รอยเท้าเล็กๆ ของเราเอง - วินทร์ เลียววาริณ
การเดินทางไกลหมื่นลี้ เริ่มต้นที่ก้าวแรก
เล่าจื้อ
"จุดเดียวที่สร้างความแตกต่างระหว่างชีวิตที่ดีกับชีวิตที่หม่นหมองคือคำว่า 'ทัศนคติ'
ทัศนคติที่ดีต่อชีวิตทำให้ใครคนหนึ่งประสบความสำเร็จได้มากกว่าคนที่มองโลก ในแง่ร้ายตลอดเวลา แต่ทัศนคติที่ดีเกิดจากความสมดุลทั้งกายและใจ
ร่างกายต้องการออกกำลัง จิตก็เช่นเดียวกัน"
วินทร์ เลียววาริณ
มิถุนายน 2548
ผมหลงรักหนังสือเล่มนี้เสียแล้ว
เพราะถ้าหากว่ามีใครมาขอให้ผมช่วยแนะนำหนังสือเพื่อนำไปอ่านเสริมกำลังใจ หนังสือเล่มแรกและตรึงใจของผมเสมอก็จะคือ 'รอยเท้าเล็กๆ ของเราเอง'
ครูอ้อนได้มอบหนังสือเล่มนี้ให้ผมเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เป็นหนังสือเสริมกำลังใจ ส่วนใหญ่ในหนังสือเล่มนี้มาจากบทความที่เขียนลงในเว็บไซต์ winbookclub.com ในช่วงปี 2547 - 2548 นอกนั้นเป็นบทความที่กระจัดกระจายตามนิตยสารต่างๆ
ในเล่มนี้มีเรื่องสั้นทั้งหมด 46 เรื่อง เรื่องที่ผมอ่านบ่อยครั้งมากที่สุดและอยากนำมาเสนอให้ท่านหยิบขึ้นมาอ่าน เพื่อที่จะให้ท่านอ่านเสริมแล้วเติมพลังใจในยามที่สุขถาวะของเราหม่นหมอง อ่อนล้า กำลังจะหมดพลัง
ได้แก่ บอกรักแม่, ความฝัน, ความยาวของหนึ่งวินาที, เสียน้อยเสียยาก, วันหมดอายุ, คิดยาก-คิดง่าย, เปลือกของสุภาพชน, รอยเท้าเล็กๆ ของเราเอง, ประโยชน์ของความไม่มี, กบเลือกงาน, มาสาย-กลับดึก, งานทรมานกับงานในฝัน, อภัยทาน, "ช่างมัน ฉันไม่แคร์", ส้มเปรี้ยวกับส้มหวาน, ขนาดของหัวใจ, เจตนาดีกับลมปาก, บทเรียนจากความเชื่องช้า, บทเรียนจากตะกร้า ฯลฯ
รวมทุกประโยคที่มีความหมายที่ผมประทับใจจากหนังสือเล่มนี้ครับ..
