ตอนนี้ผู้เขียนอ่านหนังสือเรื่อง ทักษะแห่งอนาคตใหม่ การศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21 หรือเรียกว่า 21st century skills เป็นหนังสือการแปลของ วรพจน์ วงศ์กิจกรุ่งเรืองและอธิป จิตตฤกษ์ เป็นผู้แปล ท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ได้แนะนำไว้ในคำหลักที่นี่
ผู้เขียนขอบคุณทางทีมงานของธนาคารไทยพาณิชย์ มูลนิธิสยามกัมมาจลที่ส่งหนังสือมาให้ผู้เขียนได้อ่านพร้อมกับปฏิทินตั้งโต๊ะและนาฬิกา
ตอนแรกผู้เขียนได้ยืมหนังสือพี่ศน.กุ้งมาอ่านด้วย แต่อ่านได้ครึ่งเล่มก็ได้หนังสือจากทีมงานของธนาคารไทยพาณิชย์และ มูลนิธิสยามกัมมาจลพอดี ในเนื้อหาของเรื่องทักษะแห่งอนาคตใหม่ การศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21 หรือเรียกว่า 21st century skillsน่าสนใจมากลองเข้าไปอ่านกรอบของความคิดเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยภาคีเพื่อทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในบันทึกท่านอาจารย์หมอวิจารณ์นะครับ
ผู้เขียนชอบเรื่อง ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมคือเรื่อง
-ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม(กดอ่านต่อที่ภาษาอังกฤษได้ )Creativity and Innovation
-การคิดเชิงวิพากษ์ Critical Thinking and Problem Solving
-การสื่อสารและการร่วมมือทำงาน Communication and Collaboration
นอกจากนี้ยังมีเรื่อง ทักษะชีวิตและการทำงาน Life and Career Skills
-ความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว FLEXIBILITY AND ADAPTABILITY
-ความคิดริเริ่มและการชี้นำตนเอง INITIATIVE AND SELF-DIRECTION
-ทักษะทางสังคมและการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม SOCIAL AND CROSS-CULTURAL SKILLS
-การเพิ่มผลผลิตและความรู้รับผิด PRODUCTIVITY AND ACCOUNTABILITY
-ความเป็นผู้นำและความรับผิดชอบ LEADERSHIP AND RESPONSIBILITY
ถ้าผู้อ่านสนใจอ่านเป็นภาษาอังกฤษลองไปอ่านที่ link ข้างล่างนะครับ จะมีคำอธิบายได้ชัดเจนมาก
ในส่วนของ การเพิ่มผลผลิตและความรู้ผิดยังรวมไปถึง
-การมีเจตคติที่ดีในการทำงานและมีจริยธรรมในการทำงาน(Work positively and ethically )
ที่ผู้เขียนพูดถึงการมีจริยธรรมในการทำงานหรือจริยธรรมในเพราะโดนหนังสือสุดสัปดาห์ฉบับหนึ่ง นำรูปภาพไปลงในหนังสือแล้วไม่ได้ขออนุญาตเหมือนกับหนังสือเล่มนี้ที่ทีมงานขออนุญาตอย่างดี
รูปภาพโดยทั่วไปนั้นผู้เขียนไม่หวงแต่ภาพนั้นอยู่ในบันทึกนี้ครับ รูปภาพเป็นสี่เหลี่ยม เล่นเปลี่ยนเป็นวงกลมเลย การนำรูปภาพไปลงหนังสือเป็นการขโมยหรือการโจรกรรม (plagiarism) ทางวิชาการอย่างหนึ่ง ไปอ่านต่อ plagiarism ที่นี้นะครับ มีเสียงภาษาอังกฤษด้วย ถ้าใช้ไปในทางวิชาการถ้าขออนุญาตก็ไม่ว่าอะไร แต่นี้ไปใช้ในทางธุรกิจ ไม่มีการแจ้งให้ทราบ ที่แย่คือไม่ได้อ้างอิงด้วยว่านำรูปภาพมาจากที่ใด ภาพนี้ครับที่อยู่ในหนังสือ
ภาพในหนังสือ
ภาพใน weblogในบันทักนี้ http://www.gotoknow.org/blog/yahoo/461737
ผู้เขียนติดต่อท่านอาจารย์ดร.จันทวรรณ และขอคำปรึกษาจากน้องแก้มยุ้ยที่เชี่ยวชาญด้วยนี้เลยโทรศัพท์ไปหาสำนักพิมพ์ทางสำนักพิมพ์บอกว่าให้ตั้งข้อเสนอมา ผู้เขียนเขียนจดหมายไปดังนี้
เรียนบรรณาธิการบริหารหนังสือ…..
ปกติผมจะได้รับการติดต่อจากสำนักงานต่างๆเรื่องการใช้รูปภาพเช่นโครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษาและเยาวชนสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
ขอใช้รูปในหน้าปกหนังสือเล่มนี้
http://www.gotoknow.org/blog/yahoo/461906ได้อ้างอิงมาด้วยว่านำรูปมาจากที่ใด
นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานอื่นๆอีกมากมายแต่เจอหนังสือ….ที่ผมอ่านมานาน
มากๆๆๆไม่อ้างไม่ขอเศร้าใจจังเลย ตอนนี้คิดว่า
จะขอให้ทางสำนักพิมพ์หนังสือ…..
