disorders of language, Brain Dysfunction, disorders of reading and writing, disorders of memory

Brain Dysfunction 

Brain Dysfunction คือ การทำงานของสมองผิดปกติซึ่งขึ้นอยู่กับส่วนของสมองที่เกิดพยาธิสภาพ ส่งผลให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมีอาการและความรุนแรงแตกต่างกันออกไป ดังนี้

1.1    ความผิดปกติของภาษา (disorders of language) เกิดจากมีพยาธิสภาพของสมองส่วน

  • Broca's area (Brodmann’s area 44, 45) ใน dominant hemisphere จะทำให้ไม่สามารถ produce เสียงออกตามความหมายที่ต้องการหรือตามความคิดที่ต้องการได้ เรียก Motor aphasia or Expression aphasia ผู้ป่วยมีการรับรู้ดี (รู้เรื่อง) คือผู้ป่วยสามารถเข้าใจคำถามหรือคำสั่ง, แต่ express (คือพูด) ไม่ได้ตามความหมายที่ต้องการได้ทั้ง ๆ ที่อวัยวะที่ใช้ในการออกเสียงสมบูรณ์ มีสภาพปกติ คือไม่มี paralysis ที่ลิ้น, ริมฝีปาก หรือ vocal cord, ผู้ป่วยสามารถเข้าใจทำตามที่บอกหรือตามคำสั่งที่ตนเห็นได
  • Wernicke’s area (Brodmann area 22 ทาง posteior) ผู้ป่วยจะพูดทวนคำไม่ได้บอกชื่อสิ่งของไม่ได้ และไม่เข้าใจสิ่งที่ ผู้อื่นพูด แต่ผู้ป่วยมีลักษณะการพูดแบบ fluent aphasias คือการพูดได้อย่างคล่องแคล่วแต่เนื้อหาของการพูดไม่สามารถเข้าใจได้เนื่องจากการใช้ภาษาที่ผิดไปจากปกติอย่างมาก

1.2    ความผิดปกติของการอ่านและเขียน (disorders of reading and writing)  เกิดจากมีพยาธิสภาพของสมองส่วน

  • Brodmann’s area 39, 40 ทำให้มีอาการ
    • เขียนไม่ได้ (Agraphia). ผู้ป่วยลอกตามไม่ได้, เขียนตอบคำถามหรือเขียนชื่อวัตถุไม่ได้เพราะอ่านไม่เข้าใจความหมาย สะกดตัวหนังสือผิด
    • อ่านไม่ออก (Alexia) ผู้ป่วยอ่านไม่ออก เพราะไม่เข้าใจความหมายของคำ

1.3    ความผิดปกติของการรับรู้ (disorders of perception)

  • Astereognosia: การไม่สามารถทราบถึงลักษณะหรือรูปทรงของวัตถุที่อยู่ในมือได้ แม้ว่าผู้ป่วยจะมีเชาวน์ปัญญา, ความสนใจ และความสามารถด้านภาษาอยู่ในเกณฑ์ดี
  • Finger agnosis: การไม่สามารถบอกได้ว่านิ้วไหนของผู้ป่วยได้รับการสัมผัสจากภายนอก
  • Auditory agnosia: การไม่สามารถเข้าใจการพูดของผู้อื่น นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังไม่สามารถจำ เสียงที่เคยได้ยินบ่อย ๆ ได้ เช่น เสียงไอ, เสียงนกหวีด เป็นต้น
  • Visual object agnosia :คือการไม่สามารถบอกชื่อของสิ่งที่เห็นได้
  • Prosopagnosia: การไม่สามารถจำ หน้าของคนคุ้นเคยได้ ในรายที่รุนแรงผู้ป่วยอาจไม่สามารถจำ หน้าตนเองที่เห็นในกระจกได้
  • Unilateral neglect: การละเลยสิ่งกระตุ้นด้านภาพ, เสียง หรือสัมผัสจากด้านใดด้านหนึ่งของผู้ป่วย ตัวอย่างเช่น การตักข้าวในจานด้านซ้ายมือกินเพียงข้างเดียงโดยไม่สนใจข้าวในจานด้านขวามือ

