๒๘ มกราคม ๒๕๕๕

เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน       

 วันจันทร์ที่  ๒๓  มกราคม  ๒๕๕๕๕  อาการหวัดยังเกาะกุมทุกอนูของร่างกาย แม้จะดีขึ้นบ้าง แต่ก็หายช้า เป็นธรรมชาติของสังขาร เพราะหมอเคยบอกหลังผ่าตัดปอดเมื่อปี ๒๕๓๘ ว่าต้องพยายามไม่เป็นหวัด  สั่งง่ายแต่ก็ทำยาก เข้าสำนักงานเขตจอแจไปด้วยรถที่จอดแบบเรือในตลาดน้ำดำเนินสะดวก  เหตุเพราะมีการก่อสร้างทั้งด้านหน้าและหลังสำนักงาน ก่อสร้างทั้งของเขตประถมศึกษาและเขตมัธยมศึกษา  สิ่งที่ตามมาคือฝุ่น ห้องน้ำในอาคารปรับปรุงใช้การไม่ได้ ต้องไปใช้ด้านหลัง ไม่สะดวกและไม่สะอาด เราต้องทนกับความทุกข์ยากในเวลาสั้นเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีในวันหน้า  วันนี้มีข่าวดีเพิ่มเติมเรื่องสถานที่ก่อสร้างอาคารสำนักงานเขตประถมศึกษาว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้มีหนังสือตอบอนุญาตให้ใช้ที่ดินมาแล้วอย่างเป็นทางการ  เนื้อที่ ๒ ไร่  ๙๒ ตารางวา จะเป็นบ้านใหม่ของเขตประถมศึกษาและครูประถมศึกษาในปทุมธานี เขต ๑ ที่เหลือต้องรีบหาคืองบประมาณ  ส.ส.วิทยา  ทรงคำ จากเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นศึกษาธิการอำเภอตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ ได้ส่งข่าวว่า งบประมาณ ปี ๒๕๕๖ จะเข้าสภาประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ นี้  ขอให้รีบดำเนินการ ยังลังเลเรื่องแบบแปลนว่าจะใช้แบบไหนดี แต่วงเงินงบประมาณกะว่าจะใช้ ๒๐ - ๓๐ ล้านบาท ขึ้นไปทำงานเอกสารที่ห้องทำงานตามที่กลุ่มงานต่าง ๆ เสนอมา ได้โทร.ไปแสดงความยินดีกับเพื่อนร่วมรุ่น บัณฑิตทางปกครอง(บ.ปค.รุ่นที่ ๒)  สอบไม่ผ่านในรอบแรกแต่มาสอบซ่อมจนผ่านตามประกาศผลในวันนี้ประมาณ ๔๐ ราย  เหลืออีก ๓ รายที่ไม่ผ่านรอบนี้ต้องไปซ่อมกับรุ่นน้องประมาณเดือนกันยายน ๒๕๕๕     เที่ยงท่านสมยศ นวลละออ ผู้อำนวยการกองการศึกษาฯ  อบจ.ปทุมธานี มาเชิญไปรับมอบงบประมาณจ้างครูจากนายก อบจ.ในวันพรุ่งนี้เวลา ๑๓ นาฬิกา แม้จะตรงกับประชุม อ.ก.ค.ศ. เขต แต่ก็จะปลีกเวลาไปร่วมพิธี เพราะเป็นเรื่องสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาของเขต บ่ายเซ็นชื่อในแฟ้มงานสลับกับรับแขกที่มาเยี่ยมจนเย็น

วันอังคารที่ ๒๔  มกราคม  ๒๕๕๕  เช้าทำงานเอกสาร สลับกับการติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยกชุด ดูเหมือนว่าแนวคิดจะเปลี่ยนไปจากยุคนายชินวรณ์ และนายวรวัจน์ หลายเรื่อง ความชัดเจนคงจะมีขึ้นหลังจากไปฟังแถลงนโยบายในวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๕ ที่คุรุสภา บ่ายโมงเดินทางไป อบจ.ปทุมธานี ขึ้นไปห้องประชุมชั้นที่ ๓  ซึ่งมีพิธีมอบเงินสนับสนุนเขตพื้นที่ทั้งประถมศึกษา ๒ เขต และมัธยมศึกษา ๑ เขต เพื่อจ้างครูสอนในโรงเรียน  นายกฯ ชาญ  พวงเพ็ชร เป็นประธานส่งมอบ มีผู้บริหารโรงเรียนไปร่วมเป็นสักขีพยานกันจนเต็มห้องประชุม  เสร็จพิธีเดินทางกลับสำนักงานเขต เพื่อประชุม อ.ก.ค.ศ. เขต เรื่องที่นำเข้าพิจารณาในวันนี้เป็นการอนุมัติ/ไม่อนุมัติ ผลการประเมินวิทยฐานะ ส่วนใหญ่ไม่ผ่านกัน  ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของคณะกรรมการอ่านผลงาน สำนักงานเขตและ อ.ก.ค.ศ.เขต ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้