บอกรักแม่ : เมื่อคุณรักใครก็ควรแสดงออกให้เขารู้ แต่ไม่ช้าเกินไปที่จะบอกคนอื่นๆ ว่า ไปเยี่ยมแม่ของคุณในวันนี้ บอกรักของคุณเสียก่อนที่แม่ของคุณจะไม่ได้ยินคำบอกรักนั้น
บางสิ่งบางอย่างในโลกเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
ความฝัน : เคยสังเกตไหมว่า เมื่อเรายังเด็กความฝันมักสร้างสรรค์กว่าเมื่อเราโตขึ้น เพราะสมองของเด็กน้อยยังไม่ถูกโลกของความจริงโหมกระหน่ำว่า นี่เป็นไปไม่ได้ นั่นก็เป็นไปไม่ได้ ความสวยงามของความฝันที่ดีคือมันเปลี่ยนชีวิตผู้ที่ฝันได้ และก็เปลี่ยนชีวิตของทั้งมนุษยชาติไปในทางที่ดีขึ้นได้
บางทีระยะทางระหว่างความฝันกับความจริงไม่ได้ห่างกันอย่างที่เรากลัว บางทีวันพรุ่งนี้ ก่อนที่คุณจะบ่น ลองสำรวจดูใหม่ว่า มีฝันใดที่คุณอาจจะทำให้มันเปลี่ยนชีวิตคุณไปในทางที่ดีขึ้นได้บ้าง และอย่างที่เล่าจื้อบอก "การเดินทางไกลหมื่อลี้เริ่มต้นที่กาวแรก"
ความอึด : เอดิสันบอกว่า "Genius is one percent inspiration and ninety-nine percent perspiration." (อัจฉริยภาพคือหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของแรงบันดาลใจ และอีก 90% เป็นของการทำงานอย่างหนักหน่วง) เบื้องหลังความสำเร็จและงานสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่อัจฉริยภาพ หรือพรสวรรค์ หากคือความอึด
งานยิ่งยาก ผลสำเร็จยิ่งน่าภูมิใจ
ขำขันเรื่องหนึ่งเล่าว่า ชายคนหนึ่งตั้งใจว่ายข้ามแม่น้ำสายใหญ่ เมื่อว่ายไปถึงกลางลำน้ำ เขาเกิดท้อใจ และว่ายน้ำกลับมาที่จุดตั้งต้นอย่างปลอดภัย.. คนจำนวนมากไปไม่ถึงความฝัน มิใช่เพราะพวกเขาด้อยกว่าคนอื่น หากเพราะพวกเขาทิ้งความอดทนไว้กลางทางต่างหาก
รอยเท้าเล็กๆ ของเราเอง : การลอกเลียนเพื่อการศึกษาและพัฒนาไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่การก๊อปปี้อย่างหลับหูหลับตาเท่ากับเป็นการส่งเสริมความสำเร็จของต้นแบบ และตอกย้ำว่าตัวเองเป็นเพียง "สาขาย่อย" เท่านั้น บางคนอาจลืมไปว่า ถึงจะลอก ก็ยังต้องออกแรง ยิ่งพยายามกลบเกลื่อนร่องรอยจากต้นแบบมากเท่าใด ก็ยิ่งต้องเหนื่อยมากเท่านั้น
การเลียนเพื่อรู้เป็นเรื่องดี แต่การรู้เพื่อเลียนไม่ใช่
โลก หมุนไม่หยุดเพราะมีคนกลุ่มหนึ่งพยายามวิ่งหนีเงาของตนเอง ไปข้างหน้า คนพันธุ์นี้เชื่อว่ามีอะไรใหม่ ๆ รอให้สร้างอยู่เสมอ ไม่มีวันหมด นี่จึงทำให้การสร้างสรรค์มีความหมาย หากไม่สามารถสร้างรอยเท้าของตนเองได้ ก็มิยอมเหยียบบนรอยเท้าของคนอื่น รอยเท้าของตนเองถึงจะจาง แต่ก็เป็นรอยเท้าของเราเอง ย่างก้าวของเราถึงจะสั้นและช้า แต่ก็เป็นก้าวของเราเอง
