มีบทเรียนหลายอย่างที่ผมคิดว่าทำได้แต่ไม่ควรพูดถึงเพราะสาระสำคัญของมันนั้นจะอยู่ในสิ่งต้องทำมากกว่า อีกหลายอย่างก็ไม่ควรพูดเมื่อไม่แน่ใจว่าได้ทำแล้วและทำได้ รวมทั้งไม่ควรเผยแพร่ออกไปในกลุ่มที่อาจได้รับรู้อย่างขาดการเข้าถึงความหมายและนัยเชิงบริบทของสิ่งนั้นๆ ดังนั้น ทั้งหมดที่ได้พยายามบันทึกถ่ายทอดไว้ด้วย gotoknow จึงเป็นบางส่วนที่ผมได้ตรวจทานด้วยการลงมือทำและใช้ชีวิตด้วยสิ่งนั้นกระทั่งแน่ใจได้ระดับหนึ่งว่าเป็นบทเรียนที่ใช้ทำงานและดำเนินชีวิตได้จริงในสังคมไทย แต่ก็เหมือนกับการเขียนจดหมายแบบไม่ต้องมีจ่าหน้าซองถึงผู้รับ หรือดั่งการทำบุญกุศลแบบสังฆทานที่ไม่ต้องเจาะจงผู้รับ ก็ใช่ว่าจะไม่ถึงจุดหมาย เพราะเชื่อว่าในท่ามกลางสังคมที่กว้างขวางซับซ้อนนั้น ย่อมมีคนที่สามารถหยั่งถึงด้วยการมีประสบการณ์ต่อสิ่งนั้นจริงและนำไปใช้ต่อยอดประสบการณ์ในการทำงานต่างๆต่อไปได้ ผู้ที่ได้อ่านแม้นไม่มีการเจาะจงว่าเป็นผู้รับ ก็สามารถได้ประโยชน์ของเนื้อความจดหมายที่ไม่ต้องจ่าหน้าซองถึงผู้รับอย่างนี้ แนวคิดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเบื้องหลังในการทำบันทึกถ่ายทอดสิ่งต่างๆแบ่งปันกับคนทำงานทุกสาขาใน gotoknow
การวิจัยแบบ PAR เป็นเรื่องหนึ่งที่อยู่ในข่ายของสิ่งที่ผมกล่าวถึงในข้างต้น แต่ก่อนที่ผมจะเข้ามาใช้ gotoknow นั้น เนื้อหาทั้งหมดในบันทึกที่ถ่ายทอดไว้ด้วยบันทึกใน gotoknow แทบจะไม่สามารถนำไปถ่ายทอดและรายงานไว้ที่ไหนในเวทีวิชาการได้เลย นอกจากถ่ายทอดและบันทึกลงไปบนประสบการณ์การทำงานด้วยกันบนเวทีปฏิบัติการของกลุ่มคนทำงานสาขาต่างๆที่ผมได้ทำงานด้วย ไม่มีอุปสรรคอันใดและไม่มีใครเจตนาไม่ดีต่อผม แต่ผมพบว่ารูปแบบและพิธีกรรมทางวิชาการที่สังคมของเรามี ไม่สามารถรองรับบทเรียนและองค์ความรู้เชิงกระบวนการที่มีอยู่และมีบทบาทต่อการทำงานได้จริง โดยเฉพาะของชุมชน กลุ่มและองค์กรภาคประชาชน และภาคประชาสังคม เช่น รูปแบบการเขียนรายงานการวิจัยแบบมี ๕ บท และต้องเริ่มต้นด้วยการทบทวนวรรณกรรม แทนการเดินไปทบทวนชีวิตชาวบ้านและชุมชน แต่วิธีอย่างนี้ต้องพัฒนาทักษะการวิจัยเสียใหม่เพื่ออ่านและเข้าถึงความรู้ที่มีชีวิต ซึ่งยากและใช้เวลามาก เหล่านี้นั้น ก็ทำให้หลายอย่างหลุดหายไปอย่างน่าเสียดาย
หลายอย่างเป็นสิ่งที่ได้ค้นพบและเกิดขึ้นจริงบนความเลื่อนไหลของสภาพแวดล้อมทางสังคม แต่ไม่สามารถเขียนลงไปเพราะรูปแบบการเขียนงานวิจัยแบบเดิมวางกรอบไว้ล่วงหน้าและกรอบดังกล่าวก็กันสิ่งที่ไม่ได้ระบุถึงไว้ด้วยความรู้ที่มีแต่เดิมให้หลุดหายออกไป ซึ่งความน่าเสียดายก็คือสิ่งเหล่านั้นเกือบเป็นทั้งหมดของสิ่งที่ควรรายงาน และมีไม่น้อยที่เป็นสิ่งที่มีความหมายมากที่สุดของการเรียนรู้และสร้างความรู้จากประสบการณ์ของสังคม ด้วยวิธีการนำมาบันทึกไว้ใน gotoknow จึงทำให้ผมมีทางออกที่ดีที่ไม่ต้องทิ้งประสบการณ์เหล่านั้นไปอย่างว่างเปล่า
