มีให้เลือกระหว่างประชาชนชั้นหนึ่ง กับประชาชนชั้นสาม ด้วยเหตุผลนานแล้วที่ไม่ได้เห็นวิถีชนคนบนรถไฟชั้นสาม

       การเดินทางครั้งนี้นับว่านานยิ่ง นับเกือบสิบวัน จากพัทลุง มาน่าน  มาเพชรบูรณ์  ล่องมาอยุธยา เข้ากทม.

 

ร่วมงาน HA  Forum ที่เมืองธานีอีก 3 วัน  

 

วันที่ 16 ไปประชุมสามัญประจำปีของ  กสจ.(กองทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้าง) ที่โรงแรมรามาการ์เด้นท์   เลิกประชุมเที่ยงกว่า กะเวลาว่าน่าทันกลับบ้านด้วยรถไฟ

 

ที่ปรึกษาสมาคมลูกจ้างกระทรวงสาธารณสุขแห่งประเทศไทย คุณ ธีรพงศ์ ดวงทอง อาสาขับรถมาส่งที่หัวลำโพง  ตั้งจะใจเป็นประชาชนชั้นสอง แต่ตั๋วเต็ม มีให้เลือก ระหว่าง ประชาชน ชั้นหนึ่ง กับประชาชนชั้นสาม ตัดสินใจเลือกชั้นสาม ด้วยเหตุผล นานแล้วที่ไม่ได้เห็นวิถีชน คนบนรถไฟชั้นสาม ระยะหลังมานี้ นั่งไฟชั้นสองเป็นส่วนมาก ด้วยอยุมากขึ้น ส่วนชั้นหนึ่ง ไม่ชอบเพราะมีความเป็นส่วนตัวสูง  ตีตั๋วลงหาดใหญ่ ราคา 259 ถูกที่สุดในบรรดาการโดยสาร กรุงเทพ - หาดใหญ่

 

ได้เลขที่นั่ง 71 คู่กับหนุ่มสักยันต์ ตรงข้ามสองสามีภรรยาท่าทางมีฐานะ ไปลงมาบอำมฤต ชุมพร

 

ซ้ายมือเป็นผัวหนุ่มเมียสาวกับลูกน้อยยังไม่หย่านม จากอิสานไปทำงานที่สุราษฎร์

 

อีกด้านเป็นหญิงสาวสูงอายุ กับสาวน้อยผิวขาว ค่อนไปทางสวย แต่ดูเศร้า เหงา เปล่าเปลี่ยวในดวงตา นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างตลอดเวลาไม่สนทนากับใคร มีสัมภาระกระเป๋ามือถือ  หนึ่งใบ สัมภาระส่วนใหญ่ของใช้ส่วนตัวกับเสื้อผ้า ใส่รวมๆกันมาในถุงก็อปแก็ปใบย่อม  ไม่ซื้ออะไรกิน ไม่ลุกไปใหนในสิบกว่าชั่วโมงที่นั่งมาดูเหมือนเธอไม่หลับ ไม่ขยับเขยื้อน ผิดวิสัยประชาชนชั้นสามทั่วไป  

 

ที่นั่งชั้นสามเรื่องการกิน การขายยิ่งกว่าในตลาด ประเดิมเจ้าแรกด้วยน้ำดื่ม ตามมาด้วยยาหอมยาลมยาดมยาหม่อง

 

มาถึงนครปฐม หหกรรมการขายเริ่มก่อตัวมากขึ้น ทั้งแหนม  กุนเชียงใส้กรอก เดินสวนกันหลายเจ้า เข้าเขตเมืองเพชร บรรดาแม่ๆทั้งหลายแม่กิ้งล้ง กิ้มเล้ง กิ้มลั้ง กิ้มลุ้ย  ลุยเสียเหม็ด มามากมาย   3ถาด  100 ๆ มะม่วง ถั่วต้มผลไม้เปรี้ยวๆพร้อมพริกเกลือก็ยั่วน้ำลายดีนักแล  ข้าวครับข้าว ใครที่ไม่อยากกินอาหารแพงที่ตู้สะเบียง ใช้บริการข้าว กล้วยเตี๋ยวผัดกันได้ที่นี้ อิ่มแบบประชาชนชั้นสาม หนุ่มๆมักออกไปยืนที่ประตูเพื่อสูบบุหรี่ นานๆจะเข้ามานั่งสักทีในที่นั่งตัวเอง

 

 หลายคนใช้หนังสือพิมพ์ ปูนอนใต้ที่นั่งสบายๆ  บางคนอาศัยนั่งหลับ  บางคนมีหนังสือเป็นเพื่อน ดังเช่นสาวลูกอ่อนตั้งแต่ขึ้นรถไฟ เธอมีหนังสือเล่มโต หลายยกหน้า ไม่ต่ำกว่า 200 หน้า อ่านมาตลอด ลูกน้อยหิวนม เธอก็เปิดเสื้อให้ลูกเลือกดื่มได้ทั้งสองเต้าตามใจชอบ มีสามีคอยบริการของขบเคี้ยวและน้ำ น่ารักมากๆๆ หากไม่ติดสิทธิส่วนบุคคล กดชัตเตอร์ ความงามในอารมณ์แห่งการอ่านของเธอออกมาแล้ว

 

 ผู้เขียนชื่นชมคนชอบอ่านหนังสือ และได้เพื่อนคุยในรถไฟจากการอ่านหนังสือจากประชาชนชั้นสามเกือบทุกเที่ยวการเดินทาง  

 

ถึงชุมพรจากเสียงประสานของนักขาย ที่ฟังเหมือนการร้องเพลงเพื่อชีวิตและความอยู่รอดประสานกัน  เสียงต่ำๆของขายข้าวต้ม...