ไส้เดือนกับมังกร : โลก หมุนไปข้างหน้าด้วยแรงคนฉลาด แต่ก็ถูกถ่วงรั้งด้วยขยะของการคดโกงที่ซ่อนอยู่ในรูปของความฉลาด เด็ก ๆ ซึมซับตัวอย่างจากนิทาน ผู้ใหญ่หลายคนเรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จ โดยไม่นำพาถึงวิธีการ ทว่าผู้มีปัญญาย่อมรู้ความแตกต่างระหว่างไส้เดือนกับพญามังกร
ความคิดที่ว่า ตนเองไม่สามารถประสบความสำเร็จในชีวิต
หากไม่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย
ลอกคราบจากภายใน : คนที่ถูกดูดเข้าไปในอยู่ในใจกลางของพายุหมุนมองไม่เห็นตัวพายุ สุภาษิต ฝรั่งว่า "ความงามอยู่ในสายตาของผู้มอง" คนผิวขาวงามอย่างคนผิวขาว ผิวเหลืองงามอย่างผิวเหลือง ผิวดำก็งามอย่างผิวดำ น่าเสียดายที่หลายคนเลือกที่จะยืมสายตาของคนอื่น แทนที่จะใช้สายตาของตัวเอง ชี้นกเป็นไม้ก็เชื่อ ชี้ไม้เป็นนกก็เชื่อ วุฒิภาวะเกิดจากการลอกคราบจากภายใน ไม่ใช่การปกปิดเปลือกภายนอก
มาสาย-กลับดึก : ผมรู้ความจริงภายหลังว่า คนจำนวนมากไม่ยอมออกจากสำนักงานตรงเวลา เพื่อแสดงให้เจ้านายเห็นว่า ตนเองขยันขันแข็ง ยิ่งอยู่ดึก ยิ่งเป็นพนักงานตัวอย่าง เสียสละเพื่อองค์กร น่ายกย่องชมเชย บ่อยครั้งมีผลถึงการได้รับโบนัสตอนท้ายปี เนื่องจากเจ้านายมักเห็นหน้าเห็นตาใครคนนั้นหลังเวลาเลิกงานแล้วเสมอ หากไม่เคยทำงานในต่างประเทศมาก่อน ผมอาจเข้าร่วมวงไพบูลย์ "มาสายกลับดึก" ด้วย แต่หลายปีในชีวิตการทำงานในประเทศที่มีประสิทธิภาพในการจัดการที่สุด ทำให้เห็นค่าเวลาทุกนาทีในชีวิต ผมกลับมองว่าคนที่อยู่ดึกเป็นประจำ คือพวกไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถทำงานให้เสร็จทันเวลา จึงต้องอยู่ดึก ยิ่งทำงานมากชั่วโมงยิ่งแสดงถึงการทำงานโดยไม่มีการวางแผน ไม่มองภาพรวม ลองคิดดู การอยู่ดึกเพื่อทำงานพิเศษหนึ่งคืนหมายถึงค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เครื่องปรับอากาศทำงานมากขึ้น ค่าทะนุบำรุงสูงขึ้น ผลกระทบต่อคนทำงานคือพักผ่อนน้อยกว่าที่ควรเป็น ยิ่งอยู่ดึก ประสิทธิภาพของงานในวันถัดไปยิ่งตกต่ำลง
ปริมาณเวลาในการทำงานชิ้นหนึ่งไม่ได้เป็นสัดส่วนกับคุณภาพของผลงานเสมอไป บ่อยครั้งเป็นปฏิภาคกัน หลายครั้งงานที่ให้เวลาน้อยกลับออกมาดีกว่างานที่ให้เวลามาก คนเก่งไม่เรื่องมาก คนฉลาดจริงไม่มากเรื่อง
ไม้ผลัด : ความ ล้มเหลวมักทิ้งเชื้อของความสำเร็จไว้เสมอ ธอมัส เอดิสัน บอกเสมอเมื่อการทดลองของเขาล้มเหลวว่า "ผมไม่ได้ล้มเหลวสักหน่อย ผมเพิ่งค้นพบกว่าหมื่นวิธีที่ไม่สำเร็จ" บางทีก่อนที่เราจะสาปแช่งความล้มเหลวของเราในวันนี้ ลองมองว่ามันอาจเป็นรากฐานของความสำเร็จในวันพรุ่งนี้ แม้ว่าเราไม่ได้ยืนอยู่ที่นั่นในวันนั้นก็ตาม แต่เราก็ภูมิใจได้ว่าความล้มเหลวของเราเป็นรากฐานของความสำเร็จที่จะเกิด ขึ้นในวันหนึ่ง
รวมทุกประโยคที่มีความหมายที่ผมประทับใจจากหนังสือเล่มนี้ครับ..
