กลับมาไม่นาน ก็โชคดีที่มีรุ่นน้องชวนทำโครงการย่อย
ที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการใหญ่
อีกก้าวที่ได้เข้าใกล้วิถี Project based learning
ต้องชื่นชมวิสัยทัศน์และขอบคุณ คุณหมอ อ.ชัยสิริ มากๆ :)
สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ และขอสะท้อนในที่นี้คือ
...
ความกลมกลืน- Harmony ที่เกิดจาก "แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง"
แสวงจุดร่วม
การมี "ร่มร่วมกัน" : คือมี concept paper ระบุว่า
- ใครจะเป็นผู้ใช้ผลวิจัยจากโครงการนี้
- ใครเป็นผู้บริหารภาพรวม - โดยเฉพาะเรื่องธุรการ การเงิน
- ขอบเขตความรับผิดชอบ/ สิทธิของหัวหน้าโครงการย่อย
- แนวทางการพัฒนาและใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน
- นัดการประชุมจะพูดคุยปรึกษาหารือกัน
สงวนจุดต่าง
- ยอมรับว่า แต่ละคน ย่อมมีความถนัด ความสนใจ ในวิถีที่แตกต่างกัน
จึงให้อิสระในการคิดรายละเอียดของโครงการย่อย
แล้วค่อยมาปรับเข้าหากัน แทนที่จะตีกรอบ เกลี่ยให้ทำอะไรเหมือนๆ
กันแล้วออกมากึ่งสุกกึ่งดิบ
- "learning by doing" ให้ทดลองใช้ความสามารถที่ตนเองมีก่อน
หากพบว่าสิ่งใดยังรู้ไม่พอ ก็สามารถมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันและกัน
เหลือบ่ากว่าแรง จึงค่อยหา ผู้เชี่ยวชาญหรือวิทยากร
.
...โดดเด่นได้โดยไม่ต้องโดดเดี่ยว
###
เกร็ดเล็กๆ เกี่ยวกับ "แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง"
อยู่ดีๆ ข้าพเจ้าก็วาบคำนี้ขึ้นมาในใจ พร้อมกับภาพ รัฐบุรุษนาม
"โจวเอินไหล"
ผู้วางรากฐานให้การกลับเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่ของฮ่องกง
เป็นไปอย่างเรียบร้อย ด้วยวิสัยทัศน์ [ที่มา]
"เราไม่สามารถทำให้ฮ่องกงเป็นสังคมนิยม
และเราไม่ควรหาทางทำให้เป็นเช่นนั้นด้วย
ฮ่องกงจำต้องคงไว้ซึ่งระบบทุนนิยม
จึงจะอยู่รอดและพัฒนาต่อไปได้
สิ่งที่เราควรหาทางคือ
จะใช้ฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของฮ่องกงให้เกิดประโยชน์อย่างไร"
"[we simply] cannot socialize it,
nor should we seek to socialize it.
Hong Kong can only survive and prosper
if it is run according to the capitalist
system.
Only in this way
- can we make use of Hong Kong's economic
prominence."
...
การเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ เริ่มจากจุดเล็กๆ
ในขณะที่เรากำลังเตรียมตัวเข้้าสู่ ประชาคมอาเซียน
การเตรียมอนาคตสู่การมีเอกภาพ อย่างมีเอกลักษณ์
เริ่มได้ ตั้งแต่ประตูโรงเรียน/มหาวิทยาลัยคะ
อ่านแล้วอยู่ๆ ก็นึกถึง unity in diversity ค่ะคุณหมอ :)
บันทึกแรก หลังการเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ;)...
...
แสวงหาจุดร่วม
รวมความโดดเด่น
สงวนจุดกระเด็นกระดอน
เอื้ออาทรอ่อนน้อมต่อกัน
รวมความฝันเป็นจุดกลาง
ต่อเส้นทางจับมือไว้
ก้าวเดินไปพร้อม ๆ กัน
...
;)...
^_____^
***...มาเก็บเกี่ยวความรู้ ...ใส่สมองยามสายค่ะ ... ขอบคุณนะคะ...***

สวัสดีคะคุณ poo
"Unity of diversity" เป็นคำขวัญของสหพันธ์ยุโรป (EU) หรือเปล่าคะ
ต่อไปบ้านเราก็คงคุ้นกับคำขวัญของชุมชนอาเซียน
"“One Vision, One Identity, One Community”.
แนวโน้มโลกไปทิศทางนี้
เราอยากให้เด็กเราเห็นคุณค่าของสิ่งนี้
คงต้องเริ่มที่บุคลากรทางการศึกษา เป็นตัวอย่างละคะ
ขอบคุณสำหรับบทกลอนคะ
มี "จุดกระเด็นกระดอนเสียด้วย"
สิ่งที่นำกลับมาด้วย บางอย่างอาจใช้ไม่ได้กับบ้านเรา
แต่สิ่งหนึ่งที่หากล้มเหลวคงเสียใจ คือ
..Team work..
เราเสียโอกาสมานานเกินไปแล้วคะ
ขอบคุณสำหรับรอยยิ้มกว้างๆ
ขอเป็นกำลังใจให้ในการทำงานนะคะ
ยินดีคะ :) ภาพนกยูงสีเขียวสองตัวกลมกลืนกับพุ่มไม้ดีจังคะ
เห็นด้วยกับข้อคิดความเห็นครับ
เข้าใจ เข้าถึง มองเห็นปัจจุบันและอนาคต
อย่างไร ผู้บริหาร ครูต้องรู้เท่าทัน
ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่โรงเรียนขนาดเล็ก
งาน ไม่มีแค่อาเซียน แต่ต้องหลอมรวม
และบูรณาการ พัฒนาคนให้เป็นคนที่มีศักยภาพที่สมบูรณ์
เรียน Patama Gomutbutra
-.... แสวงจุดร่วม ... สงวนจุดต่าง....ใช่แล้ว ... ต้องนำ ... Conceptนี้มาใช้มากๆๆ ทั้งใน...การทำงาน .... สังคม.... ครอบครัว..."ไม่เฉพาะ" .... ธุรกิจ... คะ
- Red ocean, Blue ocean ,White ocean ที่เราเคย วิเคราะห์ นะคะ
- นี้เป็นModeในงานวิจัยของพี่P'Pleค่ะ
นี้เป็น Model ..... ใน Statisticsของ P'Ple (LISREL Version 7.28) ... มาใช้วิเคราะห์สมการ 38 สมการค่ะ
ขอบคุณคะอาจารย์ โรงเรียนเล็กๆ ที่โชคดีมีผู้บริหาร มองไปข้างหน้า (เหมือนชื่อเพลง Let we move ahead ที่เปิดนี้) สามารถ พัฒนาคน ได้ไม่น้อยกว่าสถาบันใหญ่ๆ
คิดว่า "ตัวอย่างที่ดี" สำคัญกว่าอุปกรณ์ อาคาร หรืออะไรทั้งหมดคะ
สวัสดี่คุณหมอป.
ขอบคุณที่นำแผนผังมาให้ศึกษากันคะ
น่าสนใจว่าปัญหาจิตสังคมมีปัจจัยต่างๆ มีผลเชื่อมโยงกันและกัน
มิใช่เพียง จาก A->B แล้วจบ
รบกวนถามความรู้..เข้าใจว่า ตัวเลข ตรงลูกศร หมายถึง ระดับความสัมพันธ์
จาก multivariable analysis หรือเปล่าคะ
การทำงานในองค์กร ผมว่าถ้าได้นำหลัก "แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง" นำไปใช้ได้ จะเกิดพลังการพัฒนาอย่างมหาศาลครับ
จุดสำเร็จของหลักการ "แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง" ผมว่าอยู่ที่ความเข้าใจในเรื่องงานได้อย่างเข้าใจแจ่มแจ้ง ของ ผู้บริหารองค์กร ผู้บริหารองค์กร สามารถมองงานได้อย่างตลอดแนว ในเชิงระบบ จึงสามารถที่จะ "กำหนดจุดร่วม" ได้ว่า งานนี้ มีจุดร่วมกันอย่างไรบ้าง โดยอาจจะกำหนดจุดร่วม ไว้ที่ "เป้าหมาย" ของงาน และ ทรัพยากร ที่ต้องใช้ ส่วน "จุดต่าง" จะอยู่ที่ "วิธีการ" ให้คิดวิธีการกันได้หลากหลาย ตามความถนัด ความชอบ ความสามารถ ของแต่ละบุคคล เป็นการ Empowerment ให้บุคลากรเกิดความภาคภูมิใจในการปฏิบัติงาน
แต่ปัญหาที่เกิด คือ ผู้บริหารไม่เข้าใจงาน มองงานไม่ออก จึงไม่สามารถกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของงานได้ ดังนั้น แทนที่จะบอกเป้าหมาย ซึ่งเป็นการแสวงจุดร่วม กลับกลายมาเป็นการกำหนด "วิธีการ" ให้ทำ ซึ่งเป็นเรื่องของการสงวนความต่าง
ในบางองค์กร จึงไม่เกิดพลังในการพัฒนา เพราะไม่มีทั้งจุดร่วม และ จุดต่าง มีแต่จุดที่ต้องทำตามสั่ง
จากประสบการณ์เข้าวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ของการทำงานสร้างเสริมสุขภาพแถวอีสานบนหลายครั้ง
"แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง" เป็นสิ่งที่ต้องสร้างให้เกิดสมดุลภายในใจเราเอง เราจึงจะมีความสุข ที่ได้ร่วมวงทำงานด้วยกันแบบเคียงบ่าเคียงไหล่กันไป ไม่ใช่แบบผู้ใหญ่ผู้น้อยหรือมีความรู้สึกแบบระบบอุปถัมภ์อยู่....ถ้ารู้สึกว่ามีความเป็นผู้ใหญ่กว่ามาบังคับ ตัวเองจะไม่ชอบเลยค่ะ อึดอัด
จึงต้องจัดการความเข้าใจ รักใคร่ชอบพอเป็นเพื่อน เป็นมิตรกันก่อน...ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน แล้วใจที่เปิดเผยต่อกัน จะชื่นชมซึ่งกันและกัน...อย่างจริงใจ มือที่ส่งออกมาจับกันทำงาน ก็จะแน่นขึ้น ๆ....ก้าวเดินไปพร้อม ๆ กัน ใครช้าก็เพิ่มความเร็วนิด ใครเร็วก็รอเพื่อนหน่อย
เริ่มที่คนคอเดียวกัน ใจตรงกัน อะไร ๆ ก็ง่ายขึ้นแล้วล่ะค่ะ....เส้นทางอาจารย์หมอ ป. เปิดโล่ง สว่างไสว เห็นไปไกลมากเชียวค่ะ
ขอให้พบความสุข ชื่นชมดอกไม้ สายลม แสงเงาระหว่างทางด้วยนะคะ
ชมชอบมุมคิดมากค่ะ
ขออนุญาตวิเคราะห์เรื่องมองต่างมุม ระหว่างพี่น้อง นะคะ
ที่คุณแม่อาจารย์ห้าม..ทำให้นึกถึง ที่ท่านอาจารย์ประเวศ กล่าวว่าเมื่อโต้กันด้วยเหตุผล มักไม่มีข้อยุติ เพราะเหตุผลของแต่ละคน ก็ถูกต้องสำหรับคนนั้น การโต้กัน จึงมักลงท้ายด้วยอารมณ์
ขณะเดียวกันอาจมองว่า คนไทยไม่ชอบการเผชิญหน้า
เก็บเกี่ยวไว้แล้วค่ะหมอ..แล้วขอเอาไปใช้บ้างนะคะ
ขอบคุณคะ
เมื่อก่อน ชอบทำงานเดี่ยว เพราะคิดว่าเร็วกว่า
ตอนนี้ถึงพบว่า ทำงานตั้งแต่สองคนขึ้นไป มีพลังใจกว่า งานเสร็จเร็วกว่าคะ
จุดสำคัญคือ ทุกคนรู้สึกได้ประโยชน์ มีฉันทะอยู่เดิมบ้างแล้วคะ
ยอดเยี่ยมเลยคะ ชัดเจน จำนำไปใช้ได้
จุดร่วม = เป้าหมาย ซึ่งต้องการความเข้าใจระบบ ทรัพยากรก่อนจึงจะกำหนดได้ถูกต้อง
จุดต่าง = วิธีการ ซึ่งต้องส่งเสริมให้แตกต่างได้เพื่อ Empowerment