… ข้าพเจ้าสัมผัสโลก และโลกรับรู้ความเป็นตัวตนของข้าพเจ้า เราเรียนรู้กันและกัน …

สวัสดีจันทร์วันเที่ยว ส่งท้ายเทศกาลตรุษปีใหม่จีน เดือนมกราคมกำลังจะผ่านผันไป ตั้งแต่ย้ายออกจากบ้านดอกเห็ด มาพำนักที่ใหม่ ยังคิดทำใจเลยว่า คงไม่ได้สัมผัสบรรยากาศโปรดอย่าง ณ ป่าสัก อีกแล้ว หากแต่คงเหมือนคำกล่าวที่ว่า คุณเป็นคนเช่นไร หัวใจก็จะแสวงหาและได้พบปะกะสิ่งนั้นๆ สาธุ :)

 

มองจากภายนอกไกล ๆ จากริมถนนที่นั่งรถผ่านทุกวี่วัน หากไม่ฉุกคิดที่จะลองเข้าไปสัมผัสดูใกล้ๆ คงคิดเพียงแค่หนองน้ำหรือทะเลสาบธรรมดา พอได้ย่างบาทาเขยิบเข้าไปอีกนิด ใกล้ชิดไปอีกหน่อย โอ ที่ไหนได้ สวรรค์น้อยๆ ที่นี่ ตรงนี้ มิไกลเกิน ใจไขว่คว้าเลย :) ลมพัดแผ่วๆ น้ำไหวๆ ไหลรินๆ ลองนั่งลงจินตนาการ ว้าว

 

นกน้อย เจ้าก็ยังมาเหิรเวหาเย้ยฟ้า ทาสายตาอยู่เบื้องหน้า เสมือนดั่งว่า ฉันมีอิสระ เสรี เหนือสิ่งใด ฤาเทียบ น้องฟ้า เป็นสีฟ้า ไร้เมฆามากวนใจ พิลาสพิไลแท้ .. มองอีกด้านขวา ธาราไหลไปมา ดอกบัวชูช่อ มีแค่เพียงดอกเดียวยิ่งงามงด แม้อยู่ไกลๆ ชวนเชิญ ให้เราดำผุดดำว่าย ตามไปชมเจ้า ซะยิ่งนัก

 

ชะรอยว่าหนทางนี้มีอุปสรรค ด้วยจักเพิ่มสีสันให้แก่ความรักเรา ด้วยอยู่กันคนละฟากฝั่งลำธาร ต้องก้าวข้ามผ่านได้เปียกปอนกันเล็กน้อย ขอพักเอาแรงหน่อยแล้วกัน ก่อนจะเริ่มต้นเติมพลังใจ ได้มีแรงใจไต่ฝัน ฝ่าฝันสู่จุดหมาย ถึงปลายทางที่มุ่งมาดปรารถนา คงมิไกลเกิน ...

 

เอนกาย หงายนอนมองท้องฟ้าด้วยกันอีกคราครั้ง โน่นเรายังได้ยล ควันหลงของนายเมฆ หางเครื่องบิน ที่ผ่านผินไปลับ มิหวนกลับมาแล้วแก้วตา :) แต่ทว่ายังทิ้งความทรงจำดีๆ ที่มีคุณค่าให้ได้หวนระลึก เฉกเช่นเงาต้นไม้ใหญ่วัยปลาย ที่ยังคงทอดลงสะท้อนน้ำ ตอกและย้ำอย่างชัดเจนและตราตรึงไว้

 

แล้วเวลาก็พาใจเพลิดเพลินไป ธรรมชาติพิสุทธิ์ใส ให้ใคร่ครวญ ทุกสิ่งอย่างล้วนแปรผัน เปลี่ยนแปลงไป ไม่มีอะไรแน่นอน กระนั้นตราบชีวิตยังมีลมหายใจ เราทุกผู้นามล้วนย่อม มีความหวัง ตราบพระอาทิตย์ยังคงฉานฉาย เราก็มิวายเปี่ยมความฝัน อาจเป็นเพราะเราคู่กัน น้องฟ้ากะนายเมฆ อาจเป็นเพราะฉันคู่เธอ ต้นไม้กะสายน้ำ :)

 

การได้สัมผัสความเป็นธรรมชาติที่แสนเรียบง่าย แต่คงไว้ซึ่ง ความเป็นนิรันดร์ อย่างนี้ ทำให้คิดถึงหนังสือโปรดเล่มหนึ่ง ซึ่งเคยอ่านมานานแล้ว I Touch the Earth, the Earth Touches Me ข้าพเจ้าสัมผัสโลก และโลกรับรู้ความเป็นตัวตนของข้าพเจ้า เราเรียนรู้กันและกัน หากแต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจ ลองอ่านคำนำดูนะคะ ...

