ปัญหาต้นกล้าตายระหว่างปลูกไม่สามารถเจริญเติบโตให้ผ่านไปแบบตลอดรอดฝั่งได้เนื่องจากการขาดแคลนน้ำ ได้รับน้ำไม่ต่อเนื่อง ชะงักงันจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงแปรปรวน ต้นกล้าเล็กๆที่ยังไม่แข็งแรงพอจึงล้มตายเสียหายจำนวนมาก
เริ่มเข้าใกล้สู่ฤดูเพาะปลูกพืชไร่ไม้ผลของเกษตรกรเต็มที
เพราะในอดีตเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนจะเป็นช่วงฤดูฝนพืื้นดินชุ่มฉ่ำต้นไม้ใบไร่ดูสดใสเขียวขจีร่มรื่น
จึงมีความเหมาะสมอย่างมากในการเพาะกล้าไถหว่านเมล็ดพันธุ์เพราะน้ำฝนช่วยให้ต้นไม้มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
เพราะมีแร่ธาตุไนโตรเจนที่เป็นอาหารพืชติดเจือมาด้วยในรูปไนโตรเจนออกไซด์
โดยอาศัยการกำเนิดเกิดขึ้นจากปรากฎการ์ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า
จนเกิดการทำปฏิกิริยาระหว่างไนโตรเจนกับออกซิเจนเกิดเป็นไนตริกออกไซด์
ซึ่งจะเปลี่ยนต่อไปจนอยู่ในรูปของไนเตรท,
ไนไตรท์ละลายอยู่ในสายฝนตกลงสู่พื้นดินและใบพืช (http://www.physicalgeography.net/fundamentals/9s.html)
แต่ในห้วงช่วงสิบปีมานี้สภาพภูมิอากาศมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากปัญหาโลกร้อนในหลายๆสาเหตุ
แต่โดยส่วนใหญ่มาจากน้ำมือมนุษย์อย่างมิต้องสงสัย
จึงทำให้ฝนฟ้าอากาศผิดเพี้ยนไม่ตรงฤดูกาล บ้างก็เลื่อน บ้างก็ล่า
ล้ำเหลื่อมเป็นพัลวัลยุ่งเหยิงสับสนจนมนุษย์
สัตว์และพืชปรับตัวให้อยู่รอดด้วยความยากลำบาก
จนเร่ิมมีข่าวมนุษย์หนาวตาย ร้อนตาย พืชไร่ไม้ผลเสียหาย โรคแมลงระบาด
เกิดโรคภัยไข้เจ็บระบาด
สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ให้เราสังเกตุและรับรู้ได้ไม่มากก็น้อย
ฤดูฝนก็เช่นเดียวกันรู้สึกว่าจะตกแบบสะเปะสะปะไม่แน่นอน
เดี๋ยวมาเร็วเดี๋ยวมาช้า สร้างปัญหาให้แก่ผู้ปลูกป่ากล้าไม้มากมาย
โดยเฉพาะยางพารา
ซึ่งกำลังเป็นพืชที่ได้รับความนิยมเพาะปลูกกันอย่างมากและแพร่หลายไปทั่วประเทศ
แต่ปัญหาต้นกล้าตายระหว่างปลูกไม่สามารถเจริญเติบโตให้ผ่านไปแบบตลอดรอดฝั่งได้เนื่องจากการขาดแคลนน้ำ
ได้รับน้ำไม่ต่อเนื่อง ชะงักงันจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงแปรปรวน
ต้นกล้าเล็กๆที่ยังไม่แข็งแรงพอจึงล้มตายเสียหายจำนวนมาก
ต้องเสียเงินซื้อต้นหรือกิ่งพันธ์ุมาปลูกซ่อมแซมยิ่งในขณะนี้ราคาพันธุ์ยางพาราค่อนข้างสูงขึ้นเรื่อยถึง
40, 50 บาท
ถ้าเสียหายมากเป็นร้อยเป็นพันต้นก็จะต้องใช้ตังค์มาปลูกซ่อมแซมค่อนข้างมาก
ปััจจุบันมีการใช้สารอุ้มน้ำ "โพลิเมอร์" ที่สามารถพองขยายตัวได้
200-300เท่าเมื่อนำมาแช่น้ำ
โดยโพลิเมอร์ในท้องตลาดราคากิโลกรัมละประมาณ 500 บาท
หนึ่งกิโลกรัมเมื่อนำมาแช่น้ำในถัง 200 ลิตรทิ้งไว้ประมาณ 1-2
ชั่วโมงจะบวมพองขยายตัวจนเต็มถัง นำไปใส่รองก้นหลุมก่อนปลูกได้100-200
ต้น เพื่อให้ต้นกล้าได้รับน้ำอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้มีอัตราการรอดสูง
ต้นทุนต่อหลุมของสารอุ้มน้ำหรือโพลิเมอร์
เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมหรือลิตรละ 2.5 บาท
เมื่อเทียบกับต้นพันธุ์ที่จะสูญเสียในราคา 40, 50 บาท
ก็ค่อนข้างคุ้มค่ามาก
เกษตรกรท่านใดสนใจการใช้สารโพลิเมอร์ในการปลูกยางพาราติดต่อสอบถามได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
0-2986-1680 นะครับ
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com