กำเนิดชีวิต  ที่ไม่ต้องยื่นขอสถานะบุคคลกับใคร  ไม่ถูกจำกัดสิทธิ  ไม่ถูกกล่าวหา  เหลือเพียงชีวิตนี้สืบทอดมาจากกลุ่มชาติพันธุ์  เผ่าปกาเกอญอ  แห่งบ้านป่าละอู   โชคดีของชีวิตน้อยๆนี้จริงหรือ 

      วันนั้นได้มีโอกาสกลับเข้าไปช่วยงานทะเบียน กับอำเภออีกครั้ง   ได้พบชาวบ้านที่มารอการเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร  ให้เป็นบุคคลสัญชาติไทย  จากการยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย  มาตรา 7 ทวิ ฯ   

       เด็กหญิงผกามาศ  จันทร์อุปถัมภ์   กำเนิดเกิดเมื่อวันศุกร์  ที่  28  กรกฎาคม  2549  ขึ้น  3  ค่ำ  เดือน  9  ปีจอ  สถานที่เกิดบ้านป่าละอู  เลขที่  139/ช  หมู่ที่  3  ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่  อำเภอหัวหิน  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  โดยมีหมอตำแหยหญิงชราเผ่าปกาเกอญอในหมู่บ้านเป็นผู้จัดการการกำเนิดให้     

       เด็กหญิงผกามาศ   เป็นบุตรคนแรกของ  นางสาวดอกพุ่น  จันทร์อุปถัมภ์  บุคคลสัญชาติไทย  ที่อดีตเคยถือบัตรประจำตัวชุมชนบนพื้นที่สูง  (บัตรสีเขียวขอบแดง  หรือ  ที่เรียกกันว่าบัตรชนกลุ่มน้อย)  โดยจากมารดาของ  เด็กหญิงผกามาศได้ทำการยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย   เมื่อปี พ.ศ.2547  ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการจังหวัดเมื่อ  7  กรกฎาคม  2548  ซึ่งได้รับการอนุมัติให้สัญชาติไทย  ตามมาตรา  7 ทวิฯ  โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  เมื่อวันที่  23  กุมภาพันธ์  2549      

       บิดาของเด็กหญิงผกามาศ  ชื่อ  นายลามะ   ใจเย็น   บุคคลสัญชาติกะเหรี่ยง   ซึ่งยังไม่มีโอกาสยื่นคำร้องเช่นเดียวกับภรรยา  เนื่องจากมีข้อเท็จจริงที่ยังไม่มีสิทธิยื่นขอสถานะ  โดยเข้าเมืองมาหลังวันที่  3  ตุลาคม  2528  เพียง   2  ปี   ตามเอกสารที่ระบุไว้ในทะเบียนประวัติชุมชนบนพื้นที่สูง  ซึ่งจัดทำประวัติไว้เมื่อ  พ.ศ.2542  นายลามะ  บิดาของเด็กหญิงผกามาศ  ยังคงเป็นบุคคลต่างด้าวที่ได้รับสิทธิอาศัยอยู่ในประเทศไทยชั่วคราว      

      เด็กหญิงผกามาศ  เกิดหลังจากที่ท่านรัฐมนตรีอนุมัติ  จึงได้รับสัญชาติไทยโดยผลอัตโนมัติของกฎหมาย  (ไม่รู้ว่าเขียนตรงหรือไม่  อันนี้คงต้องขอคำแนะนำในการเขียนเป็นภาษากฎหมายจากผู้ทรงคุณวุฒิ  กระมัง)  หรือเรียกว่ามีสัญชาติไทยโดยการเกิด  ก็อาจได้   ทำให้เด็กหญิงผกามาศ  มีเลขประจำตัวประชาชนที่ขึ้นต้นด้วยหมายเลข  (1)   ซึ่งเกิดจากมารดาที่มีเลขประจำตัวประชาชนหมายที่ขึ้นด้วยเลข  (8) - (0000)-  (76000) - (00) -  (0)  

    ที่กล่าวข้างต้นมาทั้งหมดนั้น  อาจให้ดูถึงขั้นตอนอันซับซ้อนของกระบวนการการมีสถานะเป็นบุคคลที่ถูกกฏหมาย  ในประเทศไทย  และเพียงอยากจะหยิบยกเด็กอีกชีวิตหนึ่ง  ที่เกิดก่อนที่ท่านรัฐมนตรีอนุมัติสัญชาติมารดาเพียงไม่กี่วัน  

     เด็กชายเอ็ม  (นามสมมุติ)  เกิดเมื่อวันที่  15  มกราคม  2549   เกิดที่หมู่บ้าน บ้านแพรกตะคร้อ  หมู่ที่  11  ตำบลบึงนคร  อำเภอหัวหิน  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์   ซึ่งเด็กชายเอ็ม  เกิดก่อนที่มารดาจะได้รับอนุมัติสัญชาติ ตามมาตรา 7 ทวิฯ  เมื่อวันที่  23  กุมภาพันธ์  2549  เช่นเดียวกันกับมารดาของ เด็กหญิงผกามาศ     

     ปัจจุบัน    เด็กชายเอ็ม    มีอาการป่วยเป็นไข้มาเลเลีย  ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที  แต่ถึงแม้   เด็กชายเอ็ม  มีเอกสารสูติบัตร  ที่เป็นหลักฐานเพียงชิ้นเดียว   แต่เพียงยังขึ้นต้นด้วยเลข  (7)  ที่สถานพยาบาลในเมืองไม่สามารถให้สิทธิตามโครงการ  ให้คนไทยห่างไกลโรคได้  ก็เพราะเพียง  เด็กชายเอ็ม ไม่มีสัญชาติไทย   มารดาของเด็กมีฐานะยากจน  จำต้องกู้ยืมเงินจากคนรู้จักที่พอมีเงินในละแวกบ้านมาเป็นค่ารักษา   

     ส่วนการช่วยเหลือให้มีสัญชาติตามกฎหมาย  เด็กชายเอ็ม    ต้องมาขอยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย  ตามมาตรา 7 ทวิฯ   กับทางอำเภอ  ที่ต้องผ่านการพิจารณาระดับอำเภอ และระดับจังหวัด กว่าจะไปถึงโต๊ะของท่านรัฐมนตรี   เด็กชายเอ็มก็ต้องเติบโตขึ้นทุกวัน  .......  แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะพ้นจากทุกข์ของไข้ป่าหรือเปล่า  

     อยากต้องการออกเสียงดังๆ  ให้มีการยืดหยุ่นกับช่วงรอยต่อระหว่างที่บิดาหรือมารดา  อยู่ระหว่างการยื่นคำร้องขอสถานะ   เด็กที่เกิดมาหลังจากการอนุมัติของรัฐมนตรี  อาจจะมีเกณฑ์กำหนดช่วงเวลาเพื่อที่จะลดขั้นตอนของช่วงรอยต่อนี้ได้  ทำอย่างไร หรือ    ออกเสียงดังๆ  ให้มีบุคคลที่มีเลขประชาชน  (6) , (7)  ได้รับสิทธิตามโครงการ  ให้ตนไทยห่างไกลโรค  ดีคะ  

     ช่วยมาคิดวิธีกันนะคะ  เพราะนุชเชื่อว่าไม่เฉพาะเพียง   เด็ก.......  (ที่ถูกชะตากรรมจากที่ใดไม่รู้มากำหนด)   แต่อีกหลายร้อยชีวิตที่เดียวที่ขณะเกิดอยู่ในลักษณะรอยต่อเช่นนี้