....ไม่มีจุดที่อยู่ตรงกลางระหว่าง ความดีกับความเลว ระหว่างธรรมะกับอธรรม ระหว่างความยุติธรรมกับอยุติธรรม ระหว่างวิชชา (ปัญญา) กับอวิชชา....

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>

           สังคมแตกแยก หรือคนในสังคมแตกแยก?  การที่เราแตกต่างกันทางความคิด ผมว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ไหนแต่ไร คนไทยก็คิดไม่เหมือนกันอยู่แล้ว  คำถามตอนนี้จึงอยู่ที่ว่า...น่าจะต้องเลือกข้างหรือไม่? 

          คำแนะนำของผู้ใหญ่หลายท่านในบ้านเมืองออกมาคล้ายๆ กัน ....ท่านชี้แนะว่าน่าจะต้องเลือกข้าง จะวางตัวเป็นกลางต่อไปไม่ได้แล้ว ...ทำให้ผมนึกไปถึงช่วงหลังเหตุการณ์ 9/11 ที่ประธานาธิบดีบุชออกมาพูดกับชาวโลกในทำนองที่ว่า ถ้าไม่เลือกอยู่ข้างอังกฤษและอเมริกา ก็จะถือว่าประเทศนั้นๆ เลือกที่จะอยู่ข้างบินลาดิน        

          โปรดสังเกตให้ดี ผู้ที่แนะให้เลือกข้างมักจะอ้างเสมอว่า... ไม่มีจุดที่อยู่ตรงกลางระหว่าง ความดีกับความเลว ระหว่างธรรมะกับอธรรม ระหว่างความยุติธรรมกับอยุติธรรมระหว่างวิชชา (ปัญญา) กับอวิชชา ...จะเห็นได้ว่าสิ่งที่กล่าวมานี้ เป็นสิ่งที่มีลักษณะตรงข้ามกัน เช่น เมื่อใดมีอวิชชา ก็แสดงว่าช่วงนั้นปัญญาหดหายไป หรือว่าเมื่อใดไร้ซึ่งความยุติธรรม ก็แสดงว่าอยุติธรรมกำลังเข้าครอบงำ ....สิ่งเหล่านี้เป็นสภาวะที่มาพร้อมกันเป็นคู่ (duality) 

          คือถึงแม้จะแตกต่างกัน แต่ก็เป็น "สมมติบัญญัติ" ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน  เป็นเพราะมีกลางวัน จึงมีกลางคืน เพราะมีสิ่งที่เราเรียกว่าเป็นความดี จึงมีสิ่งที่เราเรียกว่าความเลว ....มันก็เหมือนกับหยินและหยาง ที่แตกต่างแต่มาคู่กัน เรียกได้ว่าเป็นของสองสิ่ง และก็เป็นสิ่งเดียวกันด้วย 

          ผมเชื่อว่าถ้าเราสามารถรักษาสภาวะจิตใจให้คงความเป็นกลางไว้ได้ คือสามารถวางใจให้เป็นธรรม(ดา)ได้...เราก็คงจะได้เห็น และเข้าใจสภาวะธรรมตามที่เป็นจริงได้ โดยไม่ต้องไปกลุ่มใจ...ว่าจะเลือกอยู่กับฝ่ายไหนดี??

       

</span></span>