คนเราพูดอะไรออกมาแบบไม่คิดมักจะทำร้ายจิตใจของผู้ฟังได้อย่างมาก  นับเป็นการทำลายกำลังใจของคนได้เป็นอย่างดี  ที่เรียกว่า 

เครื่องประดับข้อมือ คือ การให้ 

เครื่องประดับจิตใจ คือ เมตตา

เครื่องประดับคอ คือ เปล่งปิยวาจา

เครื่องประดับแน่นหนา คือ ฟังสิ่งมงคล

ครูอ้อย  ฟังเพื่อนรุ่นน้องเอ่ยวาจาทักทายแกมประชดบ่อยมากจากคนนี้  ซึ่งแต่ละเรื่องเป็นเรื่องความเป็นอยู่  การดำรงชีพของครูอ้อยทั้งสิ้น  ทำให้ครูอ้อยคิดถึงคำพูดของเธอเสมอ และตั้งใจไว้ว่า...จะไม่ทำแบบเธอ

อันวาจาพาทีที่น่ารัก

ย่อมชวนชักใครเขาให้หลงใหล

อยากเคียงข้างเป็นเพื่อนร่วมเรือนใจ

ยอมมอบให้ทั้งชีวิตด้วยจิตจง

แต่ครูอ้อยไม่ได้โต้ตอบเธอประการใด  หวังแต่ว่า  การที่ครูอ้อยเฉยนี้  คือการปล่อยเธอไปตามทางของเธอ  ไม่ทัก  ไม่เรียกกลับมาเป็น กลับมาทำแบบที่ครูอ้อยต้องการอีกต่อไป

อันว่าวาจาร้ายหมายพิฆาต

ทั้งมุ่งมาดฟาดฟันทั้งสาปส่ง

ย่อมทำให้ศรีตัวมืดมัวลง

เป็นเกวียงกงส่งบาปสาปติดตัว

ทำให้ครูอ้อยคิดได้ว่า....ใครพูดร้ายก็ช่างเขา  เราก็ยังคงเป็นเรา ไม่เปลี่ยนแปลง  เพียงแค่เสียกำลังใจ นิดนิด...

 

.