ส่งหนังสือไปให้โรงเรียนในชนบทที่ห่างไกล 10 โรงเรียน เดือนละ 2
ฉบับได้ไหม เป็นเวลา 1 ปี ขอหนังสือ เป็นชุดละ4,000 บาท
ให้ 10 โรงเรียน ทางสำนักพิมพ์หนังสือ…..จะทำ CSR
ในนามของสำนักพิมพ์หนังสือ…..ก็ได้ครับถือว่าช่วยเหลือโรงเรียนที่ห่างไกล
ขอบคุณครับ
ขจิต ฝอยทอง(ครูบ้านนอก)

ขอบคุณคุณทิมดาบมากครับ ที่มาให้ดอกไม้ไวมากๆๆ
สวัสดีครับอาจารย์ครับ
ผมชอบประโยคนี้ครับ
"...ขจิต ฝอยทอง(ครูบ้านนอก)
ปล.ผู้เขียนโหดไปไหมครับ..."
อาจารย์ไม่โหดไปหรอกครับ...(แต่โหดมากครับ)
โหดแบบสร้างสรรค์ครับ
(โจรกรรม) สู่การเรียนรู้ครับ
อาจารย์สบายดีนะครับ
ขอบคุณมากครับคุณทิมดาบ ระบบ net มหาวิทยาลัยล่ม ยังเขียนไม่เสร็จเลยครับ...
"การ copy แล้วนำมา paste" เป็นพื้นฐานของการโจรกรรมทางวิชาการ ในรายวิชาที่พี่นกสอนก็พยายามจะแนะนำการอ้างอิงให้เสมอ ต้องแนะไปเรื่อยๆ เมื่อยก็หยุดไม่ได้...ไม่อยากให้ลูกศิษย์โตไปเป็นโจร(กรรมทางวิชาการ)ค่ะ
ผมเืชื่อว่า หน้าของอาจารย์ ขจิต ฝอยทอง โหดกว่าอย่างแน่นอนครับ อิ อิ
ดังนั้น วิธีการที่อาจารย์ได้เลือกไว้นั้น ดูเป็น "การให้" มากกว่า "การขอ"
เห็นอาจารย์โดนกรณีนี้ ผมชักเริ่มเสียวเหมือนกันนะครับเนี่ย ;)...
หรือไม่อาจจะโดนไปแล้ว แต่ยังไม่พบภาพตัวเองแค่นั้นเองมั้งครับ
น่าเศร้าจริงๆ และไม่โหดครับ..เชียร์ครับอาจารย์
อ.ขจิตคะ
เอาใจช่วยนะคะ
สำหรับเรื่องภาพที่ลงในบล็อกนั้น หนูคิดว่าภาพที่จะนำมาใช้ในบล็อกหลังจากนี้คงจะต้องใส่ชื่ออาจารย์ และลิงก์บล็อกเอาไว้ด้วย น่าจะช่วยให้คนหยิบไปใช้ได้เห็นที่มาของภาพที่ชัดเจนนะคะ
สวัสดีค่ะ อ.ขจิต
มาเชียร์ สนับสนุนอาจารย์ค่ะ เพราะเป็นการยกระดับคุณภาพ และจริยธรรมทางวิชาการ ที่ต้องมีและรู้จักการเคารพและให้เกียรติกันและกัน เป็นตัวอย่างที่ดี ที่ต่อไปจะได้มีการเคารพสิทธิกันและกันมากขึ้น
และ case นี้ไม่ว่าเป็นการกระทำโดยประมาทหรือไม่ของหนังสือฉบับนั้นก็ตาม แต่สิ่งที่อาจารย์เรียกร้องเป็นเรื่องของการให้ (รวมทั้งให้บทเรียน ที่เขาควรต้องระมัดระวังมากขึ้น) ผลที่ได้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาของโรงเรียนที่ห่างไกล (ไม่โหดไป หรอกค่ะ นี่ถ้าเป็น meepole อาจจะโดนมอบให้โรงเรียนวัดนอกเขตกทม.ทั่วประเทศ โหดกว่าไหม ??? หุ หุ :)
ของ meepole เพิ่งโดน copy เอาเรื่องที่เขียนในบล็อกทั้งเรื่อง (ด่างทับทิม) ไป post ในบล็อกตัวเองทั้งเรื่อง แต่ตัดเฉพาะชื่อของ meepole ออกเท่านั้น นี่ขนาดนามแฝงแล้วนะ ยังลบของเขาทิ้งได้ลงคอ ฮือๆๆๆ!!! ชื่อเขาก็ออกดูดี เนอะ :)
เจริญพรโยมอาจารย์
อาตมาขอรบกวนสอบถามเรื่องเบอร์โทรศัพท์ของคุณครูอ้อยเล็ก(ทางหลังไมค์) เนื่องจากอาตมาจะขอให้ครูอ้อยตอบแบบสอบถามงานวิจัยจากเวทีคนหนองบัว(อาตมาทำวิจัยเรื่องบทเรียนจากกระบวนเรียนรู้ออนไลน์เครือข่ายครู กรณีศึกษาเวทีคนหนองบัว) เนื่องจากครูอ้อยเล็กมีส่วนรวมในการออกแบบหน้าบันทึกของเวทีคนหนองบัว (อ.ที่ปรึกษาแนะนำให้อาตมาไปสัมภาษณ์คุณครู)
