เราพากันมาอยู่ชั่วคราวบนโลกใบนี้ แต่เรากลับทำราวว่าจะมีชีวิตอยู่ไปชั่วนิจนิรันดร์.... (พจนา จันทรสันติ)

เมื่อคืนวาน... ผมไปพาทิมดาบรู้จักดอกราตรีที่บ้านน้องสาว

“ราตรี” เป็นชื่อแม่ของทิมดาบ...สมควรที่เขาควรจะรู้จักอย่างยิ่ง

ทิมดาบโน้มกิ่งเพื่อเอาดอกมาดม...และความคิดของทุกคนในบ้านส่วนใหญ่จะไม่ชอบเด็ดดอกไม้

เพราะชอบปล่อยให้เบ่งบาน และจะสวยงามอยู่บนต้นนานเท่านาน

ยกเว้นกรณีวันพิเศษจริง ๆ ที่จะเอาดอกไม้มาใส่แจกัน

ทิมดาบบอกว่า “ดอกราตรี...หอมมาก...หอมติดจมูกนาน ๆ”

 

แม่ของผมก็ชอบดอกราตรี...และดอกไม้ที่หอมยามราตรี เช่น ดอกซ่อนกลิ่น

และเมื่อพูดถึงที่บ้านแม่ที่อยู่ไกลโพ้น...คุณตา คุณยาย และพี่น้องของแม่

ผมรับรู้ถึงความเศร้า...ความเหงา...ที่โอบกอดด้วยความรักของแม่

แม่จึงปลูกต้นราตรีไว้ที่บ้านของเรา...เพื่อเป็นตัวแทนของบ้านเกิดแม่...ที่ปลูกต้นราตรีเช่นกัน

แม่อาจเกิดผิดยุคผิดสมัยก็ได้...ถ้าเป็นสมัยผมตอนนี้ มีโทรศัพท์ อีเมลล์ หรือ FB…ความคิดถึงแค่ปลายนิ้ว

แต่ความคิดถึงของแม่ช่างเดินทางยาวไกล...ผ่านแม่น้ำ...ภูเขา...และป่าใหญ่

ตอนเล็กเมื่อชอบว่าพวกเราเพ้อเจ้อ...ผมก็บอกกับแม่ตอนนั้น ว่า เพ้อเจ้อ เช่นกัน

 ทุกวันนี้ ความเพ้อเจ้อยังติดตัวกับผมเรื่อยมา >>>

 

เมื่อได้กลิ่นดอกราตรี..ยามหนาว..ผมคิดถึงพี่ชายของผม

เดือนนี้ ในหลายปีที่แล้ว...ตำรวจมาหาเตี่ยตอนรุ่งเช้าที่หน้าบ้านท่ามกลางกระถางต้นไม้ และว่านของเตื่ย... บอกว่า

พี่ชายผมรถคว่ำ...เสียชีวิต...บริเวณใกล้ ๆ กับตัวเมืองขอนแก่น

สีหน้าเตี่ยยังราบเรียบ ยังคงแปรงฟันไปเรื่อย ๆ อย่างครุ่นคิด

พี่น้องของเราหลายคนยืนกอดกันร้องไห้กับชุดนักเรียน

บอกพี่สาวคนโตว่า...ให้พาน้อง ๆ ไปโรงเรียน เพื่อเตี่ยจะไปรับแม่ที่ตลาด เพราะแม่ขายหมาก ขายพลู และเครื่องเคี้ยวหมากที่ตลาด

 

วันนี้ตอนนี้ความรู้สึกของผม...

ยังคิดถึงพี่ชายอยู่เสมอ

พี่ชายได้รอเตี่ย คุณตา คุณยาย และอาจคงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขที่บนฟากฟ้าไกล

หรืออาจจะหลุดพ้นพันธนาการทั้งปวง กับความว่างเปล่า ไม่มีสุข หรือทุกข์ เหมือนกับผม

 

เมื่อได้ยินเสียงบทเพลงดังต่อไปนี้ เมื่อใด คราใด ที่ไหนก็ตาม

ผมอดคิดถึงพี่ชายอย่างสุดขั้วหัวใจไม่ได้

ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ในตอนนั้น...ชีวิตผมคงไม่เป็นเช่นนี้

แต่ถึงอย่างไร...สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วมันยังคงดีงามเสมอ

 

เพลงแรก คือ เพลงกระบี่ไร้เทียมทาน “...สุดขอบฟ้านั้น ใครไม่อาจไปถึง บนดอยหุบเขาสูง.....” พี่ชายได้อัดเสียงกีตาร์ และเสียงร้องของตนเอง ไว้ในเตลับเทปคลาสเซ็ต ก่อนเสียชีวิตไม่นาน....แต่ตอนนี้ มันหายไปเสียแล้ว เพราะพวกเราย้ายบ้าน หรือพี่น้องคนใดคนหนึ่งเอาไป

เพลงที่สอง คือ  Seasons In The Sun  เป็นเพลงประจำบ้านของพวกเรา เตี่ยชอบเปิดทุกเช้า พี่ชายร้องกับกีตาร์ได้ แต่ผมร้องแบบมั่ว ๆ ตามประสา

และเพลงสุดท้าย คือ เพลงยามหนาว...ของวงหวานเย็น...เป็นวงดนตรีหญิงล้วนวงแรกของประเทศไทย ดังมากขนาดนั้น พี่ชายอกหักบ่อยมาก ตามประสาชายหนุ่มอายุยี่สิบห้า ฟูมฟายโวยวาย อกหักทีแม่ต้องไปปลอบ และเปิดเพลงเศร้า ๆ ตามหลังแม่ และเพลงนี้ก็เปิดบ่อยมากเพลงหนึ่ง

สุดท้ายของความรู้สึก ผมระลึกถึงความดีของพี่ชาย  และยังเหลือแต่ความรักอย่างเต็มเปี่ยมยากจะลบเลือน...ส่วนความห่วงหา...ความอาลัยได้หายไปหมดแล้วครับ