การทำงานของเซลล์ในร่างกายว่ามีสองแบบเท่านั้นคือ แบบที่หนึ่งเป็นโหมดการปกป้องตนเอง แบบที่สองเป็นโหมดเติบโตและเรียนรู้ ทั้งสองแบบนี้เซลล์ของเราไม่สามารถทำได้พร้อมกัน หากเปิดโหมดของการเรียนรู้ก็ปิดโหมดการปกป้องตนเอง แต่เมื่อไหร่ก็ตามาที่เซลล์เลือกที่จะปกป้องตนเอง ก็มีผลต่อการเรียนรู้

รู้จักตัวเองเข้าใจผู้อื่น จุดเริ่มต้นของFacilitator

จะง่ายกว่าไหมที่เรารู้จักตัวเองและรู้จักผู้อื่นการเอื้อเอ่ยเชิญชวนมาร่วมทำกิจกรรมใดๆน่าจะทำได้โดยสอดคล้องกับคู่สนทนาการรู้จักและเข้าใจทั้งตนเองและคู่สนทนาจึงเป็นศาสตร์ที่เป็นเสน่ห์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ทำหน้าที่Facilitator ลองคิดดูว่า เรากำลังนั่งสนทนากับคนแปลกหน้าสักคนเราอาจไม่มีข้อมูลส่วนตัวเขามาก่อนการเริ่มต้นอาจต้องใช้ช่วงเวลาทำความรู้จักกันพอสมควรถึงจะเริ่มต้นคุยในประเด็นที่เราคิดไว้หากจู่โจมโดยทันทีถึงประเด็นที่เราต้องการแลกเปลี่ยน ผลลัพธ์ไม่ดีรวมไปถึงการปิดกั้นการเรียนรู้ได้ ตรงนี่สำคัญมาก

มีงานวิจัยที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนรู้เทคโนโลยีทางชีววิทยาที่กำลังฮือฮามากในวงการวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันนี้คือ ทฤษฏีเซลล์แบบใหม่ของ  บรู๊ซ ลิปตัน ( BruceLipton) เป็นงานวิจัยระดับเซลล์ดังกล่าวนี้ได้ศึกษาถึงการทำงานของเซลล์ในร่างกายว่ามีสองแบบเท่านั้นคือแบบที่หนึ่งเป็นโหมดการปกป้องตนเองแบบที่สองเป็นโหมดเติบโตและเรียนรู้ทั้งสองแบบนี้เซลล์ของเราไม่สามารถทำได้พร้อมกันหากเปิดโหมดของการเรียนรู้ก็ปิดโหมดการปกป้องตนเอง แต่เมื่อไหร่ก็ตามาที่เซลล์เลือกที่จะปกป้องตนเองก็มีผลต่อการเรียนรู้ ดังนั้นแล้วการใช้เวลาคุณภาพที่มีช่วงเวลาเพียงพอและให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้จะช่วยลดอำนาจนิยมระหว่างกัน รวมไปถึงกระบวนการ “รู้จักฉัน รู้จักเธอ”ขั้นตอนนี้จึงเป็นขึ้นตอนที่สำคัญอย่างมาก

