นพ.กนก คือ คนตัดสินชะตาชีวิตของผมในวันนั้นนั่นเอง

ต่อจากตอนที่แล้ว

      ความจริงผมไม่ค่อยชอบระบบการแข่งขันเท่าไรนัก แต่ผมก็แข่งขันมาตลอด และถ้าสถานการณ์คับขันผมก็สามารถเอาตัวรอดมาได้เกือบทุกครั้ง...ลองดูตัวอย่างเรื่องเล่าจากประสบการณ์ของผมที่เกี่ยวกับการไม่ชอบการแข่งขันสัก 1 ตัวอย่าง

      ตอนสมัยผมเรียนอยู่ชั้น ม.๓ โรงเรียนวัดราชบพิธ อาจารย์อาคม มาสอนวิชาศีลธรรม พอแกพูดอะไรเกี่ยวกับศาสนาแล้วคนอื่นไม่ค่อยเข้าใจ แกก็จะเรียกผมให้ตอบเสมอ ซึ่งผมมักจะตอบได้ เพราะผมได้เรียนมาแล้วจากโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดโสมนัสวิหาร (การเรียนของผมมักได้มาจากมีผู้สอนกระตุ้น แล้วผมไปขวนขวายหาหนังสืออ่านเองในห้องสมุดด้วย)

      ครั้งหนึ่งอาจารย์อาคมให้ทำรายงานเกี่ยวกับเรื่อง "พระสารีบุตร" หรือชื่อเดิมว่าอุปติสสะ ซึ่งได้ดวงตาเห็นธรรมเพราะได้ฟังธรรมะกับพระอัสสชิด้วยบทที่ว่า

   "เย ธัมมา เหตุปปะภะวา เตสัง เหตุง ตะถาคะโต เตสัญจะ โย นิโรโธจะ เอวัง วาที มะหาสะมะโณ"

    ซึ่งแปลว่า

    "ธรรมเหล่าใดมีเหตุเป็นแดนเกิด พระตถาคตทรงตรัสแสดงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น และความดับแห่ธรรมเหล่านั้น พระมหาสมณะมีปกติตรัสสั่งสอนอย่างนี้."

      ผมคิดเอาเองว่า รายงาน ก็คือการไปลอกของที่เขามีอยู่แล้ว ไม่ได้ไปคิดอะไรใหม่ แล้วอีกอย่างถ้าผมทำรายงานส่งอาจารย์อาคม รวมทั้งคะแนนสอบที่ถ้าผมทำเต็มที่ผมก็จะได้เกรด 4 แต่จะฉุดเพือนๆ หลายคนให้ตกไปมาก ผมจึงไม่ส่งรายงาน

     อาจารย์อาคมคงจะงงๆ ว่า ทำไมผมไม่ส่งรายงาน แกถามผมว่าไม่ส่งหรือ ผมก็ตอบว่าไม่ส่ง ผลปรากฏว่าเทอมนั้นผมได้เกรด 3 วิชาศีลธรรม ซึ่งผมก็พอใจ และมีความสุขจากผลของการกระทำนั้น ผมยอมให้คนอื่นได้เปรียบผมได้ ซึ่งความคิดของผมคงต่างกับโจโฉอย่างสิ้นเชิง โจโฉไม่ยอมให้ใครรวมทั้งโลกเอาเปรียบเขาได้เลย

     กลับมาต่อเรื่องราวครั้งที่แล้ว เมื่อผมไปดูผลสอบ Anatomy ที่มหิดลนั้น มีผมเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งไปสอบด้วยชื่อวิภาวดี (ปี 2556 ตำแหน่งสุดท้าย เป็นอาจารย์ ดร.วิภาวดี. ชัยสุขสันต์ อาจารย์ประจำภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ )เรามีชื่อติดสอบสัมภาษณ์ด้วยกัน ๒ คน

     ผลสอบนั้นเรียงตามลำดับก่อนหลังในใบสมัคร ไม่ได้เรียงตามคะแนน ชื่อของผมก็ไม่ได้อยู่ในชื่อแรก แต่ผมทราบจากพี่วิภาวีอยู่ก่อนแล้วว่าผมสอบได้ที่ ๑

     จากประสบการณ์ตอนปริญญาตรีนั้น ใครที่สอบผ่านข้อเขียนก็มักจะสอบผ่านสัมภาษณ์ด้วย ดังนั้นผมจึงไม่ได้เตรียมตัวอะไรในการสอบสัมภาษณ์

