...
บันทึกนี้มีเรื่องเล่ายามค่ำคืนพวกเราไปร้านอาหารที่มีขันโตก เพราะนานแล้วไม่ได้ชิมอาหารประเภทนี้
วันนี้มีฝรั่งเยอะมากและคณะทัวร์มากันเต็มเลยละเวลาทานก็ฟังเพลง
มีรำฟ้อนเล็บทางเหนือเป็นกิริยาอ่อนช้อย
มีการตีกลองสะบัดชัย มีการแสดงรำดาบ และตบท้ายด้วยนางรำลงมาเชิญแขกขึ้นไปรำบนเวทีด้วย
และจบงานก็ทั้งนักรำนักดนตรีมายืนเรียงรายลงบันไดทั้งสองข้างรอส่งแขกจนหมดมีการขอรางวัลด้วยละ...

รุ่งเช้าเราเตรียมตัวเดินทางยาวจากเมืองเชียงใหม่ผ่านเมืองลำพูน
แวะซื้อผลไม้ข้างทางมีลำไยเยอะช่วงนี้
แล้วเราเข้าไปไหว้พระธาตุลำปางหลวงตรงนี้บางคนขี่รถม้าถ่ายรูป
ผมเข้าไปอ่านประวัติต้นตระกูล ณ ลำปาง ณ ลำพูน ณ เชียงใหม่
ชื่อหนานทิพย์ช้าง ท่านเป็นพรานป่า แข็งแรงมีใจเด็ดเดี่ยว
ช่วงปี พ.ศ. 2275 ท่านวางแผนรวมพักพวกกอบกู้เอกราช เพราะแม่ทัพพม่ามาบัญชาการในวัดพระธาตุลำปางหลวงแห่งนี้ชื่อ มหายศ เจ้าเมืองลำพูน ด้วยหนานทิพย์ปลอมตนเป็นทหารพม่าลอดเข้าไปทางท่อระบายน้ำแล้วไปถามหาแม่ทัพซึ่งกำลังเล่นหมากรุกอยู่
ท่านทำทีรายงานว่ามีหนังสือส่งมาแต่ควักปืนยิงถูกแม่ทัพตายคาที่ลูกปืนทะลุไปถูกรั้วพระธาตุดังที่เห็น หนานทิพย์หลบหลีกหนีช่วงชุนละมุน เพื่อนคู่ใจที่ปลอมตัวเข้าไปด้วยกันก็เปิดประตูทั้ง 3 ด้าน ทำให้ไพร่พลที่เตรียมอยู่ถึง 3 ร้อยคนบุกตะลุยฆ่าฟันจนทหารพม่าแตกพ่ายนั้นเอง...
ผมได้เยี่ยมชมจนทั่ววัดในเขตพระธาตุ มีคนบอกว่าไปดูเงาพระธาตุผมขึ้นไปข้างในแล้วปิดประตู มันมีช่องแสงลอดเข้าไปถูกผ้าเห็นเงาพระธาตุกลับหัวจริง ๆ ครับ...

พอผมออกมามีผู้หญิงนางหนึ่งกวักมือเรียกเลยเข้าไปนั่ง เธอผูกแขนอวยพรล้วนแต่คำดีน่าชื่นชม เธอพูดเป็นภาษาทางเหนือนะครับ...










คราวนี้เดินสายยาวเลยนะครับ
สวัสดีครับ คุณ โสภณ เปียสนิท
เดินทางหลายพันโลเลยละครับ ทดสอบทางร่างกายว่ายังพอไหวไหมสำหรับการนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในรถนาน ๆ อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