัวเองก่อน เช่น อ่านชาร์ดการใช้ภาษาอังกฤษ ถ้าพูดว่าทำได้ท่านจะทำได้ เอาความจงรักภักดีมาเป็นพลังสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนด้วยพลังงานที่เข้าสู่สังคม พลังคนไทย พลังความเป็นไทย สังคมในการเข้าสู่อาเซียน แล้วแบ่งปันความรู้เหล่านี้เข้าสู่อาเซียน เข้าสู่ World class แล้วจะรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ถ้าวางแบรนด์ตัวนี้ได้จะสามารถสร้าง Competitiveness เป็น Brand ขับเคลื่อนสู่รัฐบาล และ AEC รูปแบบใหม่
4. ที่สำคัญชุมชนต้องเข้มแข็ง มีส่วนร่วมและทำก่อน
อาจารย์ทำนอง ดาศรี
คิดอะไรก็ตามต้องปฏิบัติให้ได้
ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท
• เราไม่ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งหมด แต่เราต้องเรียนรู้ทุกวัน จากการปฏิบัติ การสังเกต แล้วนำไปพัฒนาให้เกิดมูลค่าขึ้นในทุกวัน
• คนไทยมีทุกอย่างเยอะ จึงไม่ค่อยมีอะไรมาบีบคั้น กลายเป็นนิสัยที่เคยชิน
• ยุคต่อไปทุกหน่วยงาน ทุกแห่งต้องช่วยกันดำเนินการแบบบูรณาการทั้งหมด
• อย่างไรก็ตามเริ่มที่ตัวเองก่อน เป็นการสร้างฐาน
• ถ้าชุมชนตั้งใจจริงและทำงานจริง ๆ ต้องอดทนและทำอย่างจริงจัง
• แต่ละกระทรวงมีแผนของกระทรวง ไม่มีงบประมาณ ไม่มีคนให้ ชุมชนเป็นตัวสำคัญ เราต้องเปลี่ยนกระบวนการ ชุมชนง่ายกว่า แล้วมีหน่วยงานโดยตรงที่จะติดตาม ชุมชนไม่ต้องกลัว กฟผ.เป็นตัวประสานและตัวเชื่อมสร้างความรู้ให้กับชุมชน ท่านต้องการอะไร และมีอะไร และต้องทำต่อเนื่องอย่างจริงจัง
• ต่อไปเอาเรื่องอะไรก็จัดอบรมเรื่องนั้น แต่ทำอะไรอย่าทำแค่ขอให้ได้ทำ ทำแบบผักชีโรยหน้าแล้วจบ แต่ต้องทำแบบต่อเนื่อง แล้วต่อไปวางแผนว่าจะทำอย่างไร ขอเป็นตัวประสาน เป็นแกนกลางในการพัฒนาผลต้องเป็นรูปธรรม
อาจารย์ทำนอง ดาศรี
สรุปการเปิดอาเซียนเสรีมีทั้งโอกาสและการคุกคาม
1. ลูกค้า
2. เทคโนโลยี
3. ภูมิปัญญา
คุกคามในเรื่องการบริหารความเสี่ยง
สิ่งที่ควรทำคือสร้างให้ชุมชนเข้มแข็ง
ความคิดเห็นจาก กฟผ.
กฟผ.มีความเต็มใจในการช่วยเหลือในส่วนที่เป็นไปได้อยู่แล้ว แต่บางเรื่องกฟผ.ต้องเข้าไปดูรายละเอียดในการประสานกับหน่วยงานที่ดูทางด้านนั้น แต่อาจรับไม่ได้ทุกเรื่อง แต่สามารถช่วยในการประสานให้
ผู้ใหญ่บ้านวสันต์
• ฝากเรื่องการศึกษา จริง ๆคือเรื่องภาษาที่อยากได้เสริม อย่างเช่นเวลาฝรั่งมาอยากให้ชาวบ้านพูดคุยได้บ้าง
• เรื่องการลงชุมชน บางหน่วยงานลงมาเพื่อร่วมพูดคุยปัญหากับชุมชน ถ้าลงมาทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่ามีสมอง ให้รับทุกปัญหา ให้แกล้งโง่บ้างจะได้รับปัญหาที่แท้จริง
28 มีนาคม 2555 ชวลิต ตั้งตระกูล
สิ่งที่เรียนรู้ในช่วงวันที่ 27-29 มีนาคม 2555
วันที่ 27 มีค. (เช้า) - ได้รับฟังผู้แทนจากแต่ละกลุ่มสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือ 2 เล่มที่ อ. จีระฯ มอบหมายให้อ่าน - ได้รับฟังแง่คิดจาก อ.จีระฯ เกี่ยวกับการเป็นผู้นำในยุค digital ว่าจะต้องใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศในการค้นหาตัวเองและสร้างความสัมพันธ์ของเครือข่าย ซึ่งหมายรวมถึงคนในชุมชนด้วย นอกจากนี้ ผู้นำยังต้องบริหารจัดการความหลากหลาย ซึ่งความหลากหลายที่บริหารยากที่สุด คือความหลากหลายทางความคิด
วันที่ 27 มีค. (บ่าย) - ได้รับฟังการวิเคราะห์เรื่องการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อชุมชน จากผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ผู้บริหาร กฟผ. และผู้ปกครองในท้องถิ่น ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจหลายประเด็น อาทิ สภาพเศรษฐกิจและแนวทางการพัฒนาของจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดที่มีทุนทางวัฒนธรรมอยู่มาก ปัญหาของชุมชนใกล้เขื่อนท่าทุ่งนา การเตรียมการและการรับรู้ของชุมชนในเรื่องประชาคมอาเซียน ที่มีผลต่อประเทศสมาชิกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และความมั่นคง ที่สำคัญคือ มีการเน้นย้ำแนวทางการเข้าถึงชุมชน และสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้ชุมชนและ สังคมด้วยการทำให้สังคมเข้มแข็ง โดยอาจสร้างอุดมการณ์ร่วมระหว่าง กฟผ. กับชุมชน และเติมเต็มในสิ่งที่ชุมชนยังขาดอยู่ แต่ไม่ควรถึงกับกำหนดวิธีการให้เดิน และไม่ใช้แต่เงินในการพัฒนา เพราะเงินไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ชีวิตต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัติตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 55, 56 , 66 และ 67 ควรให้ความใส่ใจในการสื่อสารกับชุมชน และให้ชุมชนมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ และแบ่งปันผลประโยชน์ และให้ความสนใจแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของ กฟผ. ให้มาก และแนวทางที่จะให้การพัฒนาพลังงานเป็นไปด้วยดี ควรสร้างการยอมรับและร่วมมือกันทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายรัฐ ผู้ประกอบการ และ NGO วันที่ 28 มีค. - ได้ร่วมรับฟังการเสวนา เรื่อง การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมในชุมชน และชุมชนรู้จริงเรื่องอาเซียนเสรี ได้เรียนรู้สาระสำคัญจาการเสวนา ดังนี้ - การทำงานด้านชุมชนสัมพันธ์ ควรมองปัญหาระยะยาว ไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาระยะสั้นๆในทุกกรณี - ในอนาคต กฟผ. อาจให้ความรู้ด้านอื่นๆแก่ชุมชนนอกจากเรื่องการผลิตไฟฟ้าด้วยก็ได้ เพราะ เท่ากับช่วยสร้างทุนมนุษย์ให้แก่สังคมไทย