มีวิธีการที่เป็นทางลัดในการเข้าใจตนเองและผู้อื่น หลายๆเครื่องมือเช่น ซาเทียร์ (SatirModel) (Virginia Satirนักจิตบำบัดชาวอเมริกันที่มีผลงานด้านการให้การปรึกษาเรื่องการเปลี่ยนแปลงตนและครอบครัว มีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ.1916 - 1988)เป็นกระบวนการบำบัดทางจิตวิทยา มุ่งเพื่อการเติบโตภายใน ซาเทียร์ได้เสนอว่าพฤติกรรมที่มนุษย์แต่ละคนแสดงออกมานั้นเป็นเพียงส่วนน้อยนิด อีกมากนักที่ยังซ่อนอยู่และไม่สามารถมองเห็นได้เปรียบพฤติกรรมการแสดงออกของมนุษย์ที่สามารถมองเห็นได้เป็นเหมือนกับภูเขาน้ำแข็ง ที่โผล่ยอดออกมาให้เห็นเพียงส่วนน้อยยังมีอีกมากที่ยังจมอยู่ใต้ท้องทะเล ดังนั้นการเข้าใจผู้ป่วยทางจิตเวชก็ต้องเข้าใจหลักการนี้ในขณะเดียวกันการทำหน้าที่อำนวยกระบวนการเรียนรู้ของ Facilitatorใช้หลักการซาเทียร์ในการเข้าถึง (Approach) เข้าใจกลุ่มเป้าหมายในรายละเอียดดูจะซับซ้อนเชิงเทคนิคค่อนข้างมาก ผมมีโอกาสได้เรียนรู้ศาสตร์นี้กับเสมสิกขาลัยมาครั้งหนึ่งรู้สึกชื่นชอบแนวคิดของซาเทียร์ที่ว่า “เชื่อว่าธรรมชาติเดิมแท้อันเป็นพลังแห่งความดีงามทั้งปวงฝังลึกอยู่ในตัวมนุษย์นี่เองเพียงแต่เรามักขาดการเชื่อมโยง(connect)กับธรรมชาติเดิมแท้นี้ของเรา” ความเชื่อในความดีงามของมนุษย์เป็นพื้นฐานศรัทธาที่สำคัญของคนเป็น FAผมคิดแบบนี้ครับ รายละเอียดของซาเทียร์มีอีกมากผู้ที่สนใจอาจไปค้นคว้าเพิ่มเติม

กระบวนการเรียนรู้ตัวเอง ที่น่าสนใจอีกศาสตร์หนี่งคือ “นพลักษณ์”หรือ “เอ็นเนียแกรม”   (The Enneagram)นักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จะใช้เครื่องมือนี้ในการพัฒนาผู้บริหารและบุคลากรของตนถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งของความสำเร็จขององค์กรโดยเฉพาะการพัฒนาการเป็นผู้นำองค์กร ผู้ที่สามารถจะนำผู้อื่นได้คุณสมบัติพื้นฐานคือ “รู้จักตนเองให้ถ่องแท้ที่จะเป็นสะพานไปสู่การเข้าใจผู้อื่น”การรู้จักตนเองเข้าใจผู้อื่นน่าจะเป็นคุณสมบัติในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่ลึกซึ้งนพลักษณ์จะช่วยบ่มเพาะสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นกับตัวเองเป็นเบื้องแรกและเกิดขึ้นกับทีมงานอย่างเป็นรูปธรรม ความแตกต่างของนพลักษณ์กับเครื่องมือการพัฒนาตนเองชนิดอื่นตรงที่สามารถพิสูจน์ด้วยตัวผู้ศึกษาว่า สิ่งนี้เป็นความจริงนำไปใช้ประโยชน์ในทางปฏิบัติได้หรือไม่โดยเริ่มจากค้นหานพลักษณ์ของตนเองก่อน เมื่อค้นพบ“ตัวตน”ที่แท้จริงของตัวเองแล้วจะสามารถนำพาตนเองและคนองค์กรที่มีความหลากหลากหลายไปสู่จุดหมายที่ตั้งไว้ผมมีโอกาสได้เรียนรู้นพลักษณ์แบบงูๆปลาๆ กับคุณภีรัชญาวีระสุโข(คุณกิ่ง) กัลยาณมิตรที่เชี่ยวชาญในศาสตร์นพลักษณ์การเรียนรู้ของผมอยู่ในระดับที่พอใช้งานได้ในการทำหน้าที่ facilitatorแต่ว่าต้องค้นคว้าอ่านหนังสือเพิ่มเติม ผมคิดว่าการทำหน้า Facilitatorหากเข้าใจความหลากหลายของสไตล์ตนเอง และผู้อื่น จะสามารถทำหน้าที่Facilitator ได้ดีมากยิ่งขึ้น รายละเอียดที่มีมากหากท่านไหนสนใจศึกษาศาสตร์นี้ สามารถค้นคว้าหาอ่านเพิ่มเติมได้

มาถึงการเรียนรู้ตนเองและผู้อื่นโดยใช้เกมกันดีกว่าครับวิธีนี้ไม่ยากมากนักอีกทั้งใช้เป็นเกมส์ที่ช่วยละลายพฤติกรรมในช่วงแรกของการทำกระบวนการกลุ่มได้เราเรียกเกมนี้ว่า “ผู้นำสี่ทิศ”หรือ Whoareyouหลายท่านคงคุ้นเคยและได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมนี้บ้างแล้ว