ในการวิจัยแบบ PAR นั้น นอกจากมีความสำคัญต่อการวิจัยและสร้างความรู้เพื่อแก้ปัญหาที่ดำเนินไปกับกระบวนการทางการปฏิบัติต่อเรื่องต่างๆของสังคมแล้ว ในทรรศนะผมนั้น การวิจัยแบบ PAR ไม่ใช่เพียงเทคนิคการวิจัยแบบทั่วไป แต่เป็นระเบียบวิธีและวิธีวิทยาของการทำงานความรู้ที่ผสมผสานไปกับการเคลื่อนไหวปฏิบัติการเชิงสังคม เชื่อมโยงผู้คนให้มีประสบการณ์ต่อสังคมของตนเองอย่างลึกซึ้ง กว้างขวาง และเชื่อมโยงไปบนกระบวนการวิจัย ไม่ใช่เพียงบนถนนประท้วง และไม่ใช่เพียงต่อหน้ากระบอกปืน เพื่อจะได้คิดและสร้างเรื่องส่วนรวมด้วยการใช้สติปัญญา เห็นปัญหาด้วยความรู้และรุกก่อนปัญหาเกิดด้วยการใช้ปัญญาความเป็นเหตุเป็นผล โดยมีวิธีที่ดีเพื่อร่วมมือกันของภาควิชาการกับภาคประชาสังคม ออกแบบรูปแบบและพิธีกรรมทางวิชาการเสียใหม่ให้คนทำงานความรู้ซึ่งผลิตได้ไม่มากนักของประเทศส่วนหนึ่งให้ออกไปทำงานเชิงสังคมได้ดีกว่าการเดินไปสอนในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆที่ต้องทำอยู่แล้วอย่างเดียว ขณะเดียวกัน ก็ยกระดับนักทำกิจกรรมและยกระดับวิถีปฏิบัติของชาวบ้าน ให้ขึ้นมาแตะกับงานทางความรู้ เรียนรู้ที่จะทำสิ่งต่างๆพร้อมกับสร้างภูมิปัญญาปฏิบัติไปด้วยกันพอดีๆ ไม่มากและไม่น้อยไป
หน่วยงานที่ผมได้ทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหน่วยวิชาการที่ถือได้ว่าได้นำเอาระเบียบวิธีการทำงานวิชาการเชิงสังคมอย่างนี้เข้ามาทำในประเทศไทย และหลายแง่มุมก็เป็นวิธีการที่นักวิชาการแนวประชาคมจากประเทศต่างๆของกลุ่มอาเซียนและของโลก ได้เข้ามาใช้เวทีที่มหาวิทยาลัยมหิดลนี้ สร้างสรรค์และสร้างประสบการณ์เป็นครูให้กับคนทำงานแนวนี้ทั่วโลก คนเก่งๆและนักวิชาการเก่งๆของประเทศได้มาร่วมกันพัฒนาเทคนิควิธีการทำงาน สั่งสมบทเรียนอันมีคุณค่านี้ไว้ และเป็นวิธีการที่ดีสำหรับทำงานเคลื่อนไหวสังคมโดยใช้วิธีการทางความรู้ เพิ่มพูนพลังทุนมนุษย์ ทำให้ประเทศที่ไม่ต้องรวยมากแต่มีพลเมืองประชากรอยู่ ก็สามารถใช้คนเท่าที่มีอยู่เป็นปัจจัยหลักของการแก้ปัญหาและเป็นเป้าหมายในการบรรลุถึงสุขภาวะสังคมที่มีต้นทุนต่ำกว่าวิธีอื่นๆ ที่ต้องคิดอย่างนี้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่ดำรงอยู่ตลอดมาในสังคมไทย ต้องคิดและทำไปตามบริบทความจำเป็นของประเทศ