29 มี.ค. 55 ได้เยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์กับชุมชนท่าน้ำชุกโดน ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี มีประชากร 210 ครัวเรือน 1280คน ส่วนใหญ่ยากจน ปัญหาคือปล่อยของเสียลงแม่น้ำ และลุกล้ำลำน้ำ คุณบำเพ็ญ ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทไทยเปเปอร์ในเครือSCGได้รับการคัดเลือกเป็นประธานชุมชนดังกล่าวได้ร่วมมือกับเพื่อนๆพนักงานในเครือSCG 3-4คน จัดทำโครงการแก้ปัญหาชุมชน 5 โครงการโดยของบประมาณจาก”มูลนิธิปันโอกาศวาดอนาคต”ของ เครือSCG ซึ่งมีนโยบายสนับสนุนให้พนักงานทำโครงการช่วยเหลือสังคมโครงการละไม่เกิน 100,000 บาทโดยมีคณะกรรมการกลั่นกลองอนุมัติและติดตามประเมินผลโครงการ ทั้งนี้พนักงานต้องทำด้วยความสมัครใจไม่มีผลประโยชน์ตอบแทน ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาความดีความชอบ จะมีก็เฉพาะความภาคภูมิใจ โดยSCGจะจัดให้มี CSR DAYเพื่อให้พนักงานได้นำเสนอผลงานแลก เปลื่ยนเรียนรู้กัน
27-29 มี.ค.55 ที่เขื่อนท่าทุ่งนา ในหลักสูตร “แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม”วันแรก ภาคเช้า - ให้แต่ละกลุ่มวิเคราะห์ วิจารณ์ หนังสือ 2เล่ม ของอาจารย์คือ HRพันธ์แท้ และ8K’s+5K’sและมีสิ่งใดจะนำมาใช้ประโยชน์กับ กฟผ. แต่ละกลุ่มมีมุมมองที่หลากหลายต่างกันออกไป ทำให้เราได้เห็นมุมที่ต่าง ได้ประโยชน์ดีมากค่ะภาคบ่าย - ฟังวิสัยทัศน์กาญจนบุรีกับการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง จากท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดทำให้ทราบว่า ตอนนี้พม่ากำลังมาแรง จากโครงการขนาดใหญ่ ท่าเรือน้ำลึก และทวายProject ที่กำลังรุกคืบเข้ามาผลกระทบที่กำลังจะตามมา ที่นิ่งนอนใจไม่ได้แล้ว การเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแน่นอน ว่า มีทั้งโอกาส และปัญหาเข่น การเคลื่อนย้ายแรงงาน การเคลื่อนย้ายทุน ปัญหายาเสพติด เป็นต้น เมืองกาญจน์ จะเป็นประตูสู่ตะวันตก ต่อจากนั้น เป็นการเสวนา เรื่อง การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อชุมชน ที่มีตัวแทน กฟผ. ตัวแทนชุมชน ตัวแทนนักวิชาการด้านพลังงานจากเดิม กฟผ. อาจมองด้านเดียว โดยจะเป็นการให้ที่ไม่ได้ถามผู้รับ การลงเงิน ลงแรงด้าน CSR จึงไม่ประสบผลเท่าที่ควรวันนี้จึงเห็นว่า การสื่อสาร ทำความเข้าใจกัน อย่างจริงใจ เพื่อให้ได้ใจชุมชน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก โครงการในอนาคต ของ กฟผ.จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ อยู่ที่การสร้างความเข้าใจกับชุมชน อย่างตรงจุด ตรงประเด็น ให้เป็นที่ยอมรับ การลงพื้นที่แบบฝังตัวกับชุมชนอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องที่จำเป็น ต้องแลกใจกัน นอกจากนี้ยังเห็นว่าการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชนน่าจะมีประโยชน์ ที่จะนำแนวทางที่ดีในการแก้ปัญหาชุมชนและสิ่งแวดล้อมมาแลกเปลี่ยนกัน
วันที่ 2 - วันนี้ลงชุมชนแบบเจอของจริง ที่บ้านช่องสะเดาภาคเช้า - ตัวแทน EADP#8 กลุ่ม1 กลุ่ม2 และกลุ่ม3 ขึ้นเวที ร่วมเสวนา กับผู้นำชุมชน , ตัวแทน ภาครัฐ(ผู้แทนพลังงานจังหวัด) , ตัวแทน กฟผ.(อขศ. และ อสล.)ในหัวข้อ การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมในชุมชน สร้างความเข้มแข็งต่อสู้ภัยธรรมชาติ การเสวนา ที่มีตัวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาจับเข่าคุยกัน มีประโยชน์มากค่ะ มีการนำเสนอปัญหาจริง ช่วยกันหาทางออกเพื่อแก้ปัญหากันจริงๆ พอจบการเสวนา มีผู้รับที่จะช่วยกันแก้ปัญหาภาคบ่าย - ตัวแทน EADP#8 กลุ่ม4 และ กลุ่ม5 ขึ้นเวที ร่วมเสวนา กับผู้นำชุมชน , ตัวแทนภาครัฐ(พาณิชย์จังหวัด) , ตัวแทน นักวิชาการ ( ดร.หญิงฤดี และ ม.ล.ชาญโชติ)ในหัวข้อ ชุมชนรู้จริงเรื่องอาเซียน เสรี โดยส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ชุมชนต้องเตรียมพร้อม และเห็นว่า การท่องเที่ยวและสินค้าเชิงวัฒนธรรมน่าจะเป็นจุดขายที่ดีความเป็นไทยยังขายได้ เช่น อาหารไทย สินค้าพื้นเมือง การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การบริการแบบไทยๆ ความมีมิตรไมตรี และการต้อนรับด้วยรอยยิ้ม ในมุมของชุมชน ยังต้องการการสนับสนุน เรื่องการพัฒนาด้านภาษา ต่อจากนั้น ได้เดินทางไปดูพื้นที่จริง ดูไก่ไข่ที่ได้รับการสนับสนุนจาก กฟผ. ดูแนวป้องกันช้างป่าที่ผู้ใหญ่วสันต์ ว่าไม่ได้ผล ดูสถาณีสูบน้ำที่ลงทุนมากมายแต่ชาวบ้านไม่กล้าใช้เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าไฟ
วันที่ 3 - เรียนรู้ชุมชนเข้มแข็ง ที่ชุมชนท่าน้ำชุกโดน ผู้นำชุมชน เป็นพนักงานของบริษัทในเครือปูนซีเมนต์ไทย ทางบริษัทฯ ตั้งมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนทุนให้พนักงานเสนอโครงการรักบ้านเกิด เพื่อแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมของชุมชน โครงการที่ดีมาก มีการเชื่อมโยงต่อเนื่อง จากแนวคิดที่ต้องการบำบัดน้ำเสียของชุมชนใช้เวลาไม่มาก สามารถเห็นการพัฒนาสิ่งแวดล้อมของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม กลายเป็นที่สวยงาม และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ น่าสนใจที่จะนำมาเป็นแบบอย่างมากค่ะขอสรุปว่า เป็น 3 วันที่คุ้มค่ามากค่ะ ได้เรียนรู้ปัญหาชุมชน ได้เห็นแนวทางการแก้ปัญหาของชุมชน อย่างยั่งยืน ที่น่าจะนำมาปรับใช้กับกฟผ.ได้
เปรียบเทียบหนังสือ 2 เล่ม ความเหมือนของหนังสือ 2 เล่ม คือ พูดถึงความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดขององค์กร โดยใช้ทฤษฎี 8 K’s และ 5 K’s สร้างการเรียนรู้ พัฒนาให้เป็นคนดี และคนเก่ง ความแตกต่างของหนังสือทั้ง 2 เล่ม HR พันธ์แท้ เป็นการเขียนในแนวสัมภาษณ์ และเน้นเรื่องชีวิตและผลงานของ คุณพารณ อิสรเสนาฯ ที่ได้นำการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มาใช้ในบริษัทปูนซีเมต์ไทย จนประสบผลสำเร็จ เป็นองค์กรแนวหน้าของประเทศ ลงทุนด้านการศึกษา พัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างต่อเนื่อง สร้างคนดีและคนเก่ง ทำงานอย่างมีความสุข ซึ่งจากการสัมภาษณ์ผู้ที่ได้ร่วมงานกับคุณพารณฯ จะเห็นความรัก ความชื่นชม ที่มีต่อท่าน และความรักในองค์กร
