ผมเหมือนกับได้ร่วมทำหน้าที่สืบทอดและนำส่งประสบการณ์ทางสังคมของคนหนองบัวและเครือข่ายสุขภาวะชุมชนศึกษาในเวทีคนหนองบัว ให้เผยแพร่ไปสู่สังคมวงกว้าง รวมทั้งถ่ายทอดไว้ให้คนรุ่นหลังๆได้เรียนรู้เรื่องราวดีๆจากสังคมของตนเองเพิ่มพูนขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง โดยได้มีโอกาสนำเอาประสบการณ์และบทเรียนเวทีคนหนองบัว กับชุมชนอำเภอพุทธมณฑล และอีกหลายแห่ง ไปเขียนเป็นบทความวิชาการและร่วมเขียนหนังสือตำรา ที่ขอถือโอกาสนี้นำมาบอกกล่าวและน้อมคารวะมอบเป็นของขวัญปีใหม่แด่ชาวหนองบัว คนพุทธมณฑล คนทำงานเชิงสังคม และชาวบ้านในท้องถิ่นต่างๆด้วยครับ ตั้งใจไว้นานแล้ว แต่ต้องรออยู่หลายเดือนเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่เรียบร้อยเสียก่อน

เรื่องแรก เป็นงานร่วมเขียนหนังสือตำรา เอกสารการสอนชุดวิชามนุษย์กับระบบนิเวศ (Human Being and Ecosystems) สาขาวิชามนุษยนิเวศศาสตร์ ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เรื่อง ระบบนิเวศทางสังคมวัฒนธรรม ได้ใช้รูปและเรื่องราวที่แสดงมิติชุมชน วิถีชีวิต และความเป็นสังคมวัฒนธรรมที่สะท้อนอยู่ในการทำกระยาสารทของชุมชนหนองบัวและชุมชนต่างๆของสังคมไทย ที่ได้ร่วมกันสั่งสมรวบรวมไว้ในบล๊อกเวทีคนหนองบัว ไปเป็นกรณีตัวอย่างหนึ่งให้นักศึกษาและผู้สนใจ ได้เห็นระบบนิเวศและความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันของผู้คนและสิ่งต่างๆในมิติสังคมวัฒนธรรมกับระบบอื่นๆ ที่ผสมกลมกลืนอยู่ในวิถีชีวิตของทุกคน

อีกเรื่องหนึ่ง เป็นบทความวิชาการ เรื่อง การพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาชุมชนเพื่อส่งเสริมการจัดการกระบวนการเรียนรู้ในระดับชุมชน ทดลองนำเสนอบทสังเคราะห์วิธีใช้เว็บบล๊อก gotoknow.org ของเครือข่ายเวทีคนหนองบัว นครสวรรค์ ได้รับการตีพิมพ์ใน วารสารร่มพฤกษ์ ของมหาวิทยาลัยเกริก ปีที่ ๒๙ ฉบับที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔-มกราคม ๒๕๕๕

ทั้งสองเรื่องนี้ สักระยะหนึ่งผมจะทำเป็นบทความออนไลน์ เผยแพร่ในเว๊บบล็อกให้คนได้สามารถอ่านและนำไปใช้ประโยชน์ตามความสนใจได้ต่อไปอีกครับ แต่ตอนนี้ยังกู้ต้นฉบับไม่ได้เลย โน๊ตบุ๊คผมกำลังเป็นอะไรไปก็ไม่ทราบครับ เปิดก็ไม่ได้ และข้อมูลมากมายรวมทั้งต้นฉบับบทความกับหนังสือทั้งสองเรื่องนี้ก็อยู่ในนั้นเสียด้วย เมื่อตอนหนีน้ำท่วมจำเป็นต้องปล่อยทิ้งให้นอนนิ่งอยู่ในที่พักกว่าสองเดือนเพราะเดินทางเข้าหมู่บ้านกับที่พักใน กทม.ไม่ได้ พอกลับไปดูอีกทีหลังน้ำลดเครื่องก็ไม่ทำงานเสียแล้ว แต่น่าจะกู้ได้