วันพุธที่ ๒๕  มกราคม  ๒๕๕๕  ให้เต้ยไปส่งที่หอประชุมคุรุสภา  รถติดมากไปถึงต้องนั่งฟังในเต็นท์เสริมด้านหน้าร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตอีกหลายคน  มีโทรทัศน์วงจรปิดถ่ายทอดภาพและเสียงออกมาให้ชมให้ฟังกันทั่วถึง ฟังนโยบายเริ่มจากปรัชญา ได้หยิบยกเอาแนวคิดของ พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ  ชินวัตร มาเป็นตัวนำนโยบาย นโยบายมีเพียง ๒ ข้อ ข้อแรก จัดการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับเยาวชนทุกคน  ข้อสอง ปั้นนักศึกษาไทยให้เป็นมืออาชีพ นอกจากนั้น ได้พูดถึงการขยายโอกาสทางการศึกษา ๔ ด้าน คือ หนึ่ง โอกาสการเข้าถึงทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวก  สอง โอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน  สาม  โอกาสในการเพิ่มพูนและฝึกฝนทักษะ  สี่  โอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่น่าจะเป็นเรื่องใหม่ คือ การตรวจวิทยฐานะแบบเปิดเผย กรรมการไม่เป็นไอ้โม่ง สามารถพูดคุยกันได้ ส่วนได้หรือตกก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง รายละเอียดต่าง ๆ มีทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  ฟังนโยบายจนจบเวลา ๑๐.๓๐ น.  เดินทางกลับสำนักงาน  บ่ายฝ่ายเสบียงทำอาหารเพื่อเลี้ยงรับรองคณะครูจากโรงเรียนชุมชนบ้านทะเลทรัพย์ อำเภอปะทิว  จังหวัดชุมพร ซึ่ง ผอ.ธำมรงค์  เทพไพฑูรย์ พามาร่วมงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนที่เมืองทองธานี   โรงเรียนนี้เคยแวะไป ๒ - ๓ ครั้ง สมัยรับราชการที่ชุมพร มีหนองน้ำขนาดใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม  โรงเรียนมีสวนปาล์มน้ำมันหลายสิบไร่เป็นรายได้ของโรงเรียน  ประมาณ ๑๖ นาฬิกา คณะเดินทางมาถึง หลังอิ่มข้าวปลาอาหารกันแล้วได้ผ่อนคลายด้วยการร้องเพลง  โดยเฉพาะนักเรียนเพียงคนเดียวที่ชนะเลิศของภาคใต้ส่งเข้าประกวดร้องเพลงระดับชาติ สร้างสีสันได้มาก เพราะเป็นเด็กออทิสติก  แต่ความจำดี ร้องเพลงโดยไม่ต้องดูเนื้อ เข้าจังหวะได้แม่นยำ  ประมาณ ๓ ทุ่ม แยกย้ายกันพักผ่อน