บอกรักแม่ : เมื่อคุณรักใครก็ควรแสดงออกให้เขารู้ แต่ไม่ช้าเกินไปที่จะบอกคนอื่นๆ ว่า ไปเยี่ยมแม่ของคุณในวันนี้ บอกรักของคุณเสียก่อนที่แม่ของคุณจะไม่ได้ยินคำบอกรักนั้น
บางสิ่งบางอย่างในโลกเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
ความฝัน : เคยสังเกตไหมว่า เมื่อเรายังเด็กความฝันมักสร้างสรรค์กว่าเมื่อเราโตขึ้น เพราะสมองของเด็กน้อยยังไม่ถูกโลกของความจริงโหมกระหน่ำว่า นี่เป็นไปไม่ได้ นั่นก็เป็นไปไม่ได้ ความสวยงามของความฝันที่ดีคือมันเปลี่ยนชีวิตผู้ที่ฝันได้ และก็เปลี่ยนชีวิตของทั้งมนุษยชาติไปในทางที่ดีขึ้นได้
บางทีระยะทางระหว่างความฝันกับความจริงไม่ได้ห่างกันอย่างที่เรากลัว บางทีวันพรุ่งนี้ ก่อนที่คุณจะบ่น ลองสำรวจดูใหม่ว่า มีฝันใดที่คุณอาจจะทำให้มันเปลี่ยนชีวิตคุณไปในทางที่ดีขึ้นได้บ้าง และอย่างที่เล่าจื้อบอก "การเดินทางไกลหมื่อลี้เริ่มต้นที่กาวแรก"
ความอึด : เอดิสันบอกว่า "Genius is one percent inspiration and ninety-nine percent perspiration." (อัจฉริยภาพคือหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของแรงบันดาลใจ และอีก 90% เป็นของการทำงานอย่างหนักหน่วง) เบื้องหลังความสำเร็จและงานสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่อัจฉริยภาพ หรือพรสวรรค์ หากคือความอึด
งานยิ่งยาก ผลสำเร็จยิ่งน่าภูมิใจ
ขำขันเรื่องหนึ่งเล่าว่า ชายคนหนึ่งตั้งใจว่ายข้ามแม่น้ำสายใหญ่ เมื่อว่ายไปถึงกลางลำน้ำ เขาเกิดท้อใจ และว่ายน้ำกลับมาที่จุดตั้งต้นอย่างปลอดภัย.. คนจำนวนมากไปไม่ถึงความฝัน มิใช่เพราะพวกเขาด้อยกว่าคนอื่น หากเพราะพวกเขาทิ้งความอดทนไว้กลางทางต่างหาก
การใช้ชีวิตก็เหมือนการเล่นว่าวกลางสายลมแรง
คุณไม่มีเวลามาเปิดตำราว่าต้องทำอย่างไร
ความยาวของหนึ่งวินาที : ไอน์สไตน์เคยบอกว่า หัวใจของทฤษฎีสัมพันทภาพของเขานั่นอธิบายได้ด้วยการเปรียบเทียบดังนี้ "วางมือของคุณบนเตาร้อนหนึ่งนาที มันดูยาวเหมือนหนึ่งชั่วโมง นั่งกับสาวสวยหนึ่งชั่วโมง มันสั้นแค่นาทีเดียว" เราก็อาจใช้เวลาอย่างมีประโยชน์กว่านี้ หากเรารู้ว่าเวลาแต่ละหนึ่งวินาทีนั้นเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว อย่าอ้างว่าเวลาน้อยทำงานอะไรไม่ได้เวลาหนึ่งนาทีของผึ้งสามารถดูดน้ำหวานจากดอกไม้กลับบ้าน
หนึ่งนาทีของมดสามารถขนเมล็ดข้าวที่หนักกว่าตัวมันไปไกลโข
หนึ่งนาทีของปลวกสามารถสร้างรังของมันให้สูงขึ้น
หนึ่งนาทีของแมลงมุมสามารถถักทอรังของมันเป็นรูปเป็นร่าง
สายรุ้ง : คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ในอดีตทำงานหนัก คนเหล่านั้นในส่วนลึกภูมิใจในตนเองใบไม้เก่าร่วงหล่นจากต้นสู่โคนเพื่อเป็นปุ๋ยให้ตัวมันเอง
