แต่ละการประเมินมีมุมที่เสริมเติมเต็มให้กับการทำงานของเราแตกต่างกันและการเตรียมการทุกครั้งเป็นโอกาสให้เราค้นพบวิธีการที่จะทำงานให้ดีกว่าเดิมได้เสมอ

ปีการศึกษา ๒๕๕๔ นี้เป็นปีที่สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ได้รับการประเมินคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน (อ่านที่นี่) การประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามของ สมศ. (อ่านที่นี่) และยังเข้าโครงการนำร่อง EdPEx (อ่านที่นี่) และล่าสุดได้รับการตรวจเยี่ยมเพื่อการรับรองสถาบันการศึกษาการพยาบาลและการผดุงครรภ์จากสภาการพยาบาล

ทุกงานต้องมีการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง มีการรวบรวมข้อมูล เขียนรายงานส่งไปให้คณะกรรมการฯ ล่วงหน้า และจัดเตรียมเอกสารหลักฐานสำหรับยืนยันการทำงานหรือผลงานนั้น ๆ การรวบรวมข้อมูลและการจัดเตรียมเอกสารหลักฐานนับเป็นงานที่ “take time” เนื่องจากต้องมีทั้งความ “ครบถ้วน”  “ถูกต้อง” และ “ตรวจสอบได้ง่าย”

เมื่อใกล้ถึงวันรับการประเมิน พวกเราจะทำงานกันถึงค่ำมืดแบบไม่มีวันหยุด ถ้าพิจารณาให้ดีจะเห็นได้ว่าแต่ละการประเมินมีมุมที่เสริมเติมเต็มให้กับการทำงานของเราแตกต่างกันและการเตรียมการทุกครั้งเป็นโอกาสให้เราค้นพบวิธีการที่จะทำงานให้ดีกว่าเดิมได้เสมอ

 

อาจารย์ช่วยกันเตรียมเอกสาร เพื่อรับการตรวจเยี่ยมจากสภาการพยาบาล

 

เมื่อวันที่ ๗-๘ มีนาคม ๒๕๕๕ คณะผู้ทรงคุณวุฒิจากสภาการพยาบาล ๔ ท่านได้มาตรวจเยี่ยมสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ของเรา แม้ว่าวันที่ ๗ จะเป็นวันหยุดมาฆะบูชา แต่ทั้ง ๔ ท่านก็ยังมาปฏิบัติหน้าที่ ประธานคณะผู้ตรวจเยี่ยมได้แจ้งให้พวกเรารู้ว่าเป็นหน้าที่ของสภาการพยาบาลในการคุ้มครองผู้บริโภค แม้จะมีองค์กรอื่นดูแลอยู่แล้ว แต่สภาการพยาบาลมีตัวบ่งชี้ที่ต่างไปอีก... การมาตรวจเยี่ยมเป็นการมาหารือ พูดคุย เพื่อให้บัณฑิตจบไปอย่างมีคุณภาพ มีเวลาไม่มาก แต่จะใช้ให้มีคุณภาพ...

เกณฑ์การรับรองสถาบันการศึกษาฯ ของสภาการพยาบาล แยกเป็นเกณฑ์สำคัญและเกณฑ์ทั่วไป ลงลึกถึงรายละเอียดของการจัดการเรียนการสอน เช่น ต้องมีแผนการสอน (ละเอียด) ทุกหัวข้อในทุกรายวิชาทางการพยาบาล ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ มีสัดส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษาตามเกณฑ์ ภาระงานสอนของอาจารย์ต้องไม่มากเกินไป มีประมวลรายวิชาครบทุกรายวิชาในหลักสูตร (ไม่ใช่เฉพาะวิชาทางการพยาบาล) มีรายละเอียดของการวัดและประเมินผลการศึกษา เป็นต้น

