ต้นทุนทางปัญญา
     ได้รู้จักต้นโบง  หรือ โบงครั้งแรกตอนที่เด็ก ๆ  ทำโครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง  "โครงการใช้วัสดุธรรมชาติทดแทนวัสดุเพาะชำจากพลาสติก"  ซึ่งมีจุดม่งหมายที่จะนำเอาวัสดุจากธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถ่น  ของเขาเองที่มีคุณสมบัติเหมาะสมโดยได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์  (ทบทวนเอกสารจากตัวคน)  จากผู้รู้จากชุมชนท้องถ่นของเขาเอง

               วัสดุที่เขาเลือกคือขี้วัว  และขี้ควาย ผลการทดลองความเหนียว  และความคงทนไม่ต่างกันมากแต่ชิ้นงานที่ผลิตขึ้นความคงทนความเหนียวยังไม่ถึงขั้นที่จะทำเป็นผลิตภัณฑ์ในระดับมาตรฐานได้  แต่สามารถทำใช้ในครัวเรือนได้   ลุงสมาน  ปิยวงศ์  ผู้รู้ของชุมชนที่มีความรู้และทักษะทางต้นไม้และป่าไม้  ได้แนะนำให้ใช้เปลือกของต้นบง  มาตากแห่งและบดให้ละเอียด  ผสมน้ำพอให้เหนียวแล้วมาขึ้นรูปตามแบบที่ต้องการ  เช่นเป็นกระถางหรือโอ่งเล็ก  ๆ  เป็นแก้ว  ถ้วย  ชาม  เมื่อปล่อยให้แห้งแล้วจะแข็งและเหนียวมาก  มีการทดลองเบื้องต้นพบว่า  มีคุณสมบัติกึ่งปูนซิเมนต์กับกาวลาเท็ก  สามารถกันน้ำได้ดีมาก  ที่สำคัญเป็นวัสดุหลักเบื้องต้นในการผลิตผลิตภัณฑ์  ที่ใช้ในชี่วิตประจำวัน  วัสดุชิ้นเล็ก  ๆ  สามารถขึ้นรูปได้เลย  แต่ถ้าชิ้นใหญ่ขึ้นมาชาวบ้าน  จะใช้ไม้ไผ่สานเป็นโครงร่างก่อนแล้วใช้เปลือกโบงที่บดตากแห้งผสมน้ำ  แล้วมาเป็นตัวเคลือกบเป็นตัวประสานแทนปูนซิเมนต์

                 ผลิตตภัณฑ์เหล่านี้ สามารถรองน้ำฝน  น้ำใช้  ได้อย่างสบาย  แต่ปัจจุบัน ปัญหาป่าไม้ถูกทำลายต้นโบงหายาก  มีอยู่ในท้องถิ่นไม่กี่ต้น  และมีแนวคิดที่จะอนุรักษ์ไว้  ลูกศิษย์ที่เรียนอยู่ที่จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย  อาษาที่จะขยายพันธ์โดยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อให้ชาวบ้านที่สนใจนำไปปลูก  จะได้เป็นทุนกับลูกหลานต่อไป