วันพฤหัสบดีที่ ๒๖  มกราคม  ๒๕๕๕  ตั้งใจเดิมว่าจะไปค้างที่โรงแรมแอมบราสเดอร์ สุขุมวิท ต้องยกเลิกไปแม้จะเปิดห้องพักร่วมกับบัดดี้ไว้แล้ว เพราะติดงานรับแขกจากชุมพร  จึงต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ ขับรถขึ้นทางด่วนที่โล่งสบาย ไปจอดชั้นใต้ดิน มีรถจอดนับคันได้ ผิดกับทุกครั้งที่ผ่านมา รับบัตรอาหารเช้าและอาหารเย็นจากแผนกต้อนรับ  เข้าใช้บริการตั้งแต่ ๖ นาฬิกา ประมาณ ๐๘.๐๐ น. ไปขึ้นรถบัสที่ สพฐ. จัดให้เดินทางไป บริษัทนานมีบุ๊คเฮ้าส์ ซอยสุขุมวิท ๓๑ เพื่ออบรมการใช้อังกฤษ สพฐ. ให้ ผอ.เขตทุกคนเข้าอบรม รวม ๓ รุ่น เป็นการฝึกพูดฝึกฟังจากโปรแกรมการเรียนของบริษัทนานมี  ใช้เวลาวันแรกกับวิทยากรจาก มศว ประสานมิตร ยิ่งฝึกวิทยากรยิ่งเก่ง พวกเราดูแล้ว very poor  แต่เวลาไปต่างประเทศ ผมว่าเราก็สามารถสื่อสารกับเขารู้เรื่อง  โดยเฉพาะกับแผนกตรวจคนเข้าเมือง  สำหรับพ่อค้าแม่ขายสบายมาก แทบจะไม่มีปัญหาอุปสรรค  ผมไปนั่งฟังอาจารย์จากบริษัท Apple สอนเรื่องการใช้ iPad2 เป็นเวลา ๑ วัน ก็สามารถเข้าใจและใช้ได้ตามที่เขาต้องการสอนเรา  แต่เวลาคนไทยสอนคนไทยกลับรู้สึกกดดัน กลัวถูกทำให้อับอาย  เย็นกลับไปโรงแรมและทานอาหารเย็นที่นั่น

