Seminar2 (ครั้งที่2)
ในการนำเสนอ Case study ของเพื่อนๆเลขที่ 11-20 ทำให้ได้ความรุ้เพิ่มเติมจากทั้งที่เพื่อนนำเสนอและอาจารย์ให้ความรู้เพิ่มเติม คือ
- ในผู้ป่วย (cerebrovascular disease : CVD ) หรือ stroke มีการใช้เครื่อง biometric ช่วยในการควบคุมการเคลื่อนไหวของแขนข้างที่มีพยาธิสภาพ และการใช้หลักของ CIMT ในการจำกัดการเคลื่อนไหวของแขนข้างดีไว้แล้วกระตุ้นให้แขนข้างที่มีพยาธิสภาพทำงาน ทำให้เพิ่มการทำงานของแขนของที่มีพยาธิสภาพดีขึ้น
- ความแตกต่างของ CBT และ IPT คือ CBT จะเน้น intrapersonal skills ส่วน IPT จะเน้นทั้ง intrapersonal skills และ interpersonal skills ซึ่ง OT จะใช้ CBT ร่วมกับ PEOP หรือ MOHO เป็นต้น
- การใช้ oral ball exercise เป็นการใช้ลูกบอลพลาสติกลูกเล็กๆ ที่ต่อกับเชือกไนลอนผูกไว้ เพื่อใช้ฝึกการทำงานของปากผู้ป่วย โดยให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวบอลภายในปากไปมา และผู้บำบัดจะคอยจับเชือกไว้
- CBT จะเป็นการทำให้เขารู้ว่าพฤติกรรมนั้นดีหรือไม่อย่างไร เป็นการช่วยแยกแยะพวกความคิด ความเชื่อ ความรู้สึก จากนั้นจึงให้ feedback และหาทางป้องกันการเกิดซ้ำ
- ในผู้ป่วย Dystonia ที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรงซึ่งมีผลมาจากการทำงานของสมอง มีการใช้ OB help arm ซึ่งเป็นเครื่องช่วยเคลื่อนไหวแขนในแนวระนาบ เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกิจกรรมของผู้รับบริการ
- การฟื้นฟูการทำงานของมือและแขนข้างที่มีพยาธิสภาพในผู้ป่วย stroke โดยใช้เทคนิคของ Bronstrom, motor re-learning, และ bilateral arm training เป็นต้น
- การลดบวม(Edema) มีหลายวิธี/เทคนิค เช่น retrograde massage, prolong streching, string wrapping, elevation เป็นต้น