8K’s+5K’s กล่าวถึงชีวิตและผลงานของ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และเล่มนี้ได้กล่าวถึงที่มาของ 8 K’s และ 5 K’s โดยละเอียด จนถึงขั้นตอนการนำไปใช้ในองค์กร การพัฒนาคนในองค์กรให้เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณธรรม จะเพิ่มมูลค่าให้องค์กร และรองรับการแข่งขันต่อการเปิดเสรีอาเซียน
จันทิมา ลีละวัฒนากูล
28 มี.ค. 55 เรียนรู้ การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมในชุมชน สร้างความเข้มแข็งต่อสู้ภัยธรรมชาติ เป็นเวทีเสวนาในประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับชุมชนบ้านช่องสะเดาซึ่งเป็นชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาของ กฟผ. คือการสร้างเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี ซึ่ง กฟผ.ได้เข้าไปดูแลอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านได้รับความพึงพอใจระดับหนึ่ง ชุมชนบ้านช่องสะเดาเป็นชุมชนที่มีผู้นำเข้มแข็ง พยายามพึ่งพาตนเอง แต่ก็มีประเด็นปัญหาบางประการที่ชาวบ้านคิดว่าเป็นปัญหาจากการพัฒนาของ กฟผ.หรือปัญหาบางส่วนที่ต้องการให้ กฟผ.ร่วมแก้ไข ผู้เข้าร่วมเสวนา ตัวแทนพลังงานจังหวัดกาญจนบุรี ผอ.เขื่อนศรีนครินทร์ กฟผ. ผอ.ฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ. ผู้นำชุมชน ตัวแทนกลุ่ม 1-3 สิ่งที่ได้เรียนรู้ 1. ได้รับทราบความเห็นของชุมชนต่อการพัฒนาของ กฟผ. 2. รับทราบปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้น 3. รับทราบทัศนคติของเจ้าหน้าที่ กฟผ. ที่เกี่ยวข้อง ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหา รวมทั้งมุมมองของตัวแทนที่เข้าร่วมเสวนา 4. รับทราบการดำเนินการของหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบด้านพลังงานในพื้นที่ แนวคิดในการพัฒนา การแก้ปัญหา สรุปประเด็นปัญหา ข้อเสนอแนะในการแก้ไข ปัญหาช้างป่ามีเป็นจำนวนมากได้ลงมาทำลายผลิตผลด้านการเกษตร และปัญหาไฟป่า • ปัญหาช้างป่า ชาวบ้านสันนิษฐานว่าเกิดจากการสร้างเขื่อนไปปิดกั้นเส้นทางเดิน ปิดกั้นวงจรชีวิตของช้างไม่สามารถกลับเข้าสู่ป่าธรรมชาติซึ่งเป็นที่อยู่ดั้งเดิมได้ มีการแพร่พันธุ์ทำให้มีจำนวนมากขึ้น แหล่งอาหารถูกไฟป่าทำลายแหล่งน้ำแห้ง ทำให้ช้างลงมาหาอาหารซึ่งเป็นที่เพาะปลูกของชาวบ้าน • มีข้อเสนอให้ฟื้นฟูป่า พัฒนาแหล่งน้ำ แหล่งอาหารของช้าง • การแก้ปัญหาต้องให้ช้างอยู่ร่วมกับคนได้อย่างสันติ • ใช้วิกฤติเป็นโอกาส โดยจัดทำแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ • การแก้ปัญหาต้องดูที่สาเหตุที่แท้จริงแก้ปัญหาให้ตรงประเด็น • การแก้ปัญหาต้องร่วมมือกันทุกหน่วย รัฐ กฟผ. และชุมชน ดำเนินการอย่างจริงจัง ทำแบบครบวงจรอย่างต่อเนื่อง • ชาวบ้านต้องมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่า ปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาและผลกระทบ • การพัฒนาทุกอย่างมีผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบ ต้องชั่งน้ำหนักว่าผลกระทบด้านใดมีมากกว่ากัน มีแนวทางป้องกันและแก้ไขได้หรือไม่ • การพัฒนา การแก้ปัญหา ต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น • โครงการต่างๆต้องให้ความรู้กับชุมชนทั้งด้านบวกและด้านลบ ชุมชนต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ • การพัฒนาต้องได้รับการยอมรับจากชุมชน ต้องได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรม • งานชุมชนสัมพันธ์ กฟผ.จะต้องไม่มองเฉพาะเรื่องไฟฟ้าอย่างเดียวจะต้องมองปัญหาให้กว้าง มองระยะยาว • การให้ความรู้กับชุมชน ประชาชนยอมรับจะลดการต่อต้าน การแทรกแซงจากภายนอกจะไม่สามารถทำได้ เวทีเสวนาในลักษณะนี้ทำให้ชาวบ้านร่วมแสดงความคิดเห็นมีความรู้สึกเป็นกันเองเป็นครอบครัวเดียวกันทำให้เกิดความใกล้ชิดข้อสำคัญ กฟผ.ต้องเปิดใจกว้างพร้อมรับฟังทุกประเด็นปัญหาแม้จะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องก็ตาม หลังจากรับฟังปัญหาก็ต้องมีกระบวนการตอบสนองในส่วนที่เกี่ยวข้องและชี้แจงประเด็นหาทางออกสำหรับปัญหาอื่นๆ
การสร้างโมเดล ”ชุมชนรู้จริงเรื่องอาเซียนเสรี” เป็นเวทีเสวนาประกอบด้วย พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท ดร.หญิงฤดี ภูมิศิริรัตนาวดี ผู้นำชุมชน ตัวแทนกลุ่ม 4-5 ดำเนินรายการ โดย อจ.ทำนอง ดาศรี การเสวนาทำให้ผู้เข้าร่วมได้รับทราบสถานะของอาเซียนเสรี หรือ AEC วัตถุประสงค์ การเตรียมความพร้อม การปรับตัวของประชาชน ผลกระทบ ความเสี่ยง โอกาสการแข่งขัน ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์กรต่างๆ และชุมชน สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือเรื่องภาษาควรเรียนรู้ภาษาของเพื่อนบ้านจะทำให้มีโอกาสมากกว่า ภาษาที่เป็นจุดแข็งของคนไทยคือภาษากาย สุภาพอ่อนโยน เป็นที่ชื่นชมของชาวต่างชาติ การมีวัฒนธรรมที่ดีงาม การเตรียมพร้อมด้านเทคโนโลยี ลักษณะสินค้าต่อไปจะอิงด้านภูมิปัญญามากขึ้น สินค้าเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ การสร้าง Brand สร้าง Story ให้กับสินค้า ให้ความสำคัญกับเรื่อง Service Mind ประเด็นต่างๆรัฐจะต้องให้ความรู้กับประชาชนเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง สำหรับชุมชนบ้านช่องสะเดาต้องการให้ช่วยเหลือเกี่ยวกับการสอนภาษาซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับชาวบ้านรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
มนตรี ศรีสมอ่อน