 

    คำนำ

... หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในสิ่งทั้งหมดที่เกิดขึ้น รวบรวมจากสมุดบันทึกของข้าพเจ้า ที่บันทึกไว้ในช่วงระยะเวลาสองสามปีที่ผ่านมา

... โดยข้าพเจ้าเลือกที่จะตีพิมพ์เรียงตามลำดับเวลาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างน้อยที่สุด จากความรู้สึกของอารมณ์ด้านในที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นสิ่งสำคัญมาก


... ข้าพเจ้าเชื่อว่าสิ่งที่พวกเราแสดงตัวตนออกมาเป็นอีกรูปแบบแห่งความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งทุกๆ ครั้งที่ข้าพเจ้าคิดว่าได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่าง ดูเหมือนว่า ชีวิตของข้าพเจ้า มีความขัดแย้งปรากฏพร้อมกันเสมอ

... แต่กระนั้นความขัดแย้งทั้งหมดก็ยังไม่แน่นอน มักจะมีบางส่วนที่แปลกแยกออกไป ดังนั้นข้าพเจ้าจึงต้องพยายามดึงตัวเองออกจากความเชื่อ ความเชื่อ ซึ่งไม่มีคำตอบตายตัว ทุกสิ่งย่อมมีทางเลือกเสมอ ...

... และสิ่งที่ดีที่สุด ที่ข้าพเจ้าสามารถวางใจ และเชื่อถือได้ คือ ประสบการณ์ ณ ปัจจุบัน โปรดติดตามข้าพเจ้าไปยังสถานที่หนึ่ง ที่ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกทึ่ง อัศจรรย์ใจกับ แนวทางอันหลากหลาย จากคำสอนของนักปรัชญา ผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ท่านเช่น แมรี่ เบกเกอร์ เอ็ดดี่ ถึง ฟริส เพิร์ล หรือ จาก แม็กเวลส์ มอลซ์ ถึง ท่านกฤษณะมูรติ

... ถึงอย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน ช่วงเวลาแห่งการทำงาน เวลาที่มีความปรารถนา มันกลับกลายเป็นยาพิษ ซึ่งฉันแทบจะไม่เชื่อเลยว่า เชื่อมโยงกับคำสอนเหล่านี้ ทั้งๆ ที่มันเป็นประสบการณ์โดยตรงของฉันเองก็ตามที

..... คุณเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่มีสิทธิขาดในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณเอง และขอย้ำอีกครั้งแล้ว คุณจะได้เข้าใจถึงความรู้สึกที่เรียกว่า สันติภาพ และ เสรีภาพ

 

Thanks: I Touch the Earth, the Earth Touches Me;Huge Prather, May 1972; Pojoaque, New Mexico

Translated by Nora Sitta; Poo @ Pakse, Champasak, LAO P.D.R. in Jan 2008

 

เพียงแค่คำโปรย จากหน้าคำนำ ยิ่งทำให้อยากค้นหาต่อ ขออภัยไม่ได้เขียนคำนำ ต้นฉบับภาษาปะกิตไว้ค่ะ หากกัลยาณมิตรท่านใดสนใจ ค้นหาต่อได้เจ้า ขอบคุณค่ะ หากพบเล่มนี้ที่กรุหนังสืออีกครั้ง จะได้อ่านซ้ำอีกรอบ เพื่อตอบโจทย์ในใจที่ยังค้างคา ขอบคุณธรรมชาติงาม และความทรงจำดีๆ ที่หล่อเลี้ยงหัวใจ ให้ได้รฤก เสมอ :)   

 

Revised & updated Photo at British Lake, Koh Kaew, Phuket in Jan 2012