1.4    ความผิดปกติของความจำ (disorders of memory) ความผิดปกติของความจำ เรียกว่า amnesia แบ่งเป็น

  • Retrograde amnesia: ลืมสิ่งที่เกิดเคยเรียนรู้หรือจำ ได้ในอดีต ความผิดปกตินี้สามารถพบได้ในบางโรคของสมอง เช่น traumatic amnesia
  • Anterograde amnesia: ไม่สามารถจดจำ สิ่งที่เรียนรู้ใหม่ได้ ความผิดปกตินี้สามารถพบได้ในผู้ป่วยทางจิตเวชที่ได้รับการรักษาโดยการทำ ให้ชักด้วยไฟฟ้า (electroconvulsive therapy)

1.5    ความผิดปกติของการเคลื่อนไหว (disorders of movement)  การสูญเสียทักษะในการเคลื่อนไหว (skilled motor movement) เรียกว่า Apraxia จากการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ, การเคลื่อนไหวช้า (Akinesia), ความผิดปกติของความตึงของกล้ามเนื้อหรือท่าทาง, สั่น(tremors), การเสื่อมของเชาวน์ปัญญา, การไม่เข้าใจภาษา หรือการไม่ร่วมมือApraxia แบ่งออกได้เป็น 3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ

  • Ideomotor apraxia: การสูญเสียความทักษะในการเคลื่อนไหวง่าย ๆ เช่นการปรบมือความผิดปกตินี้มักเกิดจากความเสียหายที่บริเวณ left premotor area ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ frontal lobe
  •  Ideational apraxia: การสูญเสียทักษะในการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนหรือเป็นขั้นตอน เช่น การเปิดซองจดหมาย, การผูกเชือกรองเท้า ความผิดปกตินี้มักเกิดจากความเสียหายในหลาย ๆ บริเวณของสมอง โดยเฉพาะ left parietal cortex ความผิดปกติมักตรวจพบได้ในผู้ป่วยที่มีการเสื่อมของ cortex แบบครอบคลุม (diffuse cortical degeneration) เช่น Alzheimer’s Disease
  •  Constructional apraxia: การสูญเสียทักษะในการจัดวางภาพ โครงสร้าง และที่ว่าง ผู้ป่วยที่มีความผิดปกตินี้จะไม่สามารถจัดว่าภาพหรือโครงสร้างต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมในพื้นที่ ๆ ที่จัดให้ เช่น การไม่สามารถวาดรูปหน้าปัดนาฬิกาได้อย่างถูกต้อง เป็นต้น

1.6    ความผิดปกติของอารมณ์และการเข้าสังคม(emotional and social dysfunction) ความเสียหายของสมองบริเวณ temporal และ parietal lobes ของสมองซีกขวามักทำ ให้ผู้ป่วยไม่สามารถทราบถึงการแสดงอารมณ์ของผู้อื่นซึ่งแสดงออกทางนํ้าเสียง สีหน้า และท่าทาง ทำ ให้ผู้ป่วยมีอารมณ์ที่ไม่เหมาะสมร่วมด้วย ส่งผลให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีบุคลิกภาพที่ไม่เหมาะสมในการเข้าสังคม เช่น การไม่แสดงอารมณ์ ในระหว่างการสนทนา การหัวเราะอย่างไม่สมเหตุสมผล

1.7    ความผิดปกติของการทำ หน้าที่ด้านบริหาร(disorders of executive functioning)เนื่องจากเกิดพยาธิสภาพที่สมองส่วน frontal lobes เป็นสมองส่วนที่มีหน้าที่รับผิดชอบในหลายๆ เรื่องของสมอง เช่น การเคลื่อนไหว, การรับสัมผัส, ภาษา, ความจำ , การตัดสินใจ และบุคลิกภาพ ความผิดปกติของการทำ หน้าที่ด้านการจัดการ