29 มี.ค. 55 เรียนรู้ชุมชนเข้มแข็ง ที่ชุมชนท่าน้ำชุกโดน ต.บ้านใต้ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เป็นกิจกรรมที่ผู้นำชุมชนซึ่งเป็นพนักงาน บปซ.พร้อมทีมงานได้ร่วมกันพัฒนาชุมชน โดยจัดทำโครงการเสนอของบประมาณจากโครงการรักบ้านเกิด ของ บปซ. ทั้งหมด 5 โครงการ 1. จัดทำบ่อดักไขมันซึ่งเป็นน้ำเสียจากครัวเรือน 2. นำไขมันไปทำแก๊สชีวภาพกลับไปใช้ในครัวเรือน 3. กำจัดผักตบชวาในแม่น้ำดัดแปลงทำแปลงปลูกผัก 4. ขุดคลองไส้ไก่ชะลอน้ำเสียลงสู่แม่น้ำ 5. จัดทำทางเดินด้วยอิฐบล็อกประสานจากเถ้าถ่านหิน เป็นตัวอย่างกิจกรรมชุมชนเข้มแข็ง พึ่งพาตนเอง โดยผู้นำชุมชนได้ร่วมกับชาวบ้าน เชื่อมโยงกับ องค์กรปกครองท้องถิ่น และ บปซ. ร่วมกันพัฒนา ทำให้เกิดชุมชนเข้มแข็งชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากการลงพื้นที่ไปสัมผัสได้เกิดการเรียนรู้หลายอย่าง เช่น • ชุมชนเข้มแข็งเนื่องจากมีผู้นำที่ดีมีความคิดพึ่งพาตนเอง • ชาวบ้านได้เรียนรู้วิธีคิด การวางแผน การจัดทำโครงการเสนอของบประมาณ การจัดการระบบรวมทั้งการแก้ปัญหา • ชาวบ้านมีความพึงพอใจเนื่องจากเป็นความต้องการจากชุมชน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ • ชาวบ้านมีความรู้สึกหวงแหน ช่วยกันดูแลรักษา ทำให้เกิดความต่อเนื่อง • ชาวบ้านได้รับผลประโยชน์ ทั้งในส่วนย่อย และภาพรวมในวงกว้าง • สามารถป้องกันและกำจัดสภาพแวดล้อมที่เป็นมลพิษ • ทำให้เกิดสถานที่ท่องเที่ยว มีสถานที่พักผ่อน มีสระน้ำธรรมชาติ • ดำรงไว้ซึ่งวิถีชีวิต และวัฒนธรรมดั่งเดิม นับได้ว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์เป็นตัวอย่างที่ดี ซึ่ง กฟผ.สามารถเรียนรู้และนำไปเป็นแนวคิดในการพัฒนาชุมชุนให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป นอกจากนี้ชุมชนก็ยังมีการเตรียมความพร้อมรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเกิดภัยพิบัติโดยจัดจุดรวมพลและมีการซักซ้อมปีละ 2 ครั้ง เป็นประจำ มนตรี ศรีสมอ่อน
โดย...ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ศักดิ์ คุณูปถัมภ์ EADP8 ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ-สื่อสารองค์การและชุมชนสัมพันธ์ (ช.อจม-สช.)
Self Study & Individual Assignment #1: วันที่ 17-26 มีนาคม 2555 อ่านหนังสือ HR พันธุ์แท้และ 8K’s+5K’s
1. วิเคราะห์เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่าง ??? 2. มีสิ่งใดบ้างที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์กับ EGAT และการทำงานใน EGAT ??? Solution:1 วิเคราะห์เปรียบเทียบความเหมือนของหนังสือ HR พันธุ์แท้และ 8K’s+5K’s อย่างไรบ้าง? HR พันธุ์แท้ 8K’s+5K’s 1. เป็นการนำตัวแบบความสำเร็จของบุคคล 2 คน มาชี้ให้เห็นถึงอุดมการณ์และความเชื่อในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นั่นคือ คุณพารณ อิสรเสนา ณ อยุธยา กับ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ มาใช้ในการบริหารจัดการองค์กรสู่ความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง (วิสัยทัศน์) 2. เน้นเรื่องการนำประสบการณ์การทำงานด้าน HR ที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้รู้หลากหลายอาชีพจากทั้งในและต่างประเทศมาพัฒนาต่อยอดจนประสพผลสำเร็จในที่สุด (การเรียนรู้) 3. ชี้ให้เห็นว่าไม่ว่าใครก็ตาม สามารถนำเอาพื้นความรู้ใดๆ ของตัวเองมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรได้ตลอดเวลา (คิดนอกกรอบ) 4. Self Assessment =>Team & Organization Assessment 1. สั่งสมประสบการณ์ต่อยอดอุดมการณ์และความเชื่อเรื่อง HR พัฒนาอย่างต่อเนื่องสู่ทุนมนุษย์ (Human capital) 2. คิดนอกกรอบและริเริ่มสร้างสรรค์ 3. Self Assessment =>Team & Organization Assessment (AEC 2015) 4. น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นตัวแบบแห่งความสำเร็จ 5. Think Global => Act Local
วิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างของหนังสือ HR พันธุ์แท้และ 8K’s, 5K’s อย่างไรบ้าง? HR พันธุ์แท้ 8K’s+5K’s 1. เริ่มตีพิมพ์เผยแพร่แนวคิดครั้งแรกเมื่อ 1 ธันวาคม 2545 2. พิมพ์ครั้งที่ 5 เมื่อ 20 พฤษภาคม 2553 พัฒนาอย่างต่อเนื่อง 3. มุ่งเน้นที่บุคคลที่ใช้ HRDมาใช้ในองค์กรที่ประสบความสำเร็จ คือนายพารณ อิสรเสนา ณ อยุธยา CEO ของเครือซิเมนต์ไทย 4. เน้นตัวแบบแห่งความสำเร็จของบุคคลหลายบุคคลมาเป็นตัวอย่างการเรียนรู้ 5. Comparative Advantage 1. เริ่มตีพิมพ์เผยแพร่แนวคิดครั้งแรกเมื่อ กุมภาพันธ์ 2555 2. ตกผลึกตัวแบบขององค์ความรู้ที่สะสมมาทั้งชีวิตต่อยอดสู่ตัวแบบ “ทุนมนุษย์ของคนไทยรองรับประชาคมอาเซียน” นั่นคือ “8K’s+5K’s Model” 3. เป็นตัวแบบความคิดการสั่งสมของอาจารย์ ดร.จีระที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ต่อเนื่องและต่อเนื่อง (3 ต) 4. Competitive Advantage Solution:2 มีสิ่งใดบ้างที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์กับ EGAT และการทำงานใน EGAT ??? ทฤษฎีทุน 8 ประการ (8 K’s) เป็นทุนพื้นฐานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 1. Human Capital (ทุนมนุษย์) 2. Intellectual Capital (ทุนทางปัญญา)=>คุณลักษณะ 3. Ethical Capital (ทุนทางจริยธรรม)=>คุณลักษณะ 4. Happiness Capital (ทุนแห่งความสุข)=>ศิลปะ บรรยากาศและอารมณ์ 5. Social Capital (ทุนทางสังคม)=>เครือข่าย Connection มนุษยสัมพันธ์ 6. Sustainability Capital (ทุนแห่งความยั่งยืน)=>ทิศทาง พิมพ์เขียวและPerspective View 7. Digital Capital (ทุนทาง IT)=>เครื่องมือ 8. Talented Capital (ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ)=>Development Training Education ทุนทั้ง 8 ประการ เป็นทุนที่ ดร.