ในส่วนตัวของผมคิดว่า เกมแบบนี้ช่วยให้เราได้เรียนรู้ตัวเองแบบง่ายๆสนุก และแม่นยำอย่างน่าอัศจรรย์ หากเรารู้ว่าใครเป็นคนแบบไหนเราสามารถจะเข้าขากับเขาได้อย่างง่ายๆและแนบเนียนมีความสุข

ผมเคยไปทำกลุ่มสุนทรียสนทนากับกลุ่มเป้าหมายกว่า 200คนที่เป็นอาจารย์คณะหนึ่งของมหาวิทยาลัยทางเหนือ พี่กอล์ฟ (คุณทวีสินฉัตรเฉลิมวิทย์)ใช้เกมนี้เป็นเครื่องมือนำร่องเบื้องต้นในการแยกแยะกลุ่มอาจารย์เสร็จแล้วให้กลุ่มที่ผ่านการแยกโดยเกมช่วยกันระดมความคิดผ่านประเด็นที่ตั้งไว้ผลลัพธ์ที่ออกมานอกจากเราได้เห็นเนื้อหาการระดมสมอง วิธีคิด และคำตอบจากประเด็นใหญ่ที่ตั้งไว้ เราก็ยังเห็นความเป็นตัวตนที่ชัดเจนมากๆของ“ผู้นำสี่ทิศ” อันได้แก่ กลุ่มหมีกลุ่มกระทิง กลุ่มหนู และ กลุ่มอินทรีย์เป็นปรัชญาอินเดียนแดง มักจะมีความเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับธรรมชาติเสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นผืนแผ่นดิน แม่น้ำภูเขา และอะไรก็คงจะไม่ Representlife ได้ดีไปกว่าสัตว์พันธุ์ต่างๆในธรรมชาติเมื่อมาถึงการบอกเล่าอุปนิสัยใจคอ คุณลักษณะต่างๆของคน

กระบวนการในวันนั้นผลลัพธ์ไม่ได้ต้องการแค่คำตอบจากประเด็นคำถามแต่ต้องการให้อาจารย์ผู้เข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้ทุกท่านเข้าใจความหลากหลายในการอยู่ร่วมกัน หากท่านไหนจับประเด็นได้ก็จะเห็นว่าสัตว์ที่เป็นตัวแทนแต่ละประเภทมีบุคลิกเฉพาะที่แตกต่างกันการเข้าถึง และการสร้างความสัมพันธ์นั้นใช้พลังและทักษะที่แตกต่างกันเกมนี้เลยเป็นการชิมลางเบื้องต้นที่ได้ผลมากในกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาองค์กร

อาจารย์วรภัทร์ ภู่เจริญ เขียนไว้ในหนังสือDialouge... คิดลงใจ...ไหลเป็นปัญญา ไว้ว่า“พอเจ้านายรู้ว่าเป็นตัวอะไร (หมี กระทิง หนู หรือ อินทรีย) เราก็จะแหย่ท่านได้ง่าย ส่วนใหญ่ หมีชักชวนได้ยากที่สุดหมีมีนิสัยไม่ชอบเปลี่ยนแปลง บ้ารายละเอียด บ้าขั้นตอนทำเฉพาะในสิ่งที่ตนเองชอบ ...อาจจ้องเข้าหาเพื่อสนิทแล้วไป“ยั่ว”หมีออกมาจากถ้ำ ออกมาจากความคุ้นชิน” อาจารย์วรภัทร์ได้เขียนต่ออีกว่า “หากหมีชอบ Dialogue ขึ้นมาเมื่อไหร่หมีนี่หละจะชวนพวกเรา Dialogue ตลอดกาลครับ”

ข้างต้นเป็นตัวอย่างในการเข้าถึงตัวตนของหมี –หากเราไม่เรียนรู้อุปนิสัยพื้นฐานของหมี ก็ไม่มีทางรู้เลยว่าที่หมีปฏิเสธ เพราะอะไร? ที่หมีไม่เข้าร่วมกิจกรรมเพราะเหตุใด?สิ่งต่างๆเหล่านี้ เป็นทักษะที่สำคัญของ Facilitatorจำเป็นต้องเรียนรู้ไว้

