จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการดูแลสังคมและสิ่งแว้ดล้อม กฟผ.ระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคม 2555 มีประสบการณ์และข้อคิดเห็นดังนี้
1.ทราบปัญหาและสภาพพื้นที่จริงที่ประสบได้แก่ ปัญหาไฟป่า ช้างป่าบุกรุกเข้าทำลายพืชไร่
2.ผู้นำชุมชนช่องสะเดา(ผู้ใหญ่บ้านวสันต์) มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้สำเร็จ
3.มีการทำโครงการดีๆ เช่น การปลูกป่า การเลี้ยงไก่ไข่ การขอครูภาษาอังกฤษมาสอน เพื่อรองรับมื่อเป็นอาเชี่ยนเสรี
4.พบการดำเนินการที่ขาดการวางแผนที่ดีของหน่วยราชการ กรณีรั้วกั้นช้างซึ่งใช้เงินจำนวนมากแต่ไม่ได้ผล
และการสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่ใช้เงินจำนวนมากเช่นกันแต่ชาวบ้านไม่กล้าใช้เพราะค่าไฟฟ้าแพงมาก เป็นต้น
ข้อเสนอ กรณีหากต้องใช้เงินงบประมาณเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาควรจัดสรรจากเงินกองทุนพัฒนาพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าสำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการก่อสร้างเขื่อน
ส่วนการเรียนรู้ชุมชนท่าน้ำชุกโดน ซึ่งเป็นชุมชนเมืองที่เข็มแข็ง โดยมีผู้นำชุมชนที่เข็มแข็ง จริงจังกับการพัฒนาชุมชนจากสภาพสลัมให้เป็นชุมชนที่น่าอยู่ น่าพักผ่อน โดยใช้งบประมาณไม่มาก แต่ได้ผลคุ้มค่าและยั่งยืน ซึ่งเป็นการดำเนินการทำ CSR ของบริษัท SCG ที่ผ่านมูลนิธิฯ โดยเน้นให้ผู้ต้องการพัฒนาชุมชนเป็นผู้คิดโครงการเองแทนการให้บริษัทเป็นผู้คิดโครงการและเข้าดำเนินการ เพราะอาจเป็นโครงการที่เราอยากทำแต่ชุมชนไม่อยากได้ ซึ่งจะขาดความยั่งยืนหรือไม่สำเร็จ อนึ่งสำหรับการดำเนินการจะมีการเมินผลโครงการ จากประสบการณ์ดังกล่าวน่าจะนำมาประยุกต์ใช้กับ กฟผ.ได้ เพราะปัจจุบัน กฟผ.ได้ใช้งบประมาณด้าน CSR เป็นจำนวนมาก แต่ดำเนินการเป็นวงกว้างไม่จำกัดขอบเขตเป้าหมาย บางครั้งโครงการที่ กฟผ.ดำเนินการ ไม่เป็นโครงการที่ชุมชนเป็นผู้คิดโครงการเอง ซึ่งอาจไม่ตรงความต้องการของชุมชน