แต่หลังจากผ่านไปเป็น ๒๐-๓๐ ปีแล้ว คนรุ่นเก่าๆก็หายไป ในขณะที่กระแสสังคมวิชาการก็หันเหออกไปในแนวอื่นๆตามความจำเป็นที่มีตามยุคสมัย ก็ไม่มีใครที่จะทำงานในแนวนี้อีกต่อไปนอกจากผม อันที่จริงนั้น ผมสามารถเอาตัวรอดไปทำงานวิชาการในแนวอื่นๆที่จะให้ผลดีต่อตนเองได้พอสมควร แต่ด้วยการเห็นความหมายบางอย่างดังที่กล่าวมา ผมก็ตั้งใจไว้ว่าหากผมวางมือไปเสีย ความริเริ่มอย่างนี้ในวงวิชาการที่นำเอาระเบียบวิธีอย่างนี้มาทำงานด้านสุขภาพและการพัฒนาสุขภาวะชุมชนในกระบวนทัศน์ใหม่ๆผ่านบทบาทหน่วยงานของตนเอง ก็จะขาดความสืบเนื่องไป ไม่มีหน่วยวิชาการที่จะรักษาและสั่งสมความต่อเนื่องนี้ให้กับประเทศและสังคมวิชาการแนวนี้ไว้ ผมเคยบอกกับเพื่อนร่วมงานผมหลายคนว่าผมคงต้องทำงานแนวนี้แบบหลังพิงเชือกชก ซึ่งทั้งขาดแคลนตัวช่วยและไม่รู้อนาคตตนเองว่าจะยืนเวทีได้แค่ไหน หากมีอันต้องปากแตกเลือดกลบปากก็ต้องกลืนเลือด หากสิ้นชีพ(ทางความก้าวหน้าส่วนตัว)ก็จะยืนตายแบบต้นไม้ยืนต้น ซึ่งก็ดูเหมือนคิดเกินตัวและไม่ควรนำมาพูด แต่ผมคิดและได้ทำอย่างนั้นจริงๆ ผมจะรักษาสิ่งที่คนเก่าก่อนริเริ่มไว้เพื่อส่งไม้ต่อให้กับคนรุ่นอื่นๆและทำให้มีเวทีทำงานในแนวนี้สักแห่งหนึ่งอย่างไม่ขาดตอน
สิ่งที่ผมคิด มีเค้าว่าจะเป็นอย่างที่กล่าวมา ซึ่งก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและไม่สามารถถ่ายทอดแบ่งปันกับใครได้เพราะไม่เป็นประโยชน์ กระนั้นก็ตาม ระหว่างที่ต้องทำงานเป็นทีมบริหารหน่วยงานซึ่งก็ทำให้แรงงานชีวิตและพลังความใส่ใจต้องกระจายไปสู่เรื่องอื่นๆมากกว่าเดิม ผมก็หาวิธีสื่อสารและรักษาการขับเคลื่อนงานวิจัยในแนวนี้ไว้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการบันทึกและถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆเพื่อบริหารจัดการเครือข่ายคนทำงานเชิงวิชาการด้วย gotoknow เป็นวิธีหนึ่งที่ผมได้นำมาใช้ พร้อมกับใช้เว็บบล๊อกของโอเคเนชั่นไปด้วย
ผมใช้บันทึกถ่ายทอดสอนงานแก่ทีม บริหารเครือข่ายปฏิบัติด้วยวิธีสื่อสารวิชาการ ขณะเดียวกันก็นำเอาข้อมูลจากบทเรียนภาคปฏิบัติมาย่อยเสียใหม่เพื่อบันทึกข้อมูลเก็บรวบรวมไว้ก่อน ขณะเดียวกัน ก็เป็นรูปแบบที่ช่วยหาทางออกในการเผยแพร่และถ่ายทอดบทเรียนที่ได้จากการทำงานแต่รูปแบบและวิธีการแบบเดิมๆไม่เอื้อให้ทำได้ โดยได้นำเอากระบวนการและวิธีดำเนินการภาคปฏิบัติในเงื่อนไขแวดล้อมของสังคมไทยหลายอย่าง ที่ได้นำเอาไปตรวจสอบผ่านการใช้ทำงานได้จริงมาทำการบันทึกและถ่ายทอดไว้ วิธีการสื่อออนไลน์และสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับทีมทำงานได้ด้วยอย่าง gotoknow ทำให้ผมรักษาความใกล้ชิดและอยู่กับงานปฏิบัติได้โดยไม่หลุดจากงานบริหารกับการต้องสอนหนังสือ