จีระฯ มองตัวมนุษย์เป็นแหล่งกำเนิดของทุนที่มีไม่จำกัด มีไม่หมดสิ้นและเป็นทุนที่ยิ่งใหญ่ ไม่ต้องไปหาทุนจากที่ไหนมาลงทุน นอกจากในตัวของมนุษย์เอง เหมือนปัจจัยการผลิตที่เคยเรียนกันมานั่นคือ คน(แรงงาน) เงิน ที่ดิน การจัดการ ทรัพยากร ฯลฯ แต่อาจารย์มองที่ตัวของมนุษย์เป็นทุนที่สำคัญมาโดยตลอด หากมนุษย์ทุกคนสามารถดึงเอาศักยภาพภายในตนออกมา “ระเบิดจากภายใน” จะเกิดพลังอันยิ่งใหญ่มหาศาลที่สามารถเอาชนะฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคต่างๆ ให้สำเร็จได้ในที่สุด... แนวคิดเริ่มจากที่ตัวมนุษย์เป็นทุนเริ่มต้นที่ได้เกิดมาเป็นตัวตน มีปัญญาและจริยธรรมติดตัวมามากน้อยอย่างไร ขึ้นอยู่กับชาติตระกูลและบุญสั่งสมเป็นทุนเดิม(ทุนครอบครัว) เมื่อเติบโตเจริญวัยทุนทางปัญญาและจริยธรรมก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามตัว (การหล่อหลอมกล่อมเกลาทางสังคมและสภาพแวดล้อม) มีทุนแห่งความสุข ทุนทางสังคมและทุนทางความรู้ ทักษะและทัศนคติ เป็นคุณลักษณะประจำตัวและการเรียนรู้ จากประสบการณ์ชีวิตและการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยการทุนทาง IT มาเป็นเครื่องมือในการนำพาไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ต่อเนื่องและต่อเนื่อง สู่ความยั่งยืนด้วยทุนแห่งความยั่งยืนคือ การน้อมนำหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตคือ หลักพอประมาณ มีเหตุผลและมีภูมิคุ้มกันที่ดี บนพื้นฐานของความรู้ ความรอบคอบควบคู่คุณธรรม ไปสู่ความสมดุล มั่นคง เป็นธรรมและยั่งยืนได้ นั่นคือ Open Mind หรือการปรับเปลี่ยน Mindset และ Paradigm Shift ทฤษฎีทุน 5 ประการ (5 K’s new) ทรัพยากรมนุษย์ยุคโลกาภิวัตน์ เพิ่มทุนสำคัญอีก 5 เรื่อง 1. Knowledge Capital (ทุนทางความรู้)=>เพิ่มพูนหลากหลาย Multi Skill 2. Creativity Capital (ทุนทางความคิดสร้างสรรค์) =>คิดนอกกรอบ 3. Innovation Capital (ทุนทางนวัตกรรม)=>สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เสมอ 4. Cultural Capital (ทุนทางวัฒนธรรม) =>ที่สามารถแข่งขันได้ รักษาเอกลักษณ์ 5. Emotional Capital (ทุนทางอารมณ์)=>การควบคุมตนเองในสภาวะคับขันและปรับเปลี่ยนอารมณ์สร้างสรรค์เหมือนศิลปินมืออาชีพได้ตลอดเวลา แต่จะมีเพียง 8K’s อย่างเดียวคงไม่ได้หากจะอยู่ในสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีการแข่งขันสูง ในการแข่งขันเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 2558 (AEC 2015) ดร.จีระ ได้นำเสนอความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage) มาใช้เพิ่มขึ้นอีกเพื่อที่จะเพิ่มทุนของมนุษย์ให้สามารถเตรียมตัวเข้าสู่ AEC 2015 ได้อย่างสมศักดิ์ศรีและสง่างาม (Smart) สรุปในการนำไปใช้ประโยชน์กับ EGAT และการทำงานของ EGAT??? จากแนวคิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไปสู่การพัฒนาทุนมนุษย์ นั่นคือ Open Mind จากการปรับเปลี่ยน Mindset/Paradigm Shift ดังนี้.- - ทรัพยากรต่างๆ นำไปใช้ในการสร้าง/เพิ่มมูลค่า (Value Added) ได้แต่มีปริมาณและจำนวนจำกัด มีหมดไปในที่สุด แต่ทุนไม่เพียงนำไปใช้ในการลงทุนเพื่อสร้าง/เพิ่มมูลค่า(Value Added) ยังเป็นการสร้างผลกำไร (Profit) ผลประโยชน์ (Benefit) และไม่มีหมดสิ้น ยังสามารถสร้าง/ขยายตัวไม่มีที่สิ้นสุด นั่นคือ 8 K’s (original) และ 5 K’s (new) จาก Self (Individual) Management => Team Management => Organization Management => Future Management based on Sustainable Development/Change (Learning Organization + Competitive Culture + Continuous Improvement) - EGAT นำตัวบุคคล อดีต ผวก.ในอดีตมาเรียนรู้ตัวอย่างแห่งความสำเร็จมาเป็นเป็น Role Model ให้กับ CEO รุ่นหลังได้เรียนรู้และเป็นประสบการณ์สู่ความสำเร็จในอนาคต/ทศวรรษหน้า - EGAT ต้องปรับตัวจาก Specialist อย่างเดียวไม่พอต้องเพิ่มทุนมนุษย์ 8K’s+5K’s เข้าไปใน New Executive/Leader Generation ให้เป็น Multidisciplinary ควบคู่กันไปด้วย - EGAT ต้องสร้าง Competitive Culture ให้กับตัวบุคคล กลุ่มบุคคล หน่วยงาน และองค์กรให้ EGAT สามารถที่ Create/Positive Thinking => Doing the Right Thing, The Right Way at the Right Time/Put The Right Man on The Right Job at The Right Time=>Goal/Outcome - Comparative Advantage=>Imagination View in the Future=>Drawing Draught/Perspective View/Blue Print - Building Dream Team (EADP8)=>Drivers, EGAT=>Vehicle(Competency), Mind Mapping (Direction + Traffic)=>High Way, Goal/Target/AEC 2015 (Successful)
- Time Management => Speed - Management as an Art & Science together but sometime we manage by Art/Science depend on Situation.
อย่างแรก การได้หนังสือที่ดี ๒ เล่มจาก ศ. ดร.จีระ หงส์ลดารมณ์ เล่มแรก ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ จากผู้รู้ต่างวัย วัยหนึ่งเป็น Menter ของอีกวัยหนึ่ง และเล่มที่ ๒ 8K's+5K's ทุนมนุษย์ของคนไทยรองรับประชาคมอาเซียน ขยายความ เจาะลึกเข้ามาถึงทุนมนุษย์ ของเล่มแรก ซึ่งเกิดความน่าสนใจที่นำเอามาใช้กับอนาคตของประเทศไทยในการรองรับประชาคมอาเซียน ทำให้คนที่อ่านหนังสือเล่มนี้ บังเกิดความท้ายทายในการนำทฤษฏีนี้ไปใช้ ไม่ใช่เพื่อตนเอง และองค์การอย่างเดียว แต่ได้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติของเราด้วย ผมต้องขอบคุณ ศ. ดร.จีระ หงส์ลดารมณ์ ที่กระตุ้นหัวใจ กระเทาะสนิมในใจของพวกเราชาวผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายฯ โดยผ่านโครงการ EADP รุ่นที่ ๘ ครับ
นายไววิทย์ สุขมากผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ-ปฏิบัติการ (ช.อปน-ป.)