     และแล้ววันสอบสัมภาษณ์เข้า Anatomy ที่มหิดลมาถึง ผมกับวิภาวดี ก็ไปสอบสัมภาษณ์ ผมจำได้ว่าวิภาวดีเข้าไปสอบก่อนผม พอถึงตาผมบ้าง ก็เข้าห้องสอบ มีกรรมการสอบอยู่ ๓ ท่าน เป็นอาจารย์ชาย ๒ และอาจารย์หญิง ๑

     อาจารย์ชายมีผิวคล้ำ ๑ และผิวขาวหนึ่ง อาจารย์ผิวขาวชื่อนายแพทย์กนก (ศ.นพ.ดร.กนก ภาวสุทธิไพศิฐ) ... ผมเป็นคนตรงๆ อาจารย์ถามมาอย่างไร ผมก็ตอบไปอย่างนั้น เช่น อาจารย์ถามว่ามาเรียน Anatomy ทำไม ผมก็ตอบว่า เผื่อว่าผมจะได้มีโอกาสไปเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์แบบคนอื่นบ้าง..

    คำตอบแบบนี้แทงใจดำอาจารย์บางคน ส่วนอีกคำถามหนึ่งอาจารย์หญิงถามว่า Myopia คืออะไร ซึ่งคำถามนี้มันอยู่ในข้อสอบข้อที่ผมทำไม่ได้ (แต่ข้ออื่นคงทำได้หมด เพราะสอบได้อันดับ ๑)  ผมไม่คิดว่าอาจารย์จะถามคำถามนี้ เลยไม่ได้ไปค้นหาคำตอบมาก่อน (ถ้าเป็นสมัยนี้ผมคงค้นเน็ตมาก่อนล่วงหน้าแล้ว) จึงตอบไม่ได้ และก็ถูกอาจารย์ตำหนิ

    สุดท้ายผมสอบสัมภาษณ์ตก...... ผมมาทราบภายหลังว่า ที่มหิดลมีนโยบายส่วนหนึ่งว่า อยากให้คนที่ทำงานแล้วได้เรียนต่อปริญญาโท ส่วนพวกจบใหม่ก็จะรับไว้จำนวนหนึ่ง และอาจารย์ได้คุยกันแล้วว่า พวกจุฬา ๒ คน จะรับไว้คนหนึ่ง ซึ่งถ้าผมได้ วิภาวดีก็ตก...หลังจากนั้นวิภาวดีก็เรียนจบแล้วได้เป็นอาจารย์สอนนิสิตแพทย์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

     ผมงงๆ กับการสอบสัมภาษณ์ตก เพราะสอบข้อเขียนได้ที่ ๑ แต่ดันสอบตกสัมภาษณ์ ภายหลังพี่วิภาวีซึ่งสนิทกันมากยังมาบ่นเสียดายแทนผมเลย (พี่วิภาวีภายหลังไปเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ตำแหน่งสุดท้ายปี 2556 เป็นรองศาสตราจารย์ ดร.วิภาวี อนุพันธ์พิศิษฐ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร) แต่ผมไม่ได้เสียใจอะไร เพราะผมทราบอยู่แล้วว่าถ้าผมเรียนจบ Anatomy ผมคงไม่ได้ไปเรียนฟิลิปปินส์และเป็นแพทย์ตามที่ตั้งใจ เพราะที่บ้านผมไม่มีทุน และผมก็ไม่อยากแข่งขันกับใคร (เพื่อชิงเอาทุน) ดีเหมือนกันที่ไม่ได้เรียนต่อที่นี่ (คิดบวก)

    หลังจากนั้นอีกประมาณ ๑ ปี ผมมีโอกาสพบนพ.กนก อาจารย์ที่สัมภาษณ์ผม (ที่มหิดล) โดยบังเอิญขณะเดินอยู่ที่จุฬาฯ  โดยท่านมาหาอาจารย์หม่อมขาวและกำลังจะกลับ ท่านอาจารย์กนกจำผมได้และทักผมก่อน ท่านพูดว่า "ถ้าผมทราบว่าคุณเป็นลูกศิษย์อาจารย์หม่อมขาว ผมให้คุณผ่านสัมภาษณ์แล้ววันนั้น"

     ผมทราบทันทีว่า วันนั้นผมตกสัมภาษณ์แบบไม่เอกฉันท์ คะแนนเป็น ๒ ต่อ ๑ และนพ.กนก เป็นคนที่ตัดสินชะตาชีวิตของผมในวันนั้นนั่นเอง.....โปรดติดตามตอนต่อไป