เราแจ้งเรื่องนี้ต่ออาจารย์ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ พร้อมแจกหนังสือคู่มือการขอรับรองสถาบันการศึกษาฯ ของสภาการพยาบาลให้กับอาจารย์ทุกคน แต่การรวบรวมแผนการสอน ประมวลรายวิชา ข้อมูลการวัดและประเมินผลการเรียน จากอาจารย์ให้ได้ครบถ้วนเป็นเรื่องที่ใช้เวลาอย่างมาก ดิฉันจึงเกิดความคิดว่าต่อไปอาจารย์ทุกคนควรส่งผลงานเหล่านี้มาเป็นหลักฐานส่วนหนึ่งของการแสดงภาระงานในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี

การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยเกื้อหนุนจากส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เช่น หุ่นและอุปกรณ์การศึกษาจากห้องปฏิบัติการการพยาบาลที่ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หนังสือและวารสารในห้องสมุดที่ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาเช่นกัน และควรมีการปรับปรุงรูปแบบของการขอข้อมูล

เอกสารประมวลรายวิชาและแผนการสอน มีอยู่เป็นจำนวนมาก เราหาวิธีการจัดเรียงเอกสารให้คณะผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบได้ง่าย โดยนำหัวข้อการสอนตลอดภาคการศึกษามาติดไว้หน้าแฟ้มและตรวจเช็คความครบถ้วนของเอกสาร แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน จัดเรียงแฟ้มตามภาคการศึกษา

 

ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร อธิการบดี เยี่ยมชมการจัดเอกสารของเรา

 

ข้อมูลสำคัญอื่น ๆ เช่น การแต่งตั้งผู้บริหาร ประวัติส่วนตัวของผู้บริหาร รายชื่ออาจารย์ประจำและประสบการณ์การทำงาน ข้อมูล FTES ผลการสอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพฯ ของผู้สำเร็จการศึกษา ฯลฯ เราแยกไว้ในแฟ้มเฉพาะที่คณะผู้ทรงคุณวุฒิสามารถเรียกดูได้ทันที

ไม่รู้ว่าเราเข้าข้างตนเองหรือเปล่าว่าการเตรียมเอกสารหลักฐานแบบนี้ทำให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์สูงชุดนี้ทำงานได้สะดวก การตรวจเอกสารในวันแรกจึงเสร็จเร็ว มีเวลาสำหรับการสัมภาษณ์นักศึกษาทุกชั้นปีอีกด้วย สำหรับการพบปะกับอธิการบดีและรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ เราใช้โอกาสในการรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน พูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการ

การตรวจเยี่ยมในวันที่ ๘ มีนาคม เป็นการเยี่ยมแหล่งฝึกภาคปฏิบัติที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และ รพ.สต.โมคลาน เยี่ยมชมห้องสมุดและห้องปฏิบัติการการพยาบาล หลังรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ คณะผู้ทรงคุณวุฒิมีการประชุมปรึกษาหารือกันก่อนที่จะแจ้งผลการตรวจเยี่ยมให้เรารับทราบอย่างไม่เป็นทางการ

 

รวมพลทั้งอาจารย์และเจ้าหน้าที่ รอเข้ารับฟังความเห็นของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ

 

การรับฟังผลการตรวจเยี่ยมจากคณะผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ คำชื่นชมที่ได้รับคือเรามีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก (จากปีการศึกษา ๒๕๕๒) สามารถสร้างผลงานได้มากมาย... มีแหล่งฝึกภาคปฏิบัติที่ดี หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลมีเจตคติที่ดีต่อการศึกษา เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับวิทยาลัยพยาบาลในพื้นที่ ไม่มองว่าเป็นคู่แข่ง อาจใช้จุดแข็งด้านการวิจัยทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้น...

ผู้ทรงคุณวุฒิยังชื่นชมผลงานเรื่องชุมชนเข้มแข็ง ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในและของ สมศ. ที่อยู่ในระดับดีมาก ... มหาวิทยาลัยมีความเข้มแข็ง ชื่นชมผู้บริหารของมหาวิทยาลัยและของสำนักวิชา มีความต่อเนื่องของบุคลากร อายุเฉลี่ยของอาจารย์ยังน้อย อนาคตน่าจะเข้มแข็งขึ้น ระบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่น

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เรารู้อยู่แล้วว่ามีตัวชี้วัดที่ยังไม่ได้ตามเกณฑ์และอยู่ระหว่างการพัฒนา เช่น

  • อัตราส่วนของอาจารย์ประจำต่อ FTES (มีอาจารย์จำนวน ๔ คนอยู่ระหว่างลาศึกษาต่อระดับปริญญาเอก)
  • สัดส่วนอาจารย์ผู้สอนภาคปฏิบัติต่อนักศึกษาในรายวิชาการผดุงครรภ์
  • ผลการสอบขึ้นทะเบียนประกอบวิชาชีพฯ ครั้งแรกของผู้สำเร็จการศึกษา
  • ภาระงานสอนของอาจารย์บางคนสูงกว่าเกณฑ์ ซึ่งต้องมีการเกลี่ยภาระงานให้เหมาะสมต่อไป

มีตัวบ่งชี้ที่เราไม่ได้คาดคิดไว้ก่อนว่าจะมีปัญหาคือจำนวนวารสารวิชาชีพการพยาบาลต่างประเทศ ซึ่งห้องสมุดมีการยกเลิกการรับวารสารที่เคยมี ทำให้มีจำนวนเล่มวารสารไม่ครบตามเกณฑ์ ชี้ให้เห็นว่ามีช่องว่างในการสื่อสารระหว่างห้องสมุดและสำนักวิชา

คณะผู้ทรงคุณวุฒิให้คำแนะนำและข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์หลายเรื่องดังนี้

  • การจัดหลักสูตรแบบบูรณาการที่เป็นอยู่ นักศึกษาชั้นปีที่ ๔ บอกว่ายากต่อการเตรียมตัวสอบใบประกอบวิชาชีพฯ (เราได้ปรับปรุงหลักสูตรใหม่แล้ว จะเริ่มใช้ในปีการศึกษา ๒๕๕๕) นักศึกษาชั้นปีที่ ๒ อยากจะมีโอกาสไปเห็นว่าหอผู้ป่วยเป็นอย่างไร อยากจะคุยกับผู้ป่วยและญาติ อยากจะเห็นการทำงานของพยาบาล
  • การจัดทำแผนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (แสดงให้เห็นการนำผลการประเมินคุณภาพไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา) แยกออกมาจากรายงานการประกันคุณภาพการศึกษา
  • การจัดทำแผนการสอนภาคปฏิบัติ ซึ่งแตกต่างจากแผนการนิเทศ
  • การจัดทำแผนการสอนภาคทฤษฎี ที่แสดงให้เห็นว่ามีการนำผลการประเมินการจัดการเรียนการสอนมาปรับแผนการสอนในแต่ละปี (การปรับปรุงแผนการสอน) ในรูปแบบที่ไม่จำเป็นต้องทำแผนการสอนซ้ำ ๆ ให้เปลืองกระดาษ และเห็นพัฒนาการ
  • ผลงานวิจัยยังกระจุกตัวที่อาจารย์บางคน ส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยในชุมชน ไม่ค่อยมีงานวิจัยในคลินิกและงานวิจัยเชิงทดลอง รวมทั้งมีข้อสังเกตเรื่องการใช้ทุนส่วนตัวของอาจารย์บางคน
  • ผลงานวิชาการอย่างอื่น ควรทำตำรา/หนังสือทางการ เวลาทำผลงานวิชาการให้ยึดเกณฑ์ สมศ. สกอ.
  • การประเมินผลโครงการต่าง ๆ ควรสะท้อนกลับไปที่วัตถุประสงค์ของโครงการ
  • กรณีที่นักศึกษามีคอมพิวเตอร์ส่วนตัวใช้เอง ควรให้นำมาลงทะเบียน เพื่อจะได้นับจำนวนได้

การตรวจเยี่ยมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิจากสภาการพยาบาล ช่วยให้เรารู้แนวทางการพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

วัลลา ตันตโยทัย