การค่อยๆแก้ปัญหาและบันทึกไปด้วยดังกล่าว ต่อมาก็ส่งสัญญาณดีขึ้นเป็นลำดับ ผมได้เห็นอาจารย์ นักวิจัย และคนทำงานในมหาวิทยาลัยมหิดลหลายคนมีความลุ่มลึกในการทำงานแนวนี้มากขึ้น หลายคนได้วิธีทำงานแนวนี้ไปบวกกับความเป็นเลิศในสาขาเฉพาะทางของตน ไปริเริ่มงานวิชาในแนวใหม่ๆที่เชื่อมโยงกับมิติสังคมวัฒนธรรมและสามารถตีพิมพ์เผยแพร่ได้ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เกิดการตั้งกลุ่มปฏิบัติการวิจัยชุมชนและสุขภาพชุมชน ทำให้มีเวทีย่อยๆรองรับการเดินเข้ามาทำงานด้วยกันของผู้ซึ่งมีใจให้กับการทำงานในแนวทางอย่างนี้แต่กระจัดกระจายอยู่ตามแหล่งต่างๆ พร้อมกับมีความริเริ่มการทำงานที่เชื่อมโยงกับงานนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งส่วนหนึ่ง ก็มีทีมทำงานระดับประสานการปฏิบัติได้ แม้เป็นกลุ่มเล็กๆแต่ก็สามารถบุกเบิกและสร้างความต่อเนื่องให้กับการทำงานต่างๆขึ้นที่หน่วยงานเดิมที่ผมเคยทำงานอยู่ ทำให้การทำงานเชิงวิชาการอย่างนี้มีการส่งไม้ต่อและไม่ขาดตอนไปจากการที่ประเทศไทยมีเวทีวิชาการแห่งหนึ่ง ที่เป็นเวทีส่วนรวมของนานาประเทศและได้มาช่วยกันริเริ่มไว้
หากเดินไปข้างหน้าก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และเมื่อมองย้อนกลับไปก็มีบทเรียนความริเริ่มอย่างมีความหมาย ที่ดำเนินมาหลายทศวรรษ แม้นเพียงเล็กน้อยแต่ก็มีบทเรียนอ้างอิงให้มีความริเริ่มใหม่ๆที่ไปได้ไกลกว่าการเริ่มต้นที่ศูนย์ และพอจะให้ความมั่นใจในหลายอย่างได้ว่า ความแตกต่างหลากหลายทั้งภายในสังคมและบนความต่างทางสังคมวัฒนธรรมนั้น ระเบียบวิธีทางความรู้ก็เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถใช้เป็นเวทีริเริ่มพาคนทำงานให้ข้ามพ้นความล้าหลังหลายอย่างของสังคมด้วยกันได้.
ขอบพระคุณท่าน Green Lanka Colombo ครับ
เป็นท่านฑูตพลเดชนั่นเอง ด้วยความรำลึกถึงยิ่งครับ
ขอบพระคุณคุณครูอ้อยแซ่เฮครับ
ได้ร่วมชื่นชมสิ่งดีๆจากความสร้างสรรค์และความสำเร็จของครูอ้อยอยู่เสมอๆครับ
มีความสุขและมีไฟชีวิตอยู่เสมอๆครับผม
เป็นกำลังใจให้อาจารย์นะครับ
หากวันไหนเ หนื่อย เราก็พัก ถนอมสุขภาพ หากำลังใจและไฟฝัน เพื่อทำในสิ่งที่อาจารย์รักนะครับ
ขอบคุณครับคุณแสงแห่งความดีครับ
ขอให้มีสุขภาพดีและมีไฟฝันอยู่เสมอๆเช่นกันครับผม
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมาเยือนและทักทายกันครับ คุณแสงแห่งความดี ท่านทูตพลเดช Green Lanka Colombo คุณ sr คุณเอกจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ท่านอาจารย์ ดร. จันทวรรณ ปิยะวัฒน์ อาจารย์ณัฐพัชร์ อาจารย์ธนิตย์ สุวรรณเจริญ คุณตัณฑุลาวัฒน์ อ.นุ EGA ครูอ้อย แซ่เฮ ทิมดาบ
