สิ่งที่เรียนรู้ในช่วงวันที่ 27-29 มีนาคม 2555

วันที่ 27 มีค. (เช้า) - ได้รับฟังผู้แทนจากแต่ละกลุ่มสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือ 2 เล่มที่ อ. จีระฯ มอบหมายให้อ่าน - ได้รับฟังแง่คิดจาก อ.จีระฯ เกี่ยวกับการเป็นผู้นำในยุค digital ว่าจะต้องใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศในการค้นหาตัวเองและสร้างความสัมพันธ์ของเครือข่าย ซึ่งหมายรวมถึงคนในชุมชนด้วย นอกจากนี้ ผู้นำยังต้องบริหารจัดการความหลากหลาย ซึ่งความหลากหลายที่บริหารยากที่สุด คือความหลากหลายทางความคิด

แต่แม้จะอย่างไร ผู้นำก็ต้องสร้างสมดุลของชีวิต ให้มีความสุข เพราะความสุขคือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของชีวิต

วันที่ 27 มีค. (บ่าย) - ได้รับฟังการวิเคราะห์เรื่องการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อชุมชน จากผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ผู้บริหาร กฟผ. และผู้ปกครองในท้องถิ่น ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจหลายประเด็น อาทิ สภาพเศรษฐกิจและแนวทางการพัฒนาของจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดที่มีทุนทางวัฒนธรรมอยู่มาก ปัญหาของชุมชนใกล้เขื่อนท่าทุ่งนา การเตรียมการและการรับรู้ของชุมชนในเรื่องประชาคมอาเซียน ที่มีผลต่อประเทศสมาชิกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และความมั่นคง ที่สำคัญคือ มีการเน้นย้ำแนวทางการเข้าถึงชุมชน และสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้ชุมชนและ สังคมด้วยการทำให้สังคมเข้มแข็ง โดยอาจสร้างอุดมการณ์ร่วมระหว่าง กฟผ. กับชุมชน และเติมเต็มในสิ่งที่ชุมชนยังขาดอยู่ แต่ไม่ควรถึงกับกำหนดวิธีการให้เดิน และไม่ใช้แต่เงินในการพัฒนา เพราะเงินไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ชีวิตต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัติตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 55, 56 , 66 และ 67 ควรให้ความใส่ใจในการสื่อสารกับชุมชน และให้ชุมชนมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ และแบ่งปันผลประโยชน์ และให้ความสนใจแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของ กฟผ. ให้มาก และแนวทางที่จะให้การพัฒนาพลังงานเป็นไปด้วยดี ควรสร้างการยอมรับและร่วมมือกันทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายรัฐ ผู้ประกอบการ และ NGO วันที่ 28 มีค. - ได้ร่วมรับฟังการเสวนา เรื่อง การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมในชุมชน และชุมชนรู้จริงเรื่องอาเซียนเสรี ได้เรียนรู้สาระสำคัญจาการเสวนา ดังนี้ - การทำงานด้านชุมชนสัมพันธ์ ควรมองปัญหาระยะยาว ไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาระยะสั้นๆในทุกกรณี - ในอนาคต กฟผ. อาจให้ความรู้ด้านอื่นๆแก่ชุมชนนอกจากเรื่องการผลิตไฟฟ้าด้วยก็ได้ เพราะ เท่ากับช่วยสร้างทุนมนุษย์ให้แก่สังคมไทย

