คนทำงาน R2R มีเรื่องหลายเรื่องที่คาใจ โดยเฉพาะคนที่เริ่มจากคำว่าวิจัย

นอกจากเรื่องระเบียบวิธีวิจัยที่ผมว่าไปเมื่อคราวที่แล้ว ก็จะเป็นเรื่องเงินๆทองๆ

เพราะโดยทั่วไป เวลาจะทำวิจัยคนมักจะพูดต่อไปว่าขาดการสนับสนุน ถ้าถามต่อว่าขาดการสนับสนุนอะไรก็มักจะบอกว่าขาดงบประมาณ

ในการประชุมสมาชิก R2R หลากโรงพยาบาลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีการยกเรื่องนี้มา ลปรร  กัน  

ปรากฏว่าี ประสบการณ์แต่ละแห่งไม่ค่อยต่างกัน คือถ้าเริ่มจากการทำเพื่อพัฒนางาน มักจะต้องการเงินไม่มาก และว่าไปแล้วก็มักจะใช้จากงบประมาณมนการทำงานที่มีอยู่ได้ ไม่ต้องแยกเป็นงบวิจัยต่างหาก

แต่ที่เหมือนกันอีกอย่างคือเมื่อไรที่มองว่าเป็นงานวิจัยก็จะมีการเขียนโครงการ พร้อมกับเสนองบประมาณเพื่อการวิจัย ซึ่งคำถามอื่นๆก็จะตามมาทันที เช่น ควรของบประมาณค่าตอบแทนนักวิจัยหรือไม่ ถ้าต้องเก็บข้อมูล ควรเก็บเองแล้วไม่ต้องของบประมาณ  หรือควรของบประมาณ ทั้งที่ทำเอง เพราะยังไงก็เป็นค่าใช้จ่ายในงานวิจัยที่ต้องมีการลงทุน และบางทีจะช่วยให้คนทำงานเอาเงินที่ได้ไปจ้างคนมาช่วยเก็บข้อมูล ประหยัดเวลาทำให้มีโอกาสทำวิจัยได้ดีขึ้น

ยังมีอีกหลายชุดประสบการณ์และมุมมองว่าด้วยเรื่องเงินๆทองๆ พร้อมกับประสบการณ้ว่าแต่ละแหล่งเงินแตกต่างกันยังไง

หลายแห่งอิจฉาที่ศิริราชมีการตั้งงบประมาณเพื่อสนับสนุนการวิจัยในลักษณะ R2R แต่ก็ทราบดีว่าทางศิริราช เอาเรื่องงานประจำเป็นตัวกระตุ้น ให้บรรดาอาจารย์หันมาสนใจทำวิจัย โดยหวังว่าจะเป็นการผลิตงานวิชาการที่มีคุณภาพ สมกับที่เป็นรร แพทย์ ดังนั้นงบประมาณที่ได้มาก็มาพร้อมกับภาระ

ถ้าถามว่า รพอื่นๆมองเรื่องเงินๆทองๆสำหรับการทำวิจัย แบบ R2R ยังไง ผมคงไม่กล้าฟันธง แต่ดูเหมือนจะมีบางเสียงที่มองว่ามันก็เหมือนกับเรื่องอื่นๆที่ต้องขับเคลื่อนด้วยใจ พอมีเงินเข้ามาก็เริ่มยุ่ง

คนส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะมองว่า เรื่องที่ขับเคลื่อนด้วยใจอย่างเดียว จะไม่สามารถทำได้นาน และก็ขยายตัวได้ยาก การมีสิ่งสนับสนุนโดยเฉพาะเรื่องเงินๆทองๆ น่าจะช่วยให้การทำงานดีๆแบบนี้ ขยายตัวได้ดีขึ้น และมีการทำงานที่ต่อเนื่องยั่งยืนได้มากขึ้น

ปัญหาสำคัญอยู่ที่ว่าจะให้การสนับสนุนทางงบประมาณแบบไหนจึงจะได้ผลบวกมากกว่าผลลบ

เหมือนสั่งยาคนไข้ ถ้าสั่งยาแรงไป ก็จะเกิดผลข้างเคียง แต่ไม่ใช้ยาเลย บางทีการรักษาก็ไม่ได้ผลอย่างที่หวัง