ส่วนสัตว์ประเภทอื่นๆ เช่น อินทรีย์ เป็นกลุ่มที่ไม่ยากมากหากมีสิ่งล่อใจ เพราะชอบลองของใหม่ แปลกและท้าทายต้องระวังอินทรีย์จะเบื่อง่ายด้วยนะครับส่วนพวกกระทิงก็เป็นสัตว์ที่ถามหาเหตุผล หากเหตุผลชัดเจนแล้วเป็นกลุ่มศูนย์หัวกระทิงพร้อมชน กระทิงชอบการยกยอ ชื่นชมในวงสนทนากระทิงจะเป็นกลุ่มที่ “จ้อ” ไม่หยุดปากส่วน หนู คนไทยส่วนใหญ่เป็นพวกหนู ที่ขี้เกรงใจ อ่อนไหวง่ายเป็นกลุ่มศูนย์ใจ พูดเก่ง สังคม และสมาธิสั้นทำให้ความอดทนในการเรียนรู้เชิงลึกมีปัญหาบ้าง

ผมเคยนำเกมนี้มาใช้กับพนักงานผับบาร์แห่งหนึ่งย่าน RCAเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ตัวเอง ก่อนที่ทำกระบวนการอื่นๆต่อไปปรากฏว่าใช้ได้ผลดี ตัวแทนสัตว์ 4 ประเภทค่อนข้างแม่นยำและการนั่งพูดคุยถึงการเล่นเกมทำให้กลุ่มเป้าหมายลึกซึ้งและเข้าใจความหมายโดยนัยของเกมนี้และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ด้วย

ขอเขียนกระบวนการคร่าวๆ เผื่อการนำไปใช้ (ต้องขอบคุณ คุณทวีสินฉัตรเฉลิมวิทย์ ที่กรุณาให้ความรู้ผมในการดำเนินการเกมครั้งนี้)ขั้นแรกกระบวนกรต้องเตรียมการบ้านมาระดับหนึ่ง คือ เรียนรู้ เข้าใจเกมนี้ถึงวัตถุประสงค์และการให้ความหมายตลอดจนการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและงานที่ทำ

เกม Who are you” หรือ“ผู้นำสี่ทิศ”

อุปกรณ์  

  1. กระดาษ เอสี่ จำนวน 4แผ่นที่เขียนข้อความเกี่ยวกับลักษณะของสัตว์แต่ละประเภท(โดยที่ยังไม่ให้บอกว่าเป็นสัตว์ประเภทอะไร)เป็นเอกสารชุดที่ 1
  2. กระดาษเอสี่ จำนวน 4 แผ่นที่เขียนถึงเอกสารที่มีการอรรถาธิบายเกี่ยวบุคลิก ลักษณะที่ละเอียดมากขึ้น(เอกสาร ชุดที่ 2)
  3. รูปการ์ตูนสัตว์สี่ทิศ (หมี,กระทิง,หนู และอินทรีย์)
  4. กระดาษปรู๊ฟ,ปากกาเมจิก,กระดาษกาว(ในกรณีที่จะระดมความคิดเชิงประเด็น)


ข้อ 1ใช้ในกรณีที่ คนจำนวนไม่มาก (ประมาณ ไม่เกิน 30 คน)ติดไว้ให้ทุกคนได้อ่าน และคิดว่าตนเองตรงกับแผ่นใดมากที่สุด เราจะใช้ทิศแทนสัตว์ก่อน(บอกประเภทสัตว์ทีหลัง) ได้แก่ ทิศเหนือ(กระทิง ธาตุไฟ),ทิศใต้ (หนู ธาตุน้ำ),ทิศตะวันตก (หมี ธาตุดิน)และทิศตะวันออก (นกอินทรีย์ ธาตุลม)หากมีผู้เข้าร่วมกระบวนการจำนวนมากเราอาจใช้การฉายขึ้นบนจอโปรเจคเตอร์และให้ทุกคนได้อ่านและตัดสินใจผ่านข้อความไปพร้อมๆกัน 


ส่วน ข้อ 2เราจะใช้ในกรณีการระดมความคิด “เชิงประเด็น”ซึ่งกระบวนการระดมความคิดนี้ เราจะเห็น วิธีคิด ฉากทัศน์บุคลิกของคนกลุ่มนั้นๆ ผ่านการนำเสนอทุกรูปแบบสุดท้ายวิทยากรกระบวนการก็สรุปให้เห็นอีกครั้งว่าคนเราแตกต่างกันอย่างไร?และเราจะได้ประโยชน์ในการรู้ถึงความแตกต่างนั้นได้อย่างไร?