*เข้าใจความรู้สึกนี้ค่ะ..ที่ดำเนินการเช่นนั้นก็เหมาะสมกับคุณธรรมประจำใจแล้ว
*ในส่วนตัวแล้ว หากโดนบ้าง คงดีใจที่งานของเราอยู่ในสายตาของนักโจรกรรมทางวิชาการ ยกเป็นวิทยาทานไป
พูดถึง เค้าน่าจะอ้างอิงหน่อยนะ ถ้าเจอแบบนี้คงรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน หากคิดว่าทำบุญ ทำทานให้มันไปก็คงไม่ใช่ เสียทีเดียว
เพราะมันเป็นการส่งเสริม ให้พวกคนประเภท coppy มักง่าย เสียนิสัย ทำอย่างอาจารย์ขจิตว่าแหละค่ะ ดีและ
เอ่อ.....ว่าแต่เค้าว่ากันว่า "การให้ที่ยิ่งใหญ่ ก็คือ การให้ อภัย น่ะ"
ขอบคุณพี่ครู kanchana คุณ Universal คุณครู Nopparat คุณณัฐวรรณ์ พี่ mee_pole อาจารย์ was คุณชาดา พี่ครูธนิตย์ พี่ใหญ่ ท่านพระอธิการโชคชัย พี่นก น้องมะปรางและคุณทิมดาบมากครับ
ที่มามอบดอกไม้ให้
ขอบคุณน้องมะปราง พี่ครูธนิตย์ที่กด like ครับ
อ.ขจิตค่ะ
พี่อ่านเรื่องนี้จาก Fb ขอ.อาจารย์มาบ้างแล้วพี่จึงเปิดไปหาเว็ปที่ copyข้อความในบันทึกและภาพของพี่ไป พบว่า มันหายไปแล้ว ไม่เจอลิงค์เสียแล้วสงสัยว่าคงลบไปแล้วหรืออย่างไร ไม่แน่ใจ
บันทึกนี้ ที่อ.ขจิต หาใช่ไหม >http://www.gotoknow.org/blogs/posts/459332
ขอบคุณนะคะ
ปล . เดี๋ยวพี่จะกลับมาอ่านอีกทีค่ะ มาภาระกิจต้องไปก่อน ^^
ว้าว ๆ เชียร์ ๆ ฮีโร่ของประชาชี ท่านพี่ขาหญ่ายย ใจดีที่สุดในโลก
ส่วนโหดไหมนั้น เห็นด้วยกับอ. เสือโหด โสดสนิท ศิษย์เป็นลม ค่ะ
ขนาด บันทึกไม่ค่อยมีสาระและภาพ น้องปลี (กล้วย) ของปู ยังโดนเลยค่ะ
จี๊ดนิดๆ แต่กรณีนี้ เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะครูขจิตบ้านนอก จาก ลูกครูบ้านนอก :)
http://education.alberta.ca/admin/aisi/themes/21-century.aspx
เรื่อง "การโจรกรรมทางวิชาการ" อาจารย์แม่เจอประจำ เช่น มีผู้นำข้อเขียนของอาจารย์แม่ทุกตัวอักษร แห่งละหลายๆหน้า ไปใสในตำราที่ขายนักศึกษาโดยไม่อ้างอิงทั้งในเนื้อหา และในบรรณานุกรม นำไปเป็นเอกสารอบรมนักศึกษาโดยวิธีการเดียวกัน แม้กระทั่งครูที่ส่งผลงานมาให้ตรวจ ก็นำงานเขียนที่อาจารย์แม่สรุปงานวิจัยโดยใช้ภาษาของตัวเองรวม 12 หน้า ไปใส่ในงานของตนโดยไม่มีการอ้างอิง เป็นต้น แต่อาจารย์แม่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงและไม่ได้ใส่ใจที่จะไปทำอะไร ซึ่งเท่ากับเป็นการสนับสนุนพฤติกรรมเช่นนั้น การที่ลูกขจิตออกมาทำอะไรเสียบ้างก็เป็นการดีแล้วล่ะค่ะ ความมักง่ายของผู้กระทำจะได้ลดลง และวิธีที่ใช้ลงโทษก็เป็นประโยชน์ทางการศึกษา นับว่าได้ประโชน์สองต่อนะคะ
ตามมาให้กำลังใจค่ะ
และเชียร์ด้วยคนค่ะ
บางคนอาจชื่นชอบผลงานก็เลยมีแอบ...เก็บไป
เป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ค่ะ
คือให้พระอภัยค่ะ...