ถ้าเราต้องการสังคมแบบใด ก็ควรจะสร้างเด็กในแบบนั้น

        วลีนี้ ดัดแปลงมาจากคำกล่าวของท่านพุทธทาส ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ที่แสดงให้เห็นว่า

  • สังคมปัจจุบัน มีระบบการพัฒนาที่ยังไม่มีความชัดเจน
  • ทำให้มีระบบการศึกษาที่ไม่ได้พัฒนาเด็กอย่างแท้จริง
  • เมื่อเด็กจบการศึกษาในระบบไปแล้วก็ไม่สามารถประกอบอาชีพหรือทำตัวให้เหมาะสมแก่การเป็นเยาวชนที่ดี และเป็นผู้ใหญ่หรืออนาคตของชาติที่จะพัฒนาสังคมอย่างถูกต้องต่อไป

        ดังนั้น เป้าหมายที่แท้จริงของการพัฒนาการศึกษา ก็คือ การสร้างอนาคตของชาติ ที่สะท้อนว่า ถ้าเราต้องการสังคมแบบใด ก็ควรจะสร้างเด็กในแบบนั้น

        ในสภาวะปัจจุบัน มีระบบการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีแต่การเอารัดเอาเปรียบ กล่าวคือ

  • ผู้รู้มากกว่าเอาเปรียบผู้รู้น้อยกว่า
  • ผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจมากกว่าใช้อำนาจในการบีบคั้นเอาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับผู้ด้อยอำนาจกว่า

ซึ่งแสดงให้เห็นว่า

  • ตราบใดที่คนยังรู้ไม่เท่าทัน การเอารัดเอาเปรียบดังกล่าวแล้วก็จะตกอยู่ในวังวนของวงจรอุบาทว์ “โง่ จน เจ็บ” วนเวียนไปอย่างไม่รู้จบ
  • ซึ่งทำให้เกิดสังคมที่อ่อนแอ
  • มีคนรวยน้อย แต่มีคนจนมาก
  • อันเนื่องมาจากความร่ำรวยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็มาจากการเอารัดเอาเปรียบคนอื่น หรือ เอารัดเอาเปรียบทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • จึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจในวิกฤติของโลก ที่เกิดจากคนเพียงไม่กี่คน แต่ได้ทำร้ายคนส่วนใหญ่ สังคม ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม จนทำให้เกิดความเสื่อมโทรมในทุกๆ ด้าน

คล้ายๆกับเหตุการณ์ กรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 ที่ถูกกองทัพพม่าตีล้อมชนะตั้งแต่เชียงใหม่จนถึงประจวบคีรีขันธ์ ยังเหลือแต่กรุงศรีอยุธยา และกรุงศรีอยุธยาก็ใช้ยุทธศาสตร์การกวาดต้อนผู้คนรอบ ๆ กรุงศรีอยุธยาเข้าไปอยู่ในกรุง จนทำให้เกิดการขาดแคลนอาหาร ในขณะที่กองทัพพม่ามีอาหารเหลือเฟือจากการครอบครองพื้นที่การผลิตอาหารอันอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทย

        โอกาสรอดของกรุงศรีอยุธยาในยุคนั้น ก็คือการมีแม่ทัพ ที่มีความสามารถเพียงพระองค์เดียว (พระเจ้าตากสินมหาราช) กับทหารเอกจำนวนเล็กน้อย พร้อมพลทหารอีกประมาณเพียง 500 คน เสียสละ ทุ่มเท ตีฝ่าด่านวงล้อมของพม่า เข้าไปหาแนวร่วมทางด้านเมืองระยองและเมืองจันทบุรี จนสามารถรวบรวมผู้คนเป็นกองกำลังกลับมาตีเอากรุงศรีอยุธยากลับคืนมาได้ ในเวลาไม่กี่เดือน

        ยุทธศาสตร์การกู้ชาติของพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นตัวอย่างที่สำคัญในภาวะวิกฤติของประเทศ ที่มีความอ่อนแอไปแทบทุกด้าน

ดังเช่นในปัจจุบัน

  • อันเนื่องมาจากการพัฒนา การศึกษา เศรษฐกิจ และสังคม อย่างไม่เหมาะสม
  • ที่จำเป็นจะต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ตามแนวคิดของท่านพุทธทาส คือ
    • การใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง
    • โดยการพัฒนาเด็กอย่างถูกต้อง
      • และการพัฒนาเด็กที่ถูกต้องก็คือ การคบเด็กสร้างโลก
      • โดยช่วยให้เด็กมีวิสัยทัศน์ในการต่อสู้กับความไม่ถูกต้องและพัฒนาตนเองที่สามารถเป็นกำลังของชาติและของโลกได้ในอนาคต
    • โดยการให้ความรู้ที่ถูกต้อง
      • ให้รู้สถานการณ์ที่เป็นจริง
      • รู้วิกฤติชาติ รู้วิกฤติการพัฒนา
      • รู้จักว่าการพัฒนาปัจจุบันมีความตีบตันไปสู่ภาวะวิกฤติ
      • และมองเห็นช่องทางการพัฒนาที่ยั่งยืน
        • เช่น การพัฒนาเกษตรตามแนวพระราชดำริในระบบเศรษฐกิจพอเพียง
        • ระบบการดำรงชีวิตของคนกับป่าไม้ 
        • ระบบการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
        • ระบบการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม
      • ระบบการศึกษาและวิจัย ที่เน้นประชาชนและประเทศชาติเป็นเป้าหมายใหญ่ที่จะต้องมีตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม
        • ให้เด็กรุ่นใหม่ได้เห็นอย่างเป็นจริง
        • มีการพัฒนาภูมิปัญญาต่อเนื่อง
        • ไปสู่เด็กรุ่นต่อไปอย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ที่น่าจะเป็นระบบการศึกษาที่ถูกต้องในทุกระดับการศึกษา
        • ที่จะทำให้ผู้ได้รับการศึกษามีความสามารถ
        • มีความมั่นใจ และเป็นบุคคลที่มีคุณค่าต่อสังคมทั้งในระดับปัจเจก ระดับครอบครัว ระดับชุมชน ระดับประเทศ และระดับโลก

        ปรัชญาการศึกษาดังกล่าวข้างต้น น่าจะเป็น “การศึกษาทางเลือก” หรือ “การศึกษาเพื่อชีวิต” หรือ การศึกษาที่ถูกต้องตามแนวทางของท่านพุทธทาส ที่สามารถพัฒนาทั้ง คน และทรัพยากร สิ่งแวดล้อม ให้อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ที่น่าจะเป็นการพัฒนาเชิงนโยบายของระบบการศึกษาไทยต่อไป