วิธีการ 

ขั้นตอนที่ 1ให้ผู้เข้าร่วมประชุมอ่านข้อความที่อยู่ในกระดาษให้ครบทั้ง 4 แผ่น(เอกสารชุดที่ 1)และเมื่อทุกคนสามารถตัดสินใจได้แล้วว่าตนเองเป็นแบบไหน(ตามบุคลิกลักษณะในข้อความที่เขียนไว้) ก็เดินไปยังมุม 4 มุมที่เรากำหนดไว้มุมทั้ง 4 มุมนั้น คือ 4 ทิศนั่นเอง (เราใช้วิธีเขียนกระดาษว่าทิศเหนือ.ทิศตะวันตก,ทิศตะวันออก,และทิศใต้)

ขั้นตอนที่ 2เมื่อผู้เข้าร่วมประชุม แยกกลุ่มกันเสร็จแล้ว ให้นั่งรวมกลุ่มไว้(เป็นไปได้ว่า จำนวนคนจะเยอะมากในบางกลุ่ม และ คนจะน้อยในบางกลุ่มเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว) จากนั้นให้กลุ่มทำความรู้จักกัน

ขั้นตอนที่ 3 แจกเอกสาร(เอกสารชุดที่ 2) เป็นเอกสารที่มีการอรรถาธิบายเกี่ยวบุคลิกลักษณะที่ละเอียดมากขึ้น

ขั้นตอนที่ 4ให้ทุกคนทบทวนบุคลิก ลักษณะตัวเองอีกครั้งตามกลุ่มทิศ ว่า“ใช่” จริงๆหรือไม่ หากไม่ใช่ อนุญาตให้ย้ายกลุ่มได้เมื่อย้ายกลุ่มหรือผู้เข้าร่วมประชุมตกลงใจชัดเจนแล้วว่าใช่ตัวตนของตัวเองแน่นอนก็ให้ทุกกลุ่มเตรียมพร้อมในการทำกิจกรรมต่อไป(ขั้นตอนยังไม่เฉลยสัตว์ 4 ทิศ)

ขั้นตอนที่5ให้ทำกิจกรรมที่เป็นกิจกรรมมีส่วนร่วม เช่นการระดมความคิดเชิงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับองค์กร หรือ การวดรูป ฯลฯโดยแยกการคิด ใคร่ครวญด้วยตนเองก่อนแล้วนำความคิดนั้นมาร่วมเป็นกลุ่มใหญ่ เพื่อเตรียมนำเสนอ

ขั้นตอนที่6เมื่อระดมความคิดเสร็จแล้วให้ทุกกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอความคิดเห็นในภาพรวมของกลุ่ม(วิทยากรกระบวนการอาจใช้ข้อมูลการนำเสนอเป็นข้อมูลสำคัญที่เป็น”บทเรียน”บางอย่างได้ กรณีมีการตั้งประเด็นเพื่อต้องการคำตอบในการพัฒนา)

ขั้นตอนที่ 7เมื่อทุกกลุ่มนำเสนอเสร็จ วิทยากรกระบวนการก็สรุปกระบวนการทั้งหมดโดยการเฉลย สัตว์ที่เป็นตัวแทนทั้ง 4 ทิศ และเน้นย้ำถึงบุคลิกที่โดดเด่นของสัตว์แต่ละประเภทรวมไปถึงการใช้ประโยชน์จากการเข้าใจความหลากหลายของผู้คน โดยอ้างอิงเชื่อมโยงบุคลิกจริงๆของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมประชุม ผ่านงานนำเสนอบุคลิกบางอย่างที่แสดงออกไป

โดยสรุปแล้วบุคลิกพื้นฐานของสัตว์ที่เป็นตัวแทน4 ทิศ มีดังนี้ครับ

หมี :  ธาตุดิน  นักคิด  รอบคอบตรวจสอบ  มีกฏเกณฑ์มีขั้นตอน  ชอบควบคุมไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง

หนู  :  ธาตุน้ำ  นักประสาน  อ่อนโยน  ปรับตัวง่าย  เน้นเรื่องใจ คุยเก่ง   ชอบประสาน 