งานนี้นอกจากจะเป็นงานสร้างความรู้และบริการวิชาการแก่สังคมที่ก็ต้องทำอย่างทั่วๆไปแล้ว ก็มีความหมายในแง่ของการช่วยกันหาวิธีการทางวิชาการที่เหมาะสม ในอันที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ทางปัญญาปฏิบัติแก่สังคม พร้อมๆกับเคลื่อนไหวให้เกิดโครงสร้างการจัดความสัมพันธ์ของตนเองของปัจเจกและชุมชนกับความเป็นส่วนรวมในแนวทางใหม่ๆ ไปด้วย โดยแสดงให้เห็นพลังความสร้างสรรค์อีกด้านหนึ่งที่มีอยู่จริงและสามารถริเริ่มสร้างสรรค์ขึ้นมาได้ด้วยพลังการเรียนรู้ที่เหมาะสมของชุมชนต่างๆดังเช่นหนองบัว พุทธมทณฑล และอีกหลายแห่งว่า จากชุมชนที่เหมือนเป็นชนบท ขาดโอกาสหลายอย่าง และเหมือนกับจะต้องรอรับสิ่งต่างๆจากโลกภายนอกที่ดีกว่านั้น เมื่อสามารถพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้และช่วยกันสร้างสรรค์ความเปลี่ยนแปลงที่ดีๆออกจากสิ่งที่มีอยู่ขึ้นมาได้ นอกจากจะสำเร็จประโยชน์อยู่ในตนเองได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ก็กลับทำให้ชุมชนมีประสบการณ์และเกิดบทเรียนทางการปฏิบัติ ที่สามารถเป็นครูของตนเองและถ่ายทอดให้กับสังคมทั่วไปได้ ซึ่งทำให้สามารถสร้างและเพิ่มพูนโอกาสเกิดสิ่งดีๆแก่สังคมได้มากยิ่งๆขึ้น เช่นเดียวกับชุมชนหนองบัว ก็สามารถแบ่งปันสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นจากเรื่องราวของตนเองให้กับชุมชนอื่นๆในสังคมไทยและสังคมอื่นๆได้

บทเรียนกับกรณีศึกษาของชุมชนอำเภอหนองบัว นครสวรรค์ และอำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ให้แนวทางสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อทำงานเชิงพื้นที่ของสังคมไทยแบบเสริมพลังขึ้นจากการเรียนรู้ตนเองในหน่วยทางสังคมระดับชุมชนระดับอำเภอซึ่งไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไปในหลายแง่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในชุมชนซึ่งมีธรรมชาติเชิงระบบซับซ้อนของชุมชนเมืองในเขตปริมณฑลเมืองหลวงที่ใหญ่และมีพัฒนาการทางด้านต่างๆเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกดังเช่นชุมชนอำเภอพุทธมณฑล อันเป็นพื้นที่ชายขอบของกรุงเทพมหานครและจังหวัดนครปฐม กับชุมชนอำเภอหนองบัว อันเป็นพื้นที่ชนบทกึ่งเมือง ซึ่งหลายด้านมีความสะท้อนความเป็นสังคมไทยขนาดเล็กและเหมือนกับพื้นที่ชนบทอีกหลายแห่งของประเทศ ทำให้มีตัวอย่างเชิงกระบวนการเพิ่มความหลากหลายขึ้นมาอีกตัวอย่างหนึ่ง ให้พอใช้จินตนาการถึงวิธีทำงานความรู้เชิงขับเคลื่อนสังคมในแนวทางอย่างนี้ได้ดีขึ้นในบางแง่ว่า สิ่งที่ทำให้เกิดเรื่องราวดีๆในชุมชนหนองบัว ซึ่งขาดโอกาสมากกว่าอีกหลายแห่งของประเทศ และที่อำเภอพุทธมณฑลซึ่งทำงานยากแต่ให้บทเรียนสะท้อนความเป็นจริงอันเชื่อมโยงถึงกันของระบบโลกทั้งในปัจจุบันและในอนาคตนั้น ก็จะสามารถชี้นำชุมชน หน่วยงาน และคนทำงานแนวหนุนเสริมพลังการเรียนรู้ออกจากตนเองนี้ ให้เกิดวิธีคิดและมีความมั่นใจ ที่จะสร้างความริเริ่มในทางปฏิบัติที่ดีๆให้อีกหลายแห่งของประเทศได้เป็นอย่างดีมากยิ่งๆขึ้น

ทั้งหมดนี้ เป็นการได้ทำงานต่อยอดสิ่งที่ทุกท่านในเวทีคนหนองบัวได้ช่วยกันริเริ่มสร้างสรรค์ไว้อย่างหลากหลาย ทางมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชและมหาวิทยาลัยเกริก ส่งมาให้ได้ชมเมื่อตอนปีใหม่พอดี เหมือนกับเป็นการมอบของขวัญปีใหม่ ส่งพลังใจและส่งความสุขให้ จึงขอนำมามอบให้เป็นพลังใจและเป็น สคส.สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕ แด่ทุกท่านด้วยเช่นกันครับ.