ต้มครับข้ามต้ม.....

เสียงหนักแน่นของคอกาแฟ ดูออกมีพลังดังกว่าเพื่อน .

แฟร้อนครับแฟร้อน ...... 

โดยมีเสียงร้องขายโรตีเป็นตัวเชื่อมประสาน ไม่สูงไม่ต่ำ..

โรตีครับโรตี........

หากเป็นกลางวันที่ชุมพร เสียงคนขายโอเลี้ยงชวนชื้อผู้เขียนซื้อทุกเที่ยวเดินทาง ...

เอ้าโอ้ว....ลลี้ยงๆๆๆๆๆๆๆๆๆครับโอว์เลี้ยง...

 

ชอบใจเสียงจึงซื้อ

 

รถเสียเวลา 2 ชั่วโมงกว่าแต่ผู้เขียนไม่วิตกเพราะเป็นวันเสาร์ไม่ต้องรีบไปทำงาน  หันไปดูสาวน้อยที่ค่อนไปทางสวย เธอยังนั่งเม่อเหมือนตอนขึ้นรถมาหรือเธอหนีใครมา ใจเริ่มตั้งคำถาม.....

 

ถึงสุราษฎร์เช้าตรู่ หลายคนคุ้นชินเหมือนอยู่บ้าน ล้างหน้าแปรงฟัน ทาแป้งแต่งตัวกัน กินอาหารเช้าบนรถไฟที่แม่ค้ามาบริการถึงที่ ช่วงนี้หนักไปทางข้าวเหนียวหมูปิ้ง ข้าวเหนียวไก่ทอด เสียงคนขายกาแฟไม่มีพลังเหมือนที่ชุมพร...

 

หญิงสาวที่อยู่ในความสนใจลุกขึ้นไปเป็นครั้งแรก คงไปทำธุระส่วนตัว  

 

ผู้เขียน อ่าน เรื่อง"ผีในล้านนา ของมาลา คำจันทร์" จบเล่มที่นี้

 

ถึงพัทลุง มีตำรวจร่างใหญ่ แต่งนอกเครื่องแบบ ที่มองว่าเป็นตำรวจ คือหมวกแก๊ปที่มีตราโล่ห์ให้สังเกตุ เดินตรวจสัมภาระ เคาะนั่นถามนี้ มาถึงหญิงสาวผู้อยู่ในความสนใจของผู้เขียน

 

 ตำรวจเหมือนมีประสบการณ์เป็นญาณวิเศษ ซักถามสอบสวนทันที เป็นไครมาจากไหน ชื่ออะไร แล้วขอดูบัตรประชาชน ผู้เขียนสังเกตุเหมือนเธอกำลังกลัดกลุ้มหาตัวช่วยเพราะเธอพูดไทยได้ไม่กี่คำ จับใจความได้ว่าเป็นเขมร มาหาพี่สาวที่หาดใหญ่ ตำรวจรุกฆาตยื่นคำขาดว่า ถ้าไม่บอกความจริงจะส่งกลับบ้าน..

 

.แล้วพระเอกของเธอก็ขี่ม้าขาวมาช่วย  เป็นตำรวจรถไฟ คุยกับกับตำรวจร่างใหญ่ พอเข้าใจก็ลาจาก ไปทั้งสองคน

 

ในใจคิดสับสน วุ่นวาย ทั้งเรื่องของการค้ามนุษย์ ทั้งเรื่องของสิทธิมนุษยชน ทั้งเรื่องที่พระเอกของเธอที่เป็นผู้หวังดี ทั้งเรื่องที่เธอไม่ได้ทานอะไรเลย....

 

.แต่ความคิดเห็นแก่ตัวเอาตัวรอดบอกว่าอย่าไปยุ่งกับเธอเลย คิดดีกับเธอก็พอแล้ว

 

มาถึงบ้านเกือบเที่ยง  นาเซียวิ่งออกมารับพร้อมร้องบอกว่า..แก่ชายมาแล้วๆ  หายเหนื่อยเมื่อเห็นหน้าหลานสาว

 

แม่บ้านเดินยิ้มออกมารับกระเป๋า พร้อมกับพูดกับนาเซียว่า....แก่ชายกลับบ้านถูกแล้วนาเซีย....เหอ

 

คาถาที่เป็นยันต์เป็นเกราะป้องกันตัวของผู้เขียนที่ยึดถือและปฎิบัติในการออกไปทำงาน จนแม่บ้านไว้วางใจ ที่ว่า"ไม่คอรัปชั่นความไว้วางใจของภรรยา"  ท่าจะหมดมนต์ขลังเพราะจากบ้านไปนานวัน.....พี่ไปหลายวัน.....