ในเรื่องเล่าที่ครูปอส่งเข้าร่วมนิทรรศการ “ชีวิตที่เรียนรู้ของครูเพลินฯ” ที่จัดขึ้นเมื่อปิดภาควิริยะ คุณครูปอ - วารุณี นิลพันธ์ ได้เล่าไว้ว่า
ในวัยเด็กมีความทรงจำดีๆ มากมาย ที่เกี่ยวข้องกับการมาโรงเรียน ดิฉันได้รับความรัก การดูแลใส่ใจจากผู้เป็นครูเป็นอย่างดี นี่อาจเป็นแรงผลักดันให้ดิฉันเลือกมาเป็นครู ตลอดเวลาของการเป็นครูเกือบ ๖ ปี ดิฉันได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองหลายสิ่งหลายอย่าง... และในปีนี้ก็เช่นเดียวกันดิฉันได้เรียนรู้กระบวนการอย่างหนึ่งที่สามารถพัฒนาได้ทั้งศักยภาพของลูกศิษย์ และพัฒนาวิชาชีพครูของตนเองควบคู่ไปพร้อมๆ กัน เขาเรียกๆ กันว่า Lesson Study กับ Open Approach
มาถึงภาคจิตตะ คุณครูปอเข้าร่วมกระบวนการเปิดชั้นเรียน ชั้นเรียนคณิตศาสตร์ ชั้น ๓ “ใช่เด็กที่เรารู้จักหรือนี่..ใช่เราหรือนี่ !” เป็นประโยคที่คุณครูปอทิ้งท้ายไว้ เมื่อคราวสะท้อนผลหลังสอนร่วมกันกับวง
...ใช่เราหรือนี่ ไม่น่าเชื่อว่าจะใช่เรา สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำ Open Classคือกระบวนการที่วงเข้ามาช่วยกันทำให้รู้ว่าแต่ละแผนเป็นเหมือนบันไดแต่ละขั้น ครูต้องเริ่มหัดประเมินเด็กโดยนำเอาประสบการณ์ของความเป็นครูมาช่วย ทำให้มองเห็นเด็ก เห็นความหลากหลาย เห็นความพยายามที่จะสื่อสาร พวกเขาพร้อมอยู่แล้ว แต่เราต้องเข้าไปช่วยให้เขาเจิดจรัสขึ้นมา ครูคือคนที่ช่วยดึงความสามารถของเขาขึ้นมา
วันที่มาร่วมสรุปประสบการณ์กับวงคุณครูที่เปิดชั้นเรียนด้วยกัน คุณครูปอแบ่งปันการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับตนเองว่า
...ก่อนนี้ไม่มีประเด็นในการมองแผน มองชั้นเรียน เมื่อได้ Open Class ก็เห็นความสำคัญ และรู้ว่าจะกลับไปสะท้อนการทำงานของตัวเอง สะท้อนการทำงานของน้องอย่างไร ได้รู้ว่าการเป็นครูไม่ได้ราบเรียบ แต่ท้าทาย และได้เรียนรู้
ได้รู้ว่ากัลยาณมิตรของครูคือเด็ก เราเห็นตัวตนของเขา และอยากประคับประคองเขาต่อไป ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยมีตัวตนให้เราได้รู้จักเลย
ตอนที่เปิดชั้นเรียนให้คุณครูเข้าไปเรียนรู้ครั้งแรก ข้างในเราสั่นไหว แต่เด็กเขานิ่งมาก พยายามช่วยคิด ช่วยตอบ และเอาใจช่วยครู ทำให้เรารู้สึกอยากบอกกับเขาว่าเรารับรู้ได้ จึงเขียนเล่าให้เด็กรับรู้ตอนที่ทำ AAR หน่วยวิชาคณิตศาสตร์
นอกจากเพื่อนครูแล้วเรายังรับรู้ได้ว่ากัลยาณมิตรของครูคือเด็ก เมื่อเราเห็นตัวตนของเขา ทำให้อยากประคับประคองเขาไป ต่างจากก่อนหน้านี้ที่บางคนไม่เคยมีตัวตนให้เราได้รู้จักเลย