อินทรี :  ธาตุลม  นักวางแผน  คิดนอกกรอบ  เชื่อมโยงอิสระเสรี  ชอบเรื่องแปลกใหม่

กระทิง :   ธาตุไฟ  นักปฏิบัติ  ต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆจนงานสำเร็จลงได้  ชอบทำ

ในความเป็นจริงสัตว์ทั้งหมดก็เป็นส่วนผสมอยู่ในตัวเราแตกต่างกันตามสถานการณ์และประสบการณ์ หากเรารู้เท่าทันควบคุมทิศได้เข้าใจเรา เข้าใจเขาเราก็จะเป็นผู้กุมการคัดเลือกใช้พลังปรับใช้ในสถานการณ์ต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพกิจกรรมนี้อาจต้องเล่นกันหลายรอบ มองกันนานๆจุดประสงค์ของกิจกรรมนี้คือ การรู้จักคนอื่น รู้จักเคารพความแตกต่างและให้รู้จักเฉลียวตรงกลางของทิศทั้ง 4 คือ พื้นที่ว่างที่เรียกว่า BAหรือ Buddhist Area ไม่ว่าเราจัดตัวเองอยู่ในสัตว์ประเภทใดให้พยายามนำตัวเองมาอยู่ตรงกลางพื้นที่นี่อย่างมี"สติ" แล้วก็ทำตัวตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

 


 

เอกสารที่จัดเตรียม 

เอกสารชุดที่ 1

แผ่นที่ 1  

  1. ท่านมักจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อื่น หากมีผู้อื่นร้องขอหรือหากว่าท่านมั่นใจในประเด็นดังกล่าว
  2. ท่านมักนิ่งเงียบมากกว่าจะยืนยันสิทธิของตน
  3. ท่านไม่ชอบให้สิ่งต่างๆเปลี่ยนแปลงบ่อย
  4. ท่านมักถามก่อนที่จะบอก
  5. ส่วนใหญ่แล้วถือว่าท่านมีความอดทน

 


 

แผ่นที่ 2

  1. ท่านมักจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อื่นแม้ว่าจะไม่มีใครขอร้องหรือท่านจะไม่แน่ใจ
  2. ท่านมักจะยืนยันสิทธิมากกว่าที่จะนิ่งสงบเงียบ
  3. ท่านชอบที่จะเปลี่ยนแปลงบ่อยๆรู้สึกเบื่อหน่ายถ้าไม่มีการเปลี่ยนอะไรเกิดขึ้น
  4. ท่านมักจะบอกก่อนที่ถาม
  5. ส่วนใหญ่แล้วท่านถือว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความอดทน

 


 

แผ่นที่ 3

  1. ท่านพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเอง
  2. ท่านมักจะสนใจข้อเท็จจริง หลักเหตุและผล
  3. ท่านมักจะทำตัวเป็นทางการและจริงจัง
  4. ท่านมักให้ความสำคัญต่องานก่อนการผูกมิตรและสร้างสรรค์
  5. การทำความรู้จัก หรือสร้างความคุ้นเคยกับท่านเป็นเรื่องยาก

 


 

แผ่นที่ 4

  1. ท่านมักจะแลกเปลี่ยนแสดงออกถึงความรู้สึกของท่านอย่างเปิดเผย
  2. ท่านมักจะสนใจคนและความรู้สึก
  3. ท่านมักแสดงความเป็นมิตรและผ่อนคลาย
  4. ท่านมักจะผูกมิตรและสังสรรค์ก่อนลงมือทำ
  5. การทำความรู้จัก หรือสร้างความคุ้นเคยกับท่านเป็นเรื่องง่าย

 


 

หมายเหตุ    

แผ่นที่  1   หมีทิศตะวันตก  ธาตุดิน

แผ่นที่  2  กระทิงทิศเหนือ ธาตุไฟ

แผ่นที่  3  อินทรีย์ทิศตะวันออก ธาตุลม

แผ่นที่  4   หนูทิศใต้ ธาตุน้ำ


 

 

เอกสารชุดที่2 คำอธิบายแบบละเอียดของ สัตว์สี่ทิศ

ทิศเหนือ  – กระทิง(ตัวแทนโทสะจริต)

“เป้าหมายมีไว้พุ่งชน”

เป็นทิศของนักรบ การมีพลังชีวิต กล้าเผชิญ มีความมุ่งมั่นเปิดเผยตรงไปตรงมากล้าได้กล้าเสีย มