...

อย่ามาร้องตะโกนว่าเท่ากัน
อยู่ตรงไหนหรือสวรรค์อย่างที่ว่า
โรงเรียนไทยก้าวไกลในศรัทธา
ที่กระทรวงศึกษาฯ โฆษณาการ

นั่งทำงานกันอยู่บนหอคอย
ทำตัวลอยไปมาหาเงินผลาญ
คิดโปรเจ็กดีดีที่หน้างาน
เด็กจะตายอีกกี่พัน ... เรื่องของแก

...

 

บันทึกว่าด้วยเรื่องเล่าจากที่ได้มีโอกาสตั้งแต่การนำเสนอโครงการออกค่ายอาสาในโรงเีรียนที่ห่างไกลให้กับนักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต ทุน สควค. แล้วเรื่องราวก็วกเข้าตัวเองที่ต้องเดินทางไปดูแลค่ายอาสาฯ ดังกล่าวด้วยตัวเอง เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๒ มีนาคม - วันพุธที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ดังที่หลายท่านได้มีโอกาสอ่านจากอนุทินที่ผมได้เขียนเล่าเอาไว้บ้างแล้ว

โรงเีรียนบ้านผามอน อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นโรงเรียนที่ถูกเลือกในการออกค่ายอาสาในครั้งนี้จากข้อมูลของมูลนิธิรักเด็กที่ำทำงานในพื้นที่อำเภอปางมะผ้า อันมีเครือข่ายของนักศึกษาคนหนึ่งที่เคยทำงานอยู่ในมูลนิธิแห่งนี้

 

 

ภาพที่ ๑ ... สภาพถนนหน้าโรงเรียนบ้านผามอน

 

 

โรงเรียนบ้านผามอน อยู่ในความรับผิดชอบของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต ๑ (ซึ่งรวมอำเภอเมืองด้วย)

โรงเรียนตั้งอยู่ในบริเวณหมู่บ้านชาวไทยภูเขา เผ่าลาหู่แดง หรือ มูเซอแดง ทางเป็นดินภูเขา ฝุ่นแดง ๆ

 

 

คุณเชื่อในเรื่องความเท่าเทียมกันของโรงเรียนไทยหรือไม่ครับ

ผมจะพาคุณไปดูความเท่่าเทียมกันจากเสียงตะโกนของคนในกระทรวงศึกษาฯ หรือนักการเมืองที่มารับผิดชอบเดี๋ยวนี้แหละ

 

 

 

 

ภาพที่ ๒ ... ป้ายอันใหม่ของโรงเรียน (โปรดดูสภาพแวดล้อม อิฐที่ก่อ เสาที่สร้าง ทางที่เดิน)

 

 

 

ภาพที่ ๓ ... วิหารพระหน้าโรงเรียนบ้านผามอน (สร้างตามมีตามเกิด)

 

 

 

ภาพที่ ๔ ... อาคารเรียนหลักของนักเีรียนทั้งหมด ๔๕ คน (ไม้ผุพังตามกาลเวลา)

 

 

 

ภาพที่ ๕ ... ขอให้นักเรียน "สุขภาพดี" นะ (สุขภาพดีเหมือนป้าย)

 

 

 

ภาพที่ ๖ ... ขอให้นักเรียนมี "วินัย" ด้วยนะ (เหมือนป้ายเช่นกัน)

 

 

 

ภาพที่ ๗ ... โรงเรียนของเรามีประวัติอันยาวนาน (แต่ไม่จบ)

 

 

 

ภาพที่ ๘ ... "หนูจ๋าไปมา ลาไหว้" นะ พร้อมป้ายคนในตำแหน่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักสักคน

 

 

 

ภาพที่ ๙ ... นี่คือ "โถปัสสาวะนักเรียนชาย" ที่ไม่มีทางใช้การได้อีกแล้ว

 

 

โรงเรียนบ้านผามอน ตอนนี้มีข้าราชการครูประจำอยู่ ๓ คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด ครูท่านหนึ่งอยู่มาแล้ว ๖ ปี เป็นครู ค.ศ.๑ รักษาการ ผอ.อีกตำแหน่ง ส่วนครูอีกสองท่านกำลังทำเรื่องย้ายกลับบ้านเกิดที่เชียงรายและน่าน

ดังนั้น เปิดภาคเีรียน ๑/๒๕๕๕ จะมีครูที่สอนหนังสืออยู่โรงเรียนแห่งนี้ เีพียง ๑ คน จนกว่าจะมีตำแหน่งที่สอบบรรจุใหม่ได้มาที่นี่

สภาพของโรงเรียน กับ สภาพของครู ก็ไม่ต่างกันนักหรอก

 

สมศ.อยากให้เท่ากัน มิใช่หรือครับ ทำอย่างไรดี มาตรฐานที่ว่าน่ะ ???

ควรจะทำอะไรให้มากกว่ามาตรวจสอบแล้วบอกเขาว่า โรงเรียนคุณไม่ผ่านการประเมิน ???

 

 

 

ภาพที่ ๑๐ ... สภาพแก้วน้ำและแปรงสีฟันของนักเรียนชั้นอนุบาล ถูกสุขลักษณะอย่างไร ในเืมื่อสิ่งที่คุณได้เห็นตรงนี้ มันดีที่สุดแล้วเท่าที่จะมีปัญญาหาได้

 

 

 

ภาพที่ ๑๑ ... กล่องหนังสือเรียนระดับอนุบาลที่สาบานได้ว่า มันใช่ และใช้เรียนจริง

 

 

 

ภาพที่ ๑๒ ... ดินสอสองหัวที่เด็กนักเรียนใช้สำหรับการฝึกเขียนตัวหนังสือภาษาไทย พอใช้ได้ไหมครับกับ "ความเท่าเทียมกัน"

 

 

 

ภาพที่ ๑๓ ... และเมื่อคนใจบุญบริจาคสื่อการสอน อุปกรณ์กีฬา หนังสือใหม่ มันเรื่องตื้นเต้นที่สุดของเด็ก ๆ ที่นี่ ที่จะได้มีโอกาสใช้ของใหม่ ๆ เช่นเดียวกับเด็กพื้นราบบ้าง

 

 

 

ภาพที่ ๑๔ ... เวลาเด็กเขามาแอบดู คุณต้องดูสายตาของเขา มันบอกความรู้สึกจากก้นลึกของหัวใจ พฤติกรรมเขาที่ผมสังเกตได้ คือ การยืนดูอยู่เงียบ ๆ เป็นเวลานาน ๆ นานจนเขาไม่รู้สึกหรอกว่า มีใครแอบสังเกตเขาอยู่หรือไม่ ภาพนี้มันทำร้ายจิตใจผมพอสมควร ... ผมเกลียดภาพนี้

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่ ๑๕ - ๑๙  ... ชุดนักเรียน รองเท้า กล่องข้าว น้ำดื่ม เป้หนังสือ (ก็แค่สิ่งตรงข้ามกับเด็กในเมืองเท่านั้นแหละ นั่นคือ ขาดแคลนทุกอย่าง)

 

 

 

ภาพที่ ๒๐ ... เด็กที่ไหน ก็คือ เด็กวันยังค่ำ บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา และพยายามประคองชีวิตของตัวเองให้เรียนให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าไม่อดตายเีสียก่อน

 

 

 

คืนฟ้าหนาว

เดือนแรม ประกายเรือง

 

...

ภาพเด็กน้อยบนดอยเหนือเมื่อคืนหนาว
นั่งผิงดาวเศร้าแสนแทนผ้าห่ม
ดวงตาซื่อสื่อสารผ่านสายลม
ซ่อนแววตาทุกข์ระทมสะเทือนใจ

สายลมหนาวแสนหนาวพัดผ่านเนื้อ
ไม่มีเสื้อผ้านวมมาสวมใส่
บนภูดอยดินแดนไกลแสนไกล
ไม่มีใครเมตตาเื้อื้ออาทร

มองไปทิศทางใดใจหมองเศร้า
รอคอยแสงแดดเช้าจนเข่าอ่อน
กว่าจะผ่านแต่ละคืนต้องฝืนนอน
กว่าจะหลับพักผ่อนก็ค่อนคืน

นักเดินทางมากมายมาท่องเที่ยว
เพียงคืนเดียวเขาสนุกสุขสดชื่น
อยากให้อยู่ตลอดหนาวให้ยาวยืน
อยู่ให้รู้ความขมขื่นในคืนยาว

หมอกสวยสำหรับผู้เดินทางผ่าน
เพียงหนึ่งรัตติกาลมาชมหนาว
มาชื่นทิพย์ธรรมชาติวาดภาพดาว
เพื่อพักผ่อนเพียงชั่วคราวนั้นเหมาะควร

สำหรับคนบนดอยคอยความหวัง
ฤดูหนาวแต่ละครั้งนั่งกำสรวล
ไม่โสภาสถาพรนอนคร่ำครวญ
ภาพหมอกล้วนทำลายสิ้นจินตนา

ภาพเด็กน้อยบนดอยเหนือเมื่อคืนหนาว
นั่งนับดาวพราวใสไร้เดียงสา
ดวงตาซื่อสื่อซึ้งถึงวิญญาณ์
วอนขอความเมตตาผู้มาเยือน

...

 

เดือนแรม ประกายเรือง.  มือใดดูแลแม่โพสพ.  พิมพ์ครั้งที่ ๒.  กรุงเทพฯ : ใบบัว, ๒๕๔๘.

 

 

 

ผมบันทึกเรื่องเล่าตามที่ผมมองเห็นด้วยสายตาของครูของครู ช่าง (อยากถ่าย) ภาพ และันัก (พยายาม) คิด เรื่องเล่าที่สัมผัสด้วยหัวใจไม่ใช่หัวโขนบนหัว ... ผมเฝ้ามอง ตั้งข้อสังเกต ลูบหลัง ทักทายในมวลมิตรที่ผมได้มีโอกาสสัมผัส ครู ลูกศิษย์ นักเรียน ชาวบ้าน ฯลฯ

ภาพหลายภาพมันทำร้ายความรู้สึกของผมได้อย่างชะงัดนัก ผมว่า ผมเกลียดภาพนั้น ๆ ด้วยความสัตย์จริง ด้วยหัวใจอ่อนไหวมากพอที่จะรู้สึกตามนั้นไปด้วย

ค่ายนี้สอนให้ผมทราบประการหนึ่งว่า ชีวิตผม มีเรื่องเล่าได้เสมอ ไม่ว่าลำบาก หรือ ยากแค้น หรือ สุขสบาย เพียงใด

ขอบคุณโอกาสให้ผมได้เข้ามาอยู่ในค่ายอาสาเช่นนี้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากเมื่อนานมาแล้วผมเคยใช้ชีิวิตเช่นนี้ ทำให้ทราบว่า "จิตวิญญาณผมยังคงมีอยู่"

 

...

โปรดเฝ้ามองและตรองคิด
สิ่งใดผิดสิ่งใดถูกจงปลูกฝัง
ความเท่าเ่ทียมเกิดได้เมื่อใจฟัง
สร้างพลังขับเคลื่อนไม่เลื่อนลอย

เราอาสาเียียวยาหัวใจเด็ก
แม้จะเล็กแต่เรื่องนี้เราไม่ถอย
สร้างวิญญาณความเป็นครูดูร่องรอย
เพื่อเฝ้าคอยวันหนึ่ง ซึ่งเป็น "ครู"

...

 

บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...