สอบถามถึงอาจารย์ถวัลย์ว่า ท่านอยู่บ้านหรือไม่ หญิงวัยกลางคนตอบว่า "อยู่อาจารย์พักผ่อน นัดไว้หรือเปล่าค่ะ"

เดินชมเรือนรับรองบริวารต่อมาเห็นเรือนยอดแหลมอื่นๆ อีกหลายแห่ง แต่ว่าเรือนเหล่านี้เกือบทุกหลังมองไม่เห็นคนพักอาศัยอยู่บนเรือน นอกจากเรือนด้านในสุดของพื้นที่ พบคนพักอาศัยอยู่บ้าง สอบถามถึงอาจารย์ถวัลย์ว่า ท่านอยู่บ้านหรือไม่ หญิงวัยกลางคนตอบว่า “อยู่ อาจารย์พักผ่อน นัดไว้หรือเปล่าค่ะ” “เปล่าครับ” รีบตอบเพราะความเกรงใจ เนื่องจากพอรู้บ้างว่า อาจารย์ เป็นผู้มีนิสัยรักสงบชอบเก็บตัวอยู่เงียบๆ มากกว่าการสนทนากับชนทั่วไป

 

พบฝรั่งสองคนสามีภรรยาเดินชมอยู่ จึงถือโอกาสฝึกภาษาอังกฤษด้วยการทักทายชวนสนทนา ได้ข้อมูลว่าสองคนเดินทางมาจากประเทศยูเครน ภรรยาชอบศิลปะในด้านการวาดรูป  ส่วนสามีทำงานด้านคอมพิวเตอร์ ภรรยายกย่องชมเชยงานของอาจารย์ถวัลย์ว่าเป็นยอดของศิลปะ แถมฝากให้ช่วยบอกเจ้าของด้วย ผมได้แต่รับคำแบบเลี่ยงๆ ว่า “จะบอกให้ครับ ถ้าได้พบนะ” เธอยิ้มด้วยความยินดี

 

เดินกลับออกมาทางด้านขวาของเรือนศิลป์หลังใหญ่ พบเพื่อนพ้องเกือบทั้งหมดมานั่งรวมกันพักผ่อน รอเดินทางกลับพร้อมกัน ตอนเที่ยวกลับมัคคุเทสก์เดินนำกลับทางลัด ทำหลายคนพึงพอใจ เพราะไม่ต้องเดินไกลจนเกินไป ขึ้นรถบัสได้ต่างคนต่างเอนหลังพิงพนังเบาะหลับตาลงพักผ่อนแก่เหนื่อย

 

ถึงที่พักหลายคนถือโอกาสนอนชั่วครูรอเวลารับประทานอาหารค่ำ ถึงเวลานัดหมายเราพร้อมกันที่ล็อบบี้เพื่อเดินทางสู่ร้านอาหาร “คุ้มสบันงา” เป็นร้านอาหารบรรยากาศขันโตกแบบชาวเหนือ เนื่องจากคณะของเราเป็นคณะใหญ่ได้รับเกียรติให้รวมอยู่ในห้องวีไอพี (พิเศษ) ขณะอาหารเริ่มทยอยเข้าสู่โต๊ะ บนเวทีมีการเล่นดนตรีชาวเหนือ สะล้อซอซึง และนักร้องนำ ชวนเชิญและร้องด้วยสำเนียงชาวเหนือชัดเจน มีขบวนแห่ย่อยๆ เดินโปรยดอกไม้เข้าสู่เวที เรารับประทานอาหารไปฟังไปคุยกันไป จบท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกันแล้วจากลาด้วยความประทับใจในความงามแบบชาวเหนือ คำพูด เพลง ดนตรีลีลาเต้นร่ำอ่อนช้อยน่าชม