  • ปัญหาของชุมชน บางปัญหาต้องมีการประสานกันระหว่างหลายๆชุมชน เพราะลำพังชุมชนใดชุมชนหนึ่งอาจแก้ปัญหาไม่ได้ เช่น ปัญหาไฟป่า ควรใช้หลักการภูมิสังคมตามพระราชดำรัส เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา
  • ในการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ต้องเรียนรู้ว่าป่านั้นมีประโยชน์อย่างไร จากนั้นจึงทำแผนร่วมกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เช่น พื้นที่ยอดเขาถึงกลางเขา ทำฝายชะลอน้ำ กลางเขาถึงเชิงเขา ปลูกต้นไม้ ถัดจากนั้น สร้างอ่างเก็บน้ำ สร้างเขื่อน
  • เป้าหมายภายใน 3 ปี คือ จะไม่มีไฟป่าในแถบนี้ และมีการอนุรักษ์พันธุ์พืชตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพฯ
  • ในการทำ social mapping ทราบว่าในท้องที่ตำบลช่องสะเดา มีเห็ด หน่อไม้ และผักหวาน ต่อไปจะสำรวจว่า ชาวบ้านมีความต้องการใช้ประโยชน์จากพืชเหล่านี้เพียงใด หากต้องการ อาจจะต้องกำหนดกติกาที่ช่วยให้เกิดความยั่งยืน เช่น จะเข้าไปเก็บพืชเหล่านี้ได้ในช่วงเวลาใด และเข้าไปได้บ่อยเพียงใด เป็นต้น
  • ทางด้านพลังงานจังหวัด ก็ได้มีการมอบหมายให้ทำแผนชุมชน และพบความต้องการว่าชุมชนต้องการการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี เช่น เตาเผาถ่าน เตาย่างไก่ไร้ควัน ตู้พลังงานแสงอาทิตย์ และหลายหมู่บ้านมีสินค้า OTOP ที่มีผู้สนใจเข้าไปศึกษาดูงานเป็นประจำ
  • พลังงานจังหวัดให้การส่งเสริมการทำก๊าซชีวภาพระดับครัวเรือน แต่ส่งเสริมเฉพาะผู้ที่เลี้ยงสัตว์ ซึ่งมูลสัตว์ 1 กระป๋องสี ใช้ทำ LPG ที่ใช้ได้ 4 ชั่วโมง
  • ในอดีตที่ผ่านมา กฟผ. ดูแลชุมชนเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจ แต่ค่อนข้างน้อย ชุมชนกับ กฟผ. มีความรู้คนละด้าน และชุมชนไม่ได้รับรู้ความจำเป็นในภารกิจของ กฟผ. แต่ในปัจจุบันทุกประเทศกำลังพัฒนาพลังงานเพื่อให้ประเทศมีศักยภาพ คนไทยก็ควรพัฒนาให้ทัดเทียมประเทศเพื่อนบ้านด้วย
  • ชุมชนหมู่ที่ 5 ตำบลช่องสะเดา ต้องการการสนับสนุนในการให้ความรู้เรื่องการปลูกต้นไม้ และส่งเสริมให้บุตรหลานชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของรัฐ ได้มีการศึกษามากขึ้น
  • ชุมชนสามารถร่วมสร้างและขับเคลื่อนประเทศโดยใช้ทุนทางปัญญาและวัฒนธรรมของชาติโดยเน้นการใช้เอกลักษณ์ไทยโดยเฉพาะภาษากายที่มีเสน่ห์แบบไทยๆ เป็นสื่อในการให้บริการ วันที่ 29 มีค.
  • ได้เรียนรู้ตัวอย่างการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งที่ชุมชนท่าน้ำชุกโดน ต. บ้านใต้ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
  • ได้รับทราบรายละเอียดของโครงการต่างๆที่ผู้นำชุมชนจัดทำร่วมกับชาวบ้านในชุมชน โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการจากบริษัทในเครือซีเมนต์ไทยซึ่งผู้นำชุมชนทำงานอยู่ รวม 5 โครงการ ได้แก่
             -    โครงการบำบัดน้ำเสียชุมชนก่อนปล่อยลงแม่กลอง
             -    โครงการพลังงานทดแทนแก๊ซชีวภาพ
             -    โครงการแปลงผักลอยน้ำเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนลุ่มน้ำแม่กลอง
             -    โครงการขุดคลองไส้ไก่ชะลอน้ำเสียชุมชน
         -   โครงการจัดทำทางเดินด้วยอิฐบล็อกประสานจากเถ้าถ่านหิน