ประสบการณ์ที่เลวร้ายในชีวิตเป็นอาหารวิเศษให้เราเจริญเติบโตขึ้น
คนทุกคนในโลกสามารถเป็นครูของเรา
เติมน้ำใสใส่หัวใจ : ภาษิตฝรั่งบอกว่า Don't wait unit people are dead to give them flowers. (รู้จักชมคนบ้าง เพราะบางครั้งการชมผู้อื่นมีค่ามากกว่าสินจ้างรางวัล) การบอกรักผู้อื่น โดยไม่ต้องรอโอกาสพิเศษคือความพิเศษอย่างหนึ่ง ชีวิตมีความงดงามก็ตรงที่เรารู้จักเติมน้ำดีใส่ลงไปในหัวใจอยู่เรื่อยๆรอยเท้าเล็กๆ ของเราเอง : การลอกเลียนเพื่อการศึกษาและพัฒนาไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่การก๊อปปี้อย่างหลับหูหลับตาเท่ากับเป็นการส่งเสริมความสำเร็จของต้นแบบ และตอกย้ำว่าตัวเองเป็นเพียง "สาขาย่อย" เท่านั้น บางคนอาจลืมไปว่า ถึงจะลอก ก็ยังต้องออกแรง ยิ่งพยายามกลบเกลื่อนร่องรอยจากต้นแบบมากเท่าใด ก็ยิ่งต้องเหนื่อยมากเท่านั้น
การเลียนเพื่อรู้เป็นเรื่องดี แต่การรู้เพื่อเลียนไม่ใช่
โลก หมุนไม่หยุดเพราะมีคนกลุ่มหนึ่งพยายามวิ่งหนีเงาของตนเอง ไปข้างหน้า คนพันธุ์นี้เชื่อว่ามีอะไรใหม่ ๆ รอให้สร้างอยู่เสมอ ไม่มีวันหมด นี่จึงทำให้การสร้างสรรค์มีความหมาย หากไม่สามารถสร้างรอยเท้าของตนเองได้ ก็มิยอมเหยียบบนรอยเท้าของคนอื่น รอยเท้าของตนเองถึงจะจาง แต่ก็เป็นรอยเท้าของเราเอง ย่างก้าวของเราถึงจะสั้นและช้า แต่ก็เป็นก้าวของเราเอง
ไส้เดือนกับมังกร : โลก หมุนไปข้างหน้าด้วยแรงคนฉลาด แต่ก็ถูกถ่วงรั้งด้วยขยะของการคดโกงที่ซ่อนอยู่ในรูปของความฉลาด เด็ก ๆ ซึมซับตัวอย่างจากนิทาน ผู้ใหญ่หลายคนเรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จ โดยไม่นำพาถึงวิธีการ ทว่าผู้มีปัญญาย่อมรู้ความแตกต่างระหว่างไส้เดือนกับพญามังกร
ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่จากโชค
ไม่น่าภูมิใจเท่าความสำเร็จเล็กน้อยด้วยมือของเรา
ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยไม่ใช่ความล้มเหลว ความล้มเหลวคือความคิดที่ว่า ตนเองไม่สามารถประสบความสำเร็จในชีวิต
หากไม่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย
ลอกคราบจากภายใน : คนที่ถูกดูดเข้าไปในอยู่ในใจกลางของพายุหมุนมองไม่เห็นตัวพายุ สุภาษิต ฝรั่งว่า "ความงามอยู่ในสายตาของผู้มอง" คนผิวขาวงามอย่างคนผิวขาว ผิวเหลืองงามอย่างผิวเหลือง ผิวดำก็งามอย่างผิวดำ น่าเสียดายที่หลายคนเลือกที่จะยืมสายตาของคนอื่น แทนที่จะใช้สายตาของตัวเอง ชี้นกเป็นไม้ก็เชื่อ ชี้ไม้เป็นนกก็เชื่อ วุฒิภาวะเกิดจากการลอกคราบจากภายใน ไม่ใช่การปกปิดเปลือกภายนอก