การอบรมช่วงที่ 2 ผู้นำแห่งทศวรรษใหม่กับกิจกรรม CSR ที่เขื่อนท่าทุ่งนา 27-29 มีนาคม 2555 ในความเห็นของผม เห็นว่าเป็นวิธีการอบรมแนวใหม่ ที่ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้นำชุมชน รวมทั้งชาวบ้าน ทำให้ได้เห็นมุมมองใหม่ๆ เห็นถึงปัญหาที่แท้จริงของชุมชน รวมทั้งเห็นถึงศักยภาพและความตื่นตัวในมีส่วนร่วมในบริหารจัดการชุมชน แต่มีข้อComment เล็กน้อยในเรื่องการนำตัวแทนผู้เข้ารับการอบรมขึ้นให้ข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะบน Panel Discussion ที่มีชาวบ้าน วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงของ กฟผ.ในพื้นที่เข้าร่วมเสวนาด้วยนั้น เนื่องจาก ตัวแทนผู้เข้ารับการอบรมไม่มีข้อมูลเชิงลึกเพียงพอ ความไม่พร้อมในการเตรียมข้อมูล รวมทั้งประเด็นคำถามไม่ได้มีการเตรียมตัวล่วงหน้า ข้อคิดเห็นที่เสนออาจทำให้เกิดความคาดหวังจากชาวบ้าน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของผู้บริหารระดับสูงของ กฟผ.ในพื้นที่ได้ครับ ในความเห็นของผมเป็นวิธีการอบรมที่มีประโยชน์มากครับ เพียงแต่ต้องมีช่วงเวลาการเตรียมการและชี้แจงให้ผู้มีส่วนร่วมทั้งหมดเข้าใจร่วมกันก่อนครับ ผมจะไม่สรุปเนื้อหาความรู้ที่ได้รับจากการอบรมทั้ง 3 วัน เนื่องจากเห็นว่าทีมงานเก็บประเด็นที่เป็นสาระสำคัญได้ครบถ้วนแล้ว แต่จะสรุปประเด็นรวมทั้งข้อคิดเห็นที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่องานของ กฟผ. ในภาพรวมทั้ง3 วันดังนี้ ปัญหางาน CSR ของ กฟผ. - หน่วยงาน มีหลายหน่วยงาน ขาดการบูรณาการ ขาดเจ้าภาพ
- กิจกรรม โครงการไม่ตรงความต้องการของชุมชน ชุมชนไม่มีส่วนร่วม ทำไม่ไม่ยั่งยืน กิจกรรมถูกกำหนดกรอบด้วยงบประมาณ - บุคลากร ขาดบุคลากรที่มีทักษะความสามารถในการสื่อสาร ที่จะเข้าถึงหรือฝังตัวในพื้นที่ อยู่ในหน่วยงานที่ไม่ใช่ภารกิจหลักจึงไม่ได้รับความสำคัญ ขาดแรงจูงใจ ในความเห็นของผมสำหรับพื้นที่เป้าหมาย ควรมีหน่วยงานเฉพาะกิจที่เป็นเจ้าภาพเพื่อบูรณาการยุทธศาสตร์และแผนงานรวมทั้งงบประมาณ และระดมบุคคลากรที่มีทักษะความสามารถร่วมกับบุคคลากรในพื้นที่ที่จะเข้าถึงหรือฝังตัวในพื้นที่ให้ข้อเท็จจริง การพบปะอย่างไม่เป็นทางการให้เกิดความไว้วางใจ ซึ่งคุณวสันต์ ผู้ใหญ่บ้านตำบลช่องสะเดาได้ให้ข้อแนะนำที่น่าสนใจว่าหากเป็นผู้หญิงได้จะดี ได้รับความไว้วางใจง่ายขึ้น ปัญหาด้านบุคลากรนั้น ความจริงเรามีบุคลากรในพื้นที่ที่มีทักษะความสามารถ กระจายอยู่ในหน่วยงานต่างๆพอสมควร เป็นความสามารถเฉพาะตัว มีใจรักในงาน หรือมีบุคลากรที่ไม่สามารถเติบโตในหน่วยงานหลักได้ หากสร้างแรงจูงใจที่ดีที่เป็นรูปธรรมได้ ให้เกิดความภาคภูมิใจในงานที่ทำ รวมทั้งได้รับการฝึกอบรมที่เหมาะสม ก็จะสามารถขยายทีมในพื้นที่ได้มากขึ้น รวมทั้งการฝึกอบรมแบบ On the job training โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่ยังไม่มีความพร้อมด้านบุคคลากรเข้าร่วมดูงานข้ามหน่วยงาน เพื่อเรียนรู้จากผู้ที่มีทักษะในพื้นที่อื่นๆ ประเด็นที่ได้รับจากชุมชนบ้านชุกโดน กาญจนบุรีนั้นก็น่าสนใจ จะเห็นว่า SCG สามารถใช้บุคลากรระดับปฏิบัติการที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ สร้างกิจกรรม CSR ที่สร้างชื่อเสียงให้กับบริษัทฯได้หลายโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านมูลนิธิ (เข้าใจว่าจะทำให้การทำกิจกรรมได้คล่องตัวขึ้น) โดยเปิดโอกาสให้พนักงานของบริษัทในเครือทั้งหมด สามารถเสนอโครงการพัฒนาชุมชน ที่ชุมชนและพนักงานมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความยั่งยืน การที่บุคลากรระดับปฏิบัติการมีศักยภาพได้ขนาดนี้โดยไม่ได้รับ intensive ในรูปของตัวเงินเลย หากแต่ได้รับการยกย่อง ความภาคภูมิใจ การยอมรับแทน แสดงให้เห็นว่า SCG ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรทุกระดับ ซึ่งจะเห็นได้จากงบประมาณพัฒนาบุคลากรที่ค่อนข้างสูง ซึ่งแนวคิดนี้ผมเห็นว่าน่าจะนำมาปรับใช้กับ กฟผ. ได้ครับเนื่องจาก กฟผ.ก็มีบุคลากรอยู่ในหน่วยงานที่ตั้งกระจายอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศ ปัญหาการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่ๆ แนวคิดของอ.มนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ก็น่าสนใจครับ โดยเห็นว่าการพัฒนาพลังงานต้องมีความสมดุล ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างยุติธรรมกับชุมชน ในรูปที่ชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นก่อนโครงการจนถึงกระบวนการตรวจสอบหลังโครงการ ซึ่งเป็นเรื่องนโยบายระดับสูงที่จะต้องบูรณาการร่วมกันกับภาครัฐ เอกชน และชุมชนรวมทั้ง NGO ประเด็นที่ต้องปรับปรุงของ กฟผ. ในการที่จะทำให้งานบรรลุได้คือ Networking โดยเฉพาะภายกับองค์กรในประเทศ เช่น ภาครัฐ องค์อิสระ ภาคประชาชน หรือแม้แต่ MEA PEA ซึ่งในความเห็นผมถือว่าเป็นโครงข่ายเดียวกัน ได้รับผลกระทบร่วมกัน ต้องคิดและวางแผนร่วมกันในการพัฒนาระบบไฟฟ้าอย่างใกล้มากชิดกว่านี้ แนวทางในการเพิ่ม Networking ของ อ.จิระ ก็น่าสนใจนะครับ โดยเปิดโอกาสให้เกิดการรู้จักซึ่งกันและกันผ่านหลักสูตรฝึกอบรมทั้งที่ กฟผ. จัดให้ผู้บริหาร และหลักสูตรภายนอกที่ กฟผ. ส่งผู้บริหารเข้ารับการอบรมเป็นการลงทุนน้อยแต่อาจส่งผลให้งานยากๆสำเร็จได้ง่ายขึ้นครับ
