ว่าด้วย Appreciative Inquiry ตอนที่ 436

ผมเองมีโอกาสสอน Appreciative Inquiry ในหลากหลายโจทย์ และสถานการณ์ แต่ถ้าไม่เร่งรัดอะไร ผมจะสอนเรื่องจิตวิทยาบวกครับ...ก็มีสองแบบ ถ้าเป็นนักวิชาการอยากรู้ลึกก็จะว่าด้วยทฤษฎีกลุ่ม Positive Psychology ไปเลย...แต่หากเป็นพนักงาน นักปฏิบัติทั่วไป...ผมจะพาเขาไปสัมผัส..ปรากฏการณ์แห่งความสุขเลยครับ...ด้วยการทำ wrokshop เรื่อง Happy 8 หรือความสุขแปดประการของกระทรวงสาธารณสุข โดยจะใช้สภากาแฟ แต่ตั้งโจทย์แบบ Appreciative Inquiry โดยให้ทุกคนเล่าเรื่องของความสุข ในมุมมองแปดประการนั้นครับ...หลายครั้งเจออะไรดีๆ...เช่นเรื่อง "เงิน" (Happy Money)...

...

"มีความสุขครับ..แต่ก่อน ได้เงินมาพันหนึ่ง ขับรถบรื๊นเดียว เที่ยวแถวพัทยาก็หมดแล้ว...ตอนหลังเอาเงินพันหนึ่ง พาพ่อแม่ไปเลี้ยงข้าว รู้สึกมันมีความหมายมากเลยครับ อาจารย์"

.....

นี่ครับ เราก็พาทำการบ้านเลย..."ใครชอบเรื่องนี้บ้าง..เอาไปทำการบ้านเลย...ครั้งหน้ามาเล่าให้ฟังหน่อย ว่ารู้สึกอย่างไร"

.....

"ดีใจค่ะ ที่ปลดหนี้นอกระบบได้" เสียงจากสาวโรงงานแห่งหนึ่ง...

"ทำยังไงล่ะ น่าสนใจนะ...ไปทำยังไง"

ผมจำไม่ได้ว่าเธอเล่าอะไรบ้าง..ก็ประมาณแบ่งหนี้เป็นกองๆ...เจรจากับเจ้าหนี้...

...

ผมเลยถามต่อ..."ใครชอบเรื่องที่พี่คนนี้เล่าให้ฟังบ้าง"

ยกมือพรึ่บ...หลายคนเป็นหนี้นอกระบบ...เลยบอกเรามาทำการบ้านกันไหม..มาปลดหนี้นอกระบบกัน..เรามาตั้งพี่คนนี้เป็นที่ปรึกษาพวกเรากัน.."

....

มีอีกที่หนึ่ง.."อยากได้ตังค์เยอะๆค่ะ..จะเอามาส่งลูกเรียนต่อ...ลูกจะเรียนกฏหมาย.."

...

ซักกันต่อไปเรียนที่ไหน..ปรากฏว่าไปเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนในภาคอีสาน...ซึ่งแพงมาก..จนแน่.. วางแผนกันอย่างนี้..ที่สุด เราเลยเกิดโครงการการแนะแนวการศึกษาครับ...เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง...

....

กรณีนี้เราให้ข้อมูลครับ.."นี่พี่ เรียนกฏหมาย ไม่แพง มีเครือข่ายเยอะ...นี่ต้อง ที่ราม พี่"...จะเหมาะกับเขามากกว่า..กลัวเรียนไม่จบ..เข้าใจว่าที่อุดร หรือที่ไหน คนเรียนราม โดยเฉพาะกฏหมาย เขาจัดกลุ่มติวกันครับ..ก็เหมือนเรียนมหาลัยปิดนั่นแหละ...

...

บางครั้ง การขาดข้อมูลก็พาจนเหมือนกัน...

....

นี่ครับ..เงิน ที่เชื่อมโยงกับความสุข...

....

เป็นเงินที่ใช้อย่างมีความหมาย...

ผ่านข้อมูล ที่ทำให้่เกิดการตัดสินใจที่เหมาะกับสถานภาพ...

ประสบการณ์การใช้เงิน..ที่อาจช่วยแก้ปัญหาให้กับคนอื่นๆ...

....

หลายครั้งเราเรียกกันว่า เศรษฐกิจพอเพียงครับ..มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน...

...

สังคมหากใช้เงินอย่างไม่มีความหมายขาดเหตุผล..ก็เป็นโมหะนิยม หรือ ที่คุ้นๆกันก็คือ "ทุนนิยม" ครับ..นำสู่ปัญหาไม่จบ..

...

หากใช้เงินอย่างรู้เท่าทัน และมีความหมาย ย่อมนำสู่ความสุข..และนั่นคือการใช้ปัญญา หรือ ปัญญานิยมครับ..ดีกว่า "ทุนนิยม" ด้วยซ้ำ 

.....

คุณล่ะคิดอย่างไร