เยี่ยมเลยครับ การพัฒนาคนทุกคนในประเทศนี้ ที่มีอยู่ โดยการพาเขาไปแตะความรู้ เข้าถึงคลังความรู้ และสามารถนำเอาความรู้ต่างๆ ไปแลกเปลี่ยนกัน นำไปลองปรับประยุกต์ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของบุคคล สังคมให้ดีขึ้น ด้วยต้นทุนต่ำ ทำให้ได้ประสิทธิภาพสูงมาก เป็นแนวคิดที่น่าทึ่ง ส่วนตัวก็ไม่คิดว่าจะมีแนวคิดอย่างนี้ครับ ซึ่งสอดรับกับความเป็นจริงของสังคมนะครับ น่าสนใจมากๆ ครับ
ในวิธีการวิจัยในกรอบเดิมๆ นั้นแข็งเกินไป เราได้งานวิจัยมากมายแต่เป็นอะไรที่เท่ห์แต่กินไม่ได้..มั๊งครับ ด้วยกระบวนการทำวิจัย ต้องใช้เวลา ความรู้ประสบการณ์ของบุคคลนั้นมากมาย เมื่อนำมาเป็นผลงานแล้ว หลายอย่างที่เป็นต้นทุนของผู้วิจัยและทีมก็ไม่ได้บันทึกไว้และทำให้หลายส่วนของความรู้ ประสบการณ์ดีๆ ขาดหายไปเป็นจำนวนมากๆ
การที่ผมมั่นใจในวิธีคิดอย่างนี้เพราะในการใช้ชีวิตของทุกคนต้องมี สิ่งดีๆ ของเราภายในนั้นมากมาย ที่ไม่สามารถที่จะถ่ายทอดไปในงานได้ ไม่รู้จะไปบันทึกที่ไหน หากบันทึกไว้ในสมุดที่บ้าน แล้วใครเล่าจะเป็นผู้ไปนำมาใช้ ตรงนี้ก็สอดรับกับเนื้อหาของบันทึกนี้ครับ
จะดีมากหากเรามีสถานที่ที่เก็บเจ้าความรู้ที่ว่านี้ และสามารถให้คนในสังคมจะสามารถรับรู้และนำไปใช้ได้ ..ผมอ่านบันทึกอาจารย์เพลินเลย ขอบคุณสำหรับบันทึกดีๆ นะครับ
สวัสดีครับคุณเพชร พรหมสูตร์ครับ
การได้แบ่งปันกันและคนอ่านได้เกิดพลังความบันดาลใจนี่ ถือว่าผมประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่ผ่านบันทึกนี้อย่างหนึ่งเลยละครับ เพราะสิ่งต่างๆที่รวบรวมมานำเสนอนั้น ล้วนเป็นอดีตที่ได้ผ่านไปแล้ว มีแต่พลังใจและความบันดาลใจใหม่ๆนี่เองครับที่เป็นความสร้างสรรค์ของอนาคต ขอเป็นกำลังใจนะครับ
พิธีกรรมต่างๆ
ทั้งการทำงาน,วิชาการ,ทั้งศาสนา
ถูกทำให้แข็งตัว
ต่อมาก็กลายเป็นเหลือแต่รูปแบบทื่อๆ
เป็นรูปแบบที่สื่ออะไรไม่ค่อยได้แล้ว
(สาระจะยังอยู่หรือไม่ แต่รูปแบบยังเหลือ)
อีกทั้งก็ติดเปลือก-รูปแบบกันก็มากมาย
ต้องปอกเปลือกออกเสียบ้าง
จะได้เห็นแก่นทำให้น่าชิม น่าชม เกิดความซาบซึ้ง
นึกถึงหนังสืองานศพที่มีอะไรดีๆในนั้นเยอะ
สิ่งดีๆเหล่านั้น(บทความคติชีิวิต,คำสอน,หลักการดำเนินชีวิตต่างๆ)
ถ้านำมาทำ มากล่าวในพิธีกรรม ก็ดูเฟ้อไป(แต่ก็ชอบทำกัน)
และก็ไม่เกิดความซาบซึ้งเท่ากับการอ่าน เทียบกันไม่ได้เลย
ชอบอ่านการถอดบทเรียนแบบนี้สะท้อนสะท้านสะเทือนสนุกดี
กราบนมัสการท่านพระอาจารย์มหาแลครับ
ยิ่งมองว่าทุกอย่างในปัจจุบันนี้ช่างเคลื่อนไหวรวดเร็ว มิติจิตใจและด้านความละเอียดอ่อนของชีวิตถูกผ่านเลยไปหมดแล้ว เมื่อได้นำเรื่องเหล่านี้มาคิดใคร่ครวญด้วยกัน ก็นับว่าเป็นเรื่องดีมากเลยนะครับ