สรุปการบรรยายโดยทีมงาน ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
วันที่ 29 มีนาคม 2555
Study Tour : เรียนรู้ชุมชนเข้มแข็งที่ชุมชนท่าน้ำชุกโดน ต.บ้านใต้ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
การเตรียมความพร้อมของชุมชนกับภัยพิบัติธรรมชาติ
ประธานชุมชน คุณบำเพ็ญ รัตนากร
เริ่มต้นจากการกล่าวแนะนำชุมชนท่าน้ำชุกโดน
โครงการที่ 1 โครงการบำบัดน้ำเสียชุมชนก่อนปล่อยลงสู่แม่น้ำแม่กลอง ( ปี 2550)
โครงการที่ 2 โครงการพลังงานทดแทนก๊าซชีวภาพ (ปี 2551)
โครงการที่ 3 โครงการแปลงผักลอยน้ำ เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ลุ่มแม่น้ำแม่กลอง (ปี 2552)
เพื่อกำจัดผักตบชวา ให้นำไปใช้ทำอะไรก็ได้ จึงนำผักตบชวาไปทำแปลงผักลอยน้ำ ใช้วิธีการวางแปลงผักทับ ๆ กันขนาดยืนเท่าสนามฟุตบอล เอาสาหร่ายที่อยู่ในน้ำขึ้นโป๊ะ ใช้ผักบุ้งจีนกับแตงกวาทำเป็นแปลงผัก
โครงการที่ 4 โครงการขุดคลองไส้ไก่ชะลอน้ำเสียชุมชน (ปี 2553)
โครงการที่ 5 โครงการจัดทำทางเดินด้วยอิฐบล็อกประสานจากเถ้าถ่านหิน
ถาม
ตอบ
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ถาม
ตอบ
ดร.จีระ
ตอบ
ดร.จีระ
ถาม
ตอบ
ถาม
ตอบ
ถาม
ตอบ
ถาม
ตอบ
ถาม
ตอบ
ดร.จีระ
ตอบ
ถาม
ตอบ
ถาม
ตอบ
ถาม
ตอบ
ถาม
ตอบ
ดร.จีระ
ถาม
ตอบ
- มีการส่งเสริมอาชีพค้าขายให้กับชุมชน เช่น ปกติคนไปขายที่ ต.ชุกโดน แต่ตอนนี้สามารถขายอาหารที่บ้านได้ ได้รายได้เฉลี่ยวันละ 3,000 บาทต่อวัน ต่อครัวเรือน
ถาม
ตอบ
ถาม
ถาม
ตอบ
ถาม
ถาม
ตอบ
ถาม
ตอบ
ถาม
ตอบ
ถาม
ตอบ
ม.ล.ชาญโชติ ถาม
ตอบ
ดร.จีระ
การเตรียมความพร้อมชุมชนในเรื่องภัยพิบัติ
27 มีนาคม 2555 เขื่อนท่าทุ่งนา เวลา 13.00 – 18.30 น. รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี (คุณพงศ์ธร สัจจชลพันธ์) กล่าวแนะนำ จ.กาญจนบุรี และต้อนรับ o กล่าวถึงภาพรวมของจังหวัดกาญจนบุรี ทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ตลอดจนผลกระทบทั้งทางบวกและลบต่อโครงการทวาย (ท่าเรือน้ำลึก และนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในสหภาพพม่า) ต่อกาญจนบุรี ทั้งเชื่อมโยงถึงชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน หัวข้อ การจัดการด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อชุมชน (ช่วงที่ 1) o คุณสมภพ พวงจิตต์ (อสค.) กล่าวถึงขบวนการผลิตไฟฟ้า ย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มาตรการด้านที่กำหนดทางด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อบรรเทาและลดผลกระทบ การพัฒนาการของรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2540 และ 2550 ก็ทำให้ประชาชนมีสิทธิในการรับรู้และมีส่วนในการตัดสินใจมากขึ้นทั้งมาตรา 56 , 57 , 60 และ 67 การสื่อสารเพื่อทำความเข้าใจตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการฯ เป็นสิ่งจำเป็น การกำหนดชนิดเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า จะมีผลต่อราคาค่าไฟฟ้า ซึ่งจะกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันของประเทศและเศรษฐกิจโดยรวม o อ.มนูญ ศิริวรรณ พลังงานเป็นสิ่งจำเป็น มีความสำคัญต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจ การสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นสิ่งสำคัญบนพื้นฐานของ - การแบ่งปันและกระจายรายได้ให้กับชุมชนอย่างยุติธรรม - ต้องไม่เกิดมลภาวะต่อโลกและชุมชน - ต้องพัฒนาไปพร้อมกับชุมชนอย่างยั่งยืน o คุณ วสันต์ สุนจิรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านช่องสะเดา - ควรสื่อสารทำความเข้าใจกับชุมชนก่อนเริ่มโครงการเพื่อให้เกิดความเข้าใจทั้งทางบวกและลบ - ควรรับฟังความคิดเห็นของชุมชนและฟังความต้องการของชุมชนเป็นแนวทางในการพัฒนา - ควรจะดูแลชาวบ้านทั้งในระหว่างและหลังโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
28 มีนาคม 2555 ที่ อบต. ช่องสะเดา ภาคเช้า หัวข้อ “เรียนรู้” การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมในชุมชน สร้างความเข้มแข็งต่อสู้ภัยธรรมชาติ o ความเห็นจากผู้แทนกลุ่ม 1 – 3
o ความเห็นคุณบุญปิ่น ชื่นชวลิต (อขศ.) - ต้องเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา - การประสานร่วมกันระหว่างภาคประชาชน หน่วยงานราชการและ กฟผ. เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น - โครงการปลูกป่า สร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อฟื้นฟูป่าไม้ ทำให้ช้างป่ามีอาหาร ก็จะไม่ออกมารบกวนชาวบ้าน o ความเห็นของพลังงานจังหวัด (คุณสธีร์ บุญเสริมสุข) - ในส่วนของกระทรวงพลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยีการใช้มูลสัตว์และเศษอาหารมาทำเป็น BIOGAS o ความเห็นของคุณสมภพ พวงจิตต์ (อสค.) - ต้องอยู่ร่วมกับชุมชนแบบยั่งยืนและเป็นธรรม และเป็นหน้าที่ของ กฟผ. ในการให้ข้อมูลทั้งทางด้านบวกและลบของโครงการ เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ปัจจุบัน กฟผ. ได้นำรายได้จากการผลิตไฟฟ้าเข้าในกองทุนพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้า กฟผ. พร้อมให้ชุมชนเข้าตรวจสอบโครงการของ กฟผ.