มาสาย-กลับดึก : ผมรู้ความจริงภายหลังว่า คนจำนวนมากไม่ยอมออกจากสำนักงานตรงเวลา เพื่อแสดงให้เจ้านายเห็นว่า ตนเองขยันขันแข็ง ยิ่งอยู่ดึก ยิ่งเป็นพนักงานตัวอย่าง เสียสละเพื่อองค์กร น่ายกย่องชมเชย บ่อยครั้งมีผลถึงการได้รับโบนัสตอนท้ายปี เนื่องจากเจ้านายมักเห็นหน้าเห็นตาใครคนนั้นหลังเวลาเลิกงานแล้วเสมอ หากไม่เคยทำงานในต่างประเทศมาก่อน ผมอาจเข้าร่วมวงไพบูลย์ "มาสายกลับดึก" ด้วย แต่หลายปีในชีวิตการทำงานในประเทศที่มีประสิทธิภาพในการจัดการที่สุด ทำให้เห็นค่าเวลาทุกนาทีในชีวิต ผมกลับมองว่าคนที่อยู่ดึกเป็นประจำ คือพวกไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถทำงานให้เสร็จทันเวลา จึงต้องอยู่ดึก ยิ่งทำงานมากชั่วโมงยิ่งแสดงถึงการทำงานโดยไม่มีการวางแผน ไม่มองภาพรวม ลองคิดดู การอยู่ดึกเพื่อทำงานพิเศษหนึ่งคืนหมายถึงค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เครื่องปรับอากาศทำงานมากขึ้น ค่าทะนุบำรุงสูงขึ้น ผลกระทบต่อคนทำงานคือพักผ่อนน้อยกว่าที่ควรเป็น ยิ่งอยู่ดึก ประสิทธิภาพของงานในวันถัดไปยิ่งตกต่ำลง
ปริมาณเวลาในการทำงานชิ้นหนึ่งไม่ได้เป็นสัดส่วนกับคุณภาพของผลงานเสมอไป บ่อยครั้งเป็นปฏิภาคกัน หลายครั้งงานที่ให้เวลาน้อยกลับออกมาดีกว่างานที่ให้เวลามาก คนเก่งไม่เรื่องมาก คนฉลาดจริงไม่มากเรื่อง
ความรักธรรมชาติมิได้หมายถึงการเดินทางไกลไปชม
สวนใหญ่โต มิใช่การเกลือกกลิ้งบนผืนทราบขาวริมทะเล
หรือการเดินทางขึ้นยอดภูเพื่อชมโลก
ความรักธรรมชาติอาจเป็นเพียงการดูเศษใบไม้ที่ร่วงหล่นตามทาง
การดูซากร่วงโรยของสรรพสิ่ง และสามารถพิศวง
ถึงความงามของความจริง
งานทรมานกับงานในฝัน : งาน ทรมานมักไม่มีอนาคต เพราะคนทำไม่ใส่หัวใจเข้าไปในงาน งานในฝันเกิดขึ้นได้ยาก หากเห็นงานที่ทำเป็นงานทรมานหรือเป็นฐานชั่วคราวสำหรับกระโดดไปสู่ที่ทำงาน ใหม่ คนส่วนมากฝันอยากได้งานในฝัน แต่ไม่ยอมลงทุนแรงและหัวใจ งานในฝันคือความต่อเนื่อง บ่อยครั้งมันไม่หยุดแม้เลยกำหนดเวลาทำงานไปแล้ว งานทุกชิ้นที่เราทำ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ทับถมกันเป็นประสบการณ์ ยิ่งทำมากประสบการณ์ยิ่งเข้มข้นตรึงแน่นในวิญญาณของคุณ ไม่มีใครแย่งเอาประสบการณ์ไปจากคุณได้
ของใหม่ : การยึดติดกับสิ่งของอาจไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เพราะหาของใหม่มาทดแทนได้เสมอ แต่การติดยึดกับตัวตนแก้ยากกว่านัก ความ เก่าความแก่ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย ความงามมิใช่เกิดจากภายนอกอย่างเดียว สรรพสิ่งย่อมต้องสลายไป แก่ก็งดงามอย่างแก่ได้ การไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงจาก "ของใหม่" ไปสู่ "ของเก่า" จึงเท่ากับเป็นการใช้ชีวิต "ใหม่" ทุกวันเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ และไม่ว่าจะดิ้นรนอย่างไร ท้ายที่สุดก็พบว่าหนีสัจธรรมแห่งการเปลี่ยนแปลงไปไม่พ้น
อภัยทาน : เมื่อประสบเรื่องที่คนอื่นทำให้ตนเจ็บปวด บางคนเลือกที่จะลืม บางคนอาฆาตไว้จนวันตาย หากสามารถปล่อยวางความโกรธแค้นนี้ได้เร็วเท่าใด ความเสียหายรวมก็ลดลงเท่านั้น และเครื่องมือที่ทำให้เราสามารถปล่อยวางก็มีเพียงชนิดเดียวคือ การให้อภัย การให้อภัยจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ "ถูก" ที่สุด มหาตมะ คานธี ผู้ที่ทั้งชีวิตประสบแต่การถูกทำร้ายทั้งกายและใจ เรียนรู้ว่า ระบบตาต่อตา ฟันต่อฟันไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น ท่านกล่าวว่า "คนอ่อนแอไม่สามารถให้อภัยใคร การให้อภัยเป็นคุณสมบัติของคนเข้มแข็ง"
ของใหม่ : การยึดติดกับสิ่งของอาจไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เพราะหาของใหม่มาทดแทนได้เสมอ แต่การติดยึดกับตัวตนแก้ยากกว่านัก ความ เก่าความแก่ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย ความงามมิใช่เกิดจากภายนอกอย่างเดียว สรรพสิ่งย่อมต้องสลายไป แก่ก็งดงามอย่างแก่ได้ การไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงจาก "ของใหม่" ไปสู่ "ของเก่า" จึงเท่ากับเป็นการใช้ชีวิต "ใหม่" ทุกวันเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ และไม่ว่าจะดิ้นรนอย่างไร ท้ายที่สุดก็พบว่าหนีสัจธรรมแห่งการเปลี่ยนแปลงไปไม่พ้น
อภัยทาน : เมื่อประสบเรื่องที่คนอื่นทำให้ตนเจ็บปวด บางคนเลือกที่จะลืม บางคนอาฆาตไว้จนวันตาย หากสามารถปล่อยวางความโกรธแค้นนี้ได้เร็วเท่าใด ความเสียหายรวมก็ลดลงเท่านั้น และเครื่องมือที่ทำให้เราสามารถปล่อยวางก็มีเพียงชนิดเดียวคือ การให้อภัย การให้อภัยจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ "ถูก" ที่สุด มหาตมะ คานธี ผู้ที่ทั้งชีวิตประสบแต่การถูกทำร้ายทั้งกายและใจ เรียนรู้ว่า ระบบตาต่อตา ฟันต่อฟันไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น ท่านกล่าวว่า "คนอ่อนแอไม่สามารถให้อภัยใคร การให้อภัยเป็นคุณสมบัติของคนเข้มแข็ง"
เคยเห็นผึ้งฆ่าตัวตายไหม
เคยได้ยินมดบ่นไหม
เคยได้ยินนกนินทาชาวบ้านไหม
หรือว่าพวกมันรู้ว่ามีเวลาเหลือบนโลกนี้เพียงเล็กน้อย
จึงไม่ยอมไปเสียเวลาทำเรื่องไร้ความหมาย
