คนเราพูดอะไรออกมาแบบไม่คิดมักจะทำร้ายจิตใจของผู้ฟังได้อย่างมาก นับเป็นการทำลายกำลังใจของคนได้เป็นอย่างดี ที่เรียกว่า

เครื่องประดับข้อมือ คือ การให้
เครื่องประดับจิตใจ คือ เมตตา
เครื่องประดับคอ คือ เปล่งปิยวาจา
เครื่องประดับแน่นหนา คือ ฟังสิ่งมงคล

ครูอ้อย ฟังเพื่อนรุ่นน้องเอ่ยวาจาทักทายแกมประชดบ่อยมากจากคนนี้ ซึ่งแต่ละเรื่องเป็นเรื่องความเป็นอยู่ การดำรงชีพของครูอ้อยทั้งสิ้น ทำให้ครูอ้อยคิดถึงคำพูดของเธอเสมอ และตั้งใจไว้ว่า...จะไม่ทำแบบเธอ

อันวาจาพาทีที่น่ารัก
ย่อมชวนชักใครเขาให้หลงใหล
อยากเคียงข้างเป็นเพื่อนร่วมเรือนใจ
ยอมมอบให้ทั้งชีวิตด้วยจิตจง

แต่ครูอ้อยไม่ได้โต้ตอบเธอประการใด หวังแต่ว่า การที่ครูอ้อยเฉยนี้ คือการปล่อยเธอไปตามทางของเธอ ไม่ทัก ไม่เรียกกลับมาเป็น กลับมาทำแบบที่ครูอ้อยต้องการอีกต่อไป

อันว่าวาจาร้ายหมายพิฆาต
ทั้งมุ่งมาดฟาดฟันทั้งสาปส่ง
ย่อมทำให้ศรีตัวมืดมัวลง
เป็นเกวียงกงส่งบาปสาปติดตัว

ทำให้ครูอ้อยคิดได้ว่า....ใครพูดร้ายก็ช่างเขา เราก็ยังคงเป็นเรา ไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแค่เสียกำลังใจ นิดนิด...
.
ขอบคุณมากค่ะ อาจารย์ตึ๋ง
จิตใจที่มั่นคงสุขสงบ ย่อมปลอดจากสิ่งกระทบจากภายนอกทั้งปวงนะคะ..น้องครูอ้อยคิดดีแล้วค่ะ
ฝากสิ่งสวยงามในชีวิตไว้ให้ครูได้ชมนะครับ
ขอบคุณ สำหรับข้อคิดดี ๆ ครับ
การไม่โต้ตอบนี่ทำยากมากเลยครับ แต่ถ้าทำได้ (เขาว่า) จะดีมากครับ เมื่อก่อนผมเป็นคน "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" แต่ไม่ได้เห็นว่าจะดีตรงไหน ปัจจุบันพยายาม "เอาชนะตัวเอง ก่อนเองชนะคนอื่น" ซึ่งยากกว่าเยอะ แต่คราวไหนทำได้ก็จะเห็นได้เลยว่ามีความสุขกว่าเยอะเลยครับ
ขอบคุณน้อง
มากๆค่ะ
ขอบคุณค่ะ ต้องพยายามให้มากค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ คุณ สันติสุข
ขอบคุณมากค่ะ อาจารย์ น้องชาย
ขอเป็นกำลังใจให้ครูอ้อยครับ
ชนะโดยไม่โต้เป็ตอบ สติกำหนดรู้และวางเฉยเสีย
เยี่ยมเลยครับ
ขอบคุณมากค่ะ คุณลมอโศก
ขอบคุณมากค่ะ คุณ
พ.แจ่มจำรัส