28 มีนาคม 2555 ที่ อบต. ช่องสะเดา ภาคบ่าย หัวข้อ ชุมชนรู้จริงเรื่องอาเซียนเสรี o ประเด็นคุณนิอันผูก สุไลมาน พานิชย์จังหวัดกาญจนบุรี - พูดในภาพรวมของ AEC และความร่วมมือในอนุภูมิภาค ตลอดจนการมีส่วนร่วมของประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ตลอดจนออสเตรเลีย อินเดีย ในความร่วมมือทั้งทวิภาคีและพหุภาคีต่างๆ - ในประเด็นเรื่องทางการค้าในทางเลือกต่างๆ ที่มีโอกาสเกิดความร่วมมือในแบบต่างๆ o ประเด็นของ ดร.หญิงฤดี ภูมิศิริรัตนวดี - Thainess Kapital ที่เกิดจากความสำนึก วัฒนธรรม ความเชื่อและพุทธศาสนา จนกลายเป็นวิถีชีวิตที่เกิดจากภายใน แสดงออกที่ใบหน้า ท่าทาง จนกลายเป็นเอกลักษณ์ Unique Identity ที่สามารถนำมาสู่ Brand ของคนไทย o ประเด็นของ มล.ชาญโชติ ชมพูนุท - ผลของ AEC จะส่งผลให้แรงงานต่างชาติ พานักลงทุนข้ามชาติ ซึ่งจะมีทั้งโอกาสและการคุกคามทั้งใน Term ของคู่ค้า เทคโนโลยี และภูมิปัญญา ในส่วนของ กฟผ. ก็พร้อมให้การสนับสนุนชุมชนแต่ต้องไปดูรายละเอียดในการประสานกับหน่วยงานต่างๆ อีกครั้ง
29 มีนาคม 2555 การดูงานแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับชุมชนท่าน้ำชุกโดน อ. เมือง จ.กาญจบุรี o ประเด็นสำคัญที่ได้ - ความคิดในเชิงสร้างสรรค์ของ SCG ที่ส่งเสริมให้บุคลากรของหน่วยงานมีส่วนในการพัฒนาชุมชนที่ตัวเองอาศัยอยู่ อีกทั้งยังนำภาพลักษณ์ขององค์กรมาสู่ชุมชนและที่ได้มากที่สุดน่าจะได้บุคลากรที่ได้ทำงานที่ตนมีความสุขและประสิทธิภาพและศักยภาพ - ต้องขอชมผู้คิด Campaign นี้ของ SCG ที่คิดได้ดี Win-Win Solution
ผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ กับ กิจกรรม CSR ที่เขื่อนท่าทุ่งนา 27-29 มีนาคม 2555 27 มีนาคม 2555 อาจารย์ ดร.จีระ ได้พูดถึงการสร้างนิสัยการทำงานโดยใช้กฎ 5 ข้อคือ 1. ต้องค้นหาตัวเอง โดยเชื่อมโยง IT 2. ต้องสร้าง Relationship 3. สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นในยุคนี้สามารถสื่อสารทั้งข้อความ รูป ภาพเคลื่อนไหว 4. ผู้นำต้องบริหารความหลากหลายได้ โดยเฉพาะความหลากหลายด้านความคิด 5. ใช้ชีวิตอย่างสมดุลระหว่างครอบครัวกับงาน ทำงานอย่างมีความสุข นอกจากนี้ได้แนะนำหนังสือของ Dale Carnegie และหนังสือ Harvard Business Review
วิสัยทัศน์กาญจนบุรีกับการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี คุณพงศธร สัจจชลพันธ์ จังหวัดกาญจนบุรีที่มีเสน่ห์ที่น่าหลงใหล เป็นทั้งเมืองท่องเที่ยว เมืองเกษตรกรรม รวมถึงโรงงานจำนวนมากเนื่องจากมีแรงงานพม่ารองรับ แต่ก็มีปัญหาในเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า ยาเสพติด และแรงงานเถื่อน ปัจจุบันพม่ากำลังปรับเปลี่ยนตัวเอง เปิดประเทศมากขึ้น และมีโครงการนิคมอุสาหกรรมทวาย ซึ่งมี่ศักยภาพเป็นท่าเรือน้ำลึก และจะมีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่ามาบตาพุดถึง 10 เท่า และจะเป็นจุดเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างมหาสมุทรอินเดีย กับแปซิฟิค จังหวัดกาญจนบุรีจึงต้องเผชิญกับเรื่องนี้ทั้งโอกาสและวิกฤติ
การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อชุมชน โดย อาจารย์มนูญ ศิริวรรณ คุณสมภพ พวงจิตต์ (ผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ) คุณวสันต์ สุนจิรัตน์ (ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านช่องสะเดา) โดย อาจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ร่วมวิเคราะห์และดำเนินรายการ สรุปการบรรยายได้ว่าต้องรับฟังและทำความเข้าใจกับชุมชน เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น อย่าทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ต้องทำสิ่งที่เป็นความต้องการของชุมชนจริงๆ อย่าทำโดยการให้แบบนายทุน เจ้าบุญทุ่ม ต้องทำโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม และผลักดันโครงการไปด้วยกันโดยเราช่วยสนับสนุน เพื่อให้ชุมชนสามารถบริหารโครงการได้เมื่อแล้วเสร็จ
28 มีนาคม 2555 : กิจกรรมร่วมกับชุมชนบ้านช่องสะเดา การเสวนา “เรียนรู้” การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมในชุมชน โดยคุณสุธีร์ บุญเสริมสุข (นายช่างเทคนิคชำนาญงานกระทรวงพลังงาน พลังงานจังหวัดกาญจนบุรี) คุณบุญอินทร์ ชื่นชวลิต (ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์) คุณสมภพ พวงจิตต์ (ผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ) ผู้นำชุมชน ตัวแทนกลุ่ม 1 - 3 จาก EADP 8 และอาจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ร่วมวิเคราะห์และดำเนินรายการ สรุปการเสวนาได้ว่า มีการพูดถึงปัญหาของชุมชน 2 ข้อใหญ่คือ ไฟป่า และช้างป่า ในเรื่องไฟป่า มีการเสนอปลูกป่า ฟื้นฟูป่าการสร้างแนวป้องกันไฟป่า การสร้างฝายชะลอน้ำ ส่วนเรื่องช้างป่าลงมาทำลายพืชผลการเกษตร ชุมชนชี้แจงว่ามีการสร้างแนวรั้วกั้น แต่ทางราชการไม่ฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน การป้องกันจึงไม่ได้ผล และอยากไปดูงานสร้างรั้วกั้นช้างของ กฟผ.ที่ซับลังกา ทางฝ่ายอภิปรายเสนอใช้วิธีธรรมชาติให้ช้างอยู่ได้คนอยู่ได้เสริมอาหารในป่า ทำป่าให้สมบูรณ์ มีบริเวณให้ช้างออกมาหากินได้ และอาจใช้โอกาสนี้ทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไปด้วย นอกจากนี้ได้มีข้อเสนอการศึกษาดูงานชุมชนอื่นที่ประสบความสำเร็จ การแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเรียนรู้ร่วมกันเป็นต้น
การเสวนา สร้างโมเดล “ชุมชนรู้จริงเรื่องอาเซียนเสรี” โดยคุณนิอันนุวา สุไลมาน (พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี) ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท ดร.หญิงฤดี ภูมิศิริรัตนาวดี ผู้นำชุมชน ตัวแทนกลุ่ม 4 และ 5 จาก EADP 8และอาจารย์ทำนอง ดาศรี ร่วมวิเคราะห์และดำเนินรายการ สรุปการเสวนาได้ว่า การเปิดอาเซียนเสรีทำให้เกิดทั้งโอกาสและวิกฤติ ถูกแข่งขันจากประเทศในอาเซียนมากขึ้นแต่ก็มีโอกาสกับตลาดอาเซียนที่ใหญ่ขึ้น การจะรับมือกับอาเซียนเสรีต้องเน้นที่ภาษา ต้องใช้ภาษาได้ดี ภาษาอังกฤษ ภาษาของประเทศในอาเซียนต้องรู้ เข้าใจ ใช้เป็นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตามคนไทยก็มีจุดแข็งที่ทุนทางวัฒนธรรม มีเอกลักษณ์พิเศษ มีใจบริการเป็นเลิศ มีความสามารถในการบริหารจัดการด้านบริการ ถ้าปรับปรุงและเสริมความแข็งแกร่งด้านนี้ให้ดี ก็จะสามารถยกระดับการแข่งขันได้ สำหรับในระดับชุมชน จะต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับชุนชน สำรวจตัวเองเพื่อหาจุดเด่นของตนเอง พัฒนาและสร้าง Brand ให้เป็นเอกลักษณ์ที่อาจเป็นสิ่งที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก แล้วเราจะสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน
29 มีนาคม 2555 : กิจกรรมการรับฟังการพัฒนาของชุมชนชุกโดน โดยประธานชุมชน พนักงานบริษัทไทยเคนเปเปอร์ ในเครือ SCGและคณะ มีอาจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ร่วมวิเคราะห์และดำเนินรายการ สรุปการรับฟังบรรยายได้ว่า การเข้าพัฒนาชุมชน จะต้องเข้าถึง เข้าใจ ทำในสิ่งที่ชุมชนต้องการจริงๆ โครงการอาจไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการใหญ่ โครงการเล็กๆ ก็สามารถทำให้เกิดประโยชน์มากได้ ที่สำคํญต้องทำให้โครงการที่ทำแล้ว สามารถเดินต่อไปได้โดยชุมชน จึงจะเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน และจะดีมากขึ้นถ้ามีการต่อยอดหรือขยายโครงการออกไป เมื่อโครงการเดิมประสบความสำเร็จ นอกจากนี้การพัฒนาควรให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมทั้งชาวบ้าน นักการเมือง หน่วยราชการเพื่อให้ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย แต่ต้องหลีกเลี่ยงการเข้าไปยุ่งกับการเมืองด้วย