"ช่างมัน ฉันไม่แคร์" : หลาย คนกวาดความปรารถนาหลายอย่างในชีวิตเข้าไปซ่อนใต้พรมความคิด เพราะความต้องการเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ผิด หลายคนไม่กล้าทำอะไร เพราะถูกค้ำคอด้วยข้อบังคับนานาประการ ตั้งแต่ค่านิยมของสังคม ศีลธรรม ความกลัว ความละอาย ไปจนถึงชื่อเสียง เกียรติยศที่สร้างสมมา บางครั้งชีวิตอาจมีความสุขขึ้นเมื่อเราสามารถปัดฝุ่น ใต้พรมออกบ้าง ละวางความคิดความเชื่อความกลัวบางอย่าง โดยการเอ่ยว่า "ช่างมัน ฉันไม่แคร์" ไม้ผลัด : ความ ล้มเหลวมักทิ้งเชื้อของความสำเร็จไว้เสมอ ธอมัส เอดิสัน บอกเสมอเมื่อการทดลองของเขาล้มเหลวว่า "ผมไม่ได้ล้มเหลวสักหน่อย ผมเพิ่งค้นพบกว่าหมื่นวิธีที่ไม่สำเร็จ" บางทีก่อนที่เราจะสาปแช่งความล้มเหลวของเราในวันนี้ ลองมองว่ามันอาจเป็นรากฐานของความสำเร็จในวันพรุ่งนี้ แม้ว่าเราไม่ได้ยืนอยู่ที่นั่นในวันนั้นก็ตาม แต่เราก็ภูมิใจได้ว่าความล้มเหลวของเราเป็นรากฐานของความสำเร็จที่จะเกิด ขึ้นในวันหนึ่ง
หากไม่มีกลางคืน หิ่งห้อยคงไมม่สามารถเปล่งแสงแสนสวยออกมาให้เราชม
หากไม่มีอุปสรรค เราก็คงไม่มีวันใช้ขีดความสามารถของเราถึงที่สุด
งานใหญ่กับงานยิ่งใหญ่ : ไม่ทุกคนในโลกที่สามารถทำงานใหญ่ แต่เราทุกคนสามารถทำงานเล็กด้วยพลังกายใจเดียวกับการทำงานใหญ่พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ก็ตกใหม่อีก
มนุษย์ทุกคนล้วนมีความฝัน แต่หลายคนผ่านมาครึ่งชีวิตก็ไม่อาจทำฝันให้เป็นจริง อุปสรรคของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ของบางคนคือความกลัว ของอีกบางคนคือความท้อแท้ ความเศร้าหมอง ความเบื่อหน่าย
เหล่านี้คือเชื้อโรคแห่งอารมณ์ที่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระในหัวใจ บางคนกวาดขยะเข้าไปซ่อนไว้ใต้พรม หลับตาลืมมันเสีย แต่ทุกครั้งที่ลืมตา ปัญหาก็รออยู่ตรงหน้าเราเช่นเดิม นานวันเข้าขยะที่เก็บสะสมไว้ก็เน่าเหม็น
มองไปรอบตัว เราหกพันล้านคนอาศัยร่วมโลกยุคที่พัฒนาที่สุดยุคหนึ่ง แต่ยิ่งเรามีพร้อมแทบทุกอย่าง กลับยิ่งดูเศร้าหมอง ไร้สุข
ชีวิตที่ดีกับชีวิตที่หม่นหมองต่างกันด้วยคำๆ เดียว ทัศนคติ
ทัศนคติที่ดีคือการไม่ยอมแพ้เมื่อหกล้ม ลุกขึ้นมาก้าวเดินไปข้างหน้า สร้างรอยเท้าของตนให้ปรากฏบนผืนโลก เพราะแม้จะจางและเล็ก แต่ก็เป็นรอยเท้าของเราเอง
รอยเท้าเล็กๆ ของเราเอง เล่มนี้เป็นหนังสือเสริมกำลังใจ เพราะชีวิตยังมีความหมาย และเพราะใจของคนเราก็เช่นเดียวกับเครื่องยนต์ ต้องทำความสะอาด เปลี่ยนน้ำมันเครื่องสม่ำเสมอ
แวะเว็บไซต์ วินทร์ เลียววาริณ ได้ที่
winbookclub.com

ผมมาทิ้งร่องรอย (รอยเท้าเล็ก ๆ)
เพราะชอบงานและชีวิตพี่วินทร์
พี่วินทร์ใจดีและน่ารักมากครับ
ชอบผลงานและการดำเนินชีวิตของท่านมากมายเช่นกันค่ะ
หากไม่มีกลางคืน หิ่งห้อยคงไมม่สามารถเปล่งแสงแสนสวยออกมาให้เราชม
หากไม่มีอุปสรรค เราก็คงไม่มีวันใช้ขีดความสามารถของเราถึงที่สุด