วันศุกร์ที่ ๒๗  มกราคม  ๒๕๕๕  ภาคเช้าเรียนการใช้ภาษาอังกฤษต่อ  เที่ยงเดินทางกลับสำนักงานเขต ส่งข้อมูลโรงเรียนวัดบางนา ให้ ดร.อนงค์  ชานะมูล เพื่อ นปส. ๕๓ ไปทำซองผ้าป่าเพื่อมาทอดที่โรงเรียนนี้ต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๕ ตามที่รับปากไว้  เหตุผลที่เลือกจังหวัดปทุมธานีอาจเป็นเพราะอุทกภัยครั้งใหญ่สร้างความเสียหายให้อย่างมาก อีกประการหนึ่งมีเพื่อนร่วมรุ่นรับราชการในจังหวัดนี้ ๔ คน มีนายอำเภอสามโคก คุณเฉลิม  รัตนเกื้อ นายอำเภอลำลูกกา คุณคมสัน เจริญอาจ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด คุณบุญปรีดา ธรรมานุรักษ์ และตัวผม ครูใหม่มาทำทะเบียนประวัติกันเป็นภาคบังคับสำหรับข้าราชการทุกกระทรวงทบวงกรม บ่ายเดินทางไปโรงเรียนชุมชนประชาธิปัตย์วิทยาคาร อำเภอธัญบุรี ของท่าน ผอ. บัญชา  จันทร์รักษา เพื่อร่วมงานฟื้นฟูสุขภาพจิตหลังน้ำท่วม ของสถาบันจิตวิทยาความมั่นคง  ซึ่งมี พลตรีปานศิริ  มีผล เป็นผู้อำนวยการ  พลตรีปานศิริ เป็นเพื่อนร่วมรุ่น บ.ปค. รุ่น ๒ กับผมที่วิทยาลัยการยุติธรรมทางปกครอง สำนักงานศาลปกครอง ที่เพิ่งเรียนจบกันไป เมื่อเข้ามาในพื้นที่ท่านเข้าใจว่าโรงเรียนนี้อยู่ในเขตผม จึงเชิญชวนให้ไปร่วมงานด้วย  เมื่อทราบข่าวแม้ข้ามเขตก็ต้องไปเยี่ยมไปหากัน  ยังได้พบกับ ผอ.สุภาวดี  วงษ์สกุล โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยรังสิต ซึ่งมาเยี่ยมผู้เข้าอบรมหลักสูตรนี้ คือ คุณกำพล  วันทา จากสำนักงาน ก.ค.ศ. เมื่อทราบว่าผมจะมาท่านเลยรอต้อนรับด้วย  นักเรียนได้แสดงความสามารถในการแสดงบนเวทีหลายรายการ  สลับกับดาราจากช่อง ๙ อสมท. ได้เวลาสมควรลากลับที่พัก ตอนเย็นมีพรรคพวกหลายคนโทร.ส่งข่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ กำลังรับสมัครคัดเลือกนักบริหารระดับต้น หลายตำแหน่ง  ผมมีคุณสมบัติครบถ้วน คือ เรียนผ่านหลักสูตร นปส. มาแล้วน่าจะไปสมัคร ได้แต่ขอบคุณ ในใจคิดว่า ได้แค่นี้ก็พอแล้ว ลำบากแล้ว ยังทำไม่แล้วอีกตั้งหลายอย่าง นึกถึงนิทานเซนเรื่องพระผู้เฒ่ากับคนแบกของ ขึ้นมา เรื่องมีว่า พระเซนชรารูปหนึ่งในประเทศจีนซึ่งปฏิบัติภาวนาอยู่นานหลายปี ท่านมีจิตดีและกลายเป็นคนสงบเงียบมาก แต่ก็ยังไม่เคยสัมผัสการสิ้นสุดแห่ง "ฉัน" และ "ผู้อื่น" ภายในใจได้อย่างแท้จริง ท่านไม่เคยบรรลุถึงต้นธารความนิ่งหรือศานติที่สมบูรณ์ซึ่งเป็นบ่อเกิดการเปลี่ยนแปลงอันลึกซึ้ง ด้วยเหตุนี้ท่านจึงไปขออนุญาตอาจารย์ว่า "ผมขอออกไปปฏิบัติบนเทือกเขาได้ไหมครับ ผมถือบวชและฝึกฝนมานานหลายปี ไม่ต้องการอื่นใดนอกจากการเข้าใจธรรมชาติแท้ของตนเองและโลก" อาจารย์รู้ว่าจิตของพระรูปนี้สุกงอมแล้วจึงอนุญาตให้ไปได้ ท่านออกจากวัดโดยมีบาตรและบริขารเพียงเล็กน้อยติดตัว ระหว่างทางได้เดินผ่านเมืองต่าง ๆ หลายเมือง ครั้นออกจากหมู่บ้านสุดท้ายก่อนขึ้นเขา ปรากฏว่ามีชายชราคนหนึ่งเดินสวนทางลงมา ชายคนนั้นมีห่อใหญ่มากเป้ติดหลังมาด้วย (ชายชราผู้นี้แท้จริงแล้วคือพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ ซึ่งพุทธศาสนิกชาวจีนเชื่อกันว่าจะมาปรากฏแก่คนที่มีจิตสุกงอมในจังหวะที่เขาจะบรรลุธรรม ภาพของพระมัญชุศรีที่มีการบรรยายไว้มาก มักเป็นภาพพระองค์ถือดาบแห่งปรีชาญาณคมกริบที่สามารถตัดความยึดมั่น มายาคติ และความรู้สึกแบ่งแยกได้หมดสิ้น) ชายชราเอ่ยทักพระว่า "สหาย ท่านกำลังจะไปไหนหรือ" พระจึงเล่าเรื่องของตนว่า "เราปฏิบัติมานานหลายปีแล้ว ตอนนี้สิ่งเดียวที่ต้องการคือการได้สัมผัสจุดศูนย์กลางนั้น คือการรู้สิ่งที่เป็นแก่นแท้แห่งชีวิต บอกเราเถิดผู้เฒ่าท่านทราบอะไรเกี่ยวกับความรู้แจ้งนี้บ้างไหม" จังหวะนั้นชายชราเพียงแต่ปลดของที่แบกมาปล่อยให้หล่นลงพื้น แล้วพระก็บรรลุธรรมตามแบบฉบับนิทานเซนที่ดี ความหมายก็คือ เราต้องรู้จักปล่อยวางความทะเยอทะยานและสิ่งที่ยึดมั่นว่าเป็นภารกิจ ปล่อยวางอดีต อนาคต อัตลักษณ์ ความกลัว ทัศนคติ ความรู้สึกแห่งความเป็น "ตัวฉัน" และ "ของฉัน" เสียให้สิ้น มาถึงจุดนี้ พระเพิ่งบรรลุธรรมมองชายชราอย่างสับสนเล็กน้อยว่าควรทำอย่างไรต่อไป ท่านถามว่า "แล้วต่อไปล่ะ"  ชายชรายิ้มก่อนก้มลงหยิบห่อของมา เป้ใส่หลังอีกครั้งแล้วเดินเข้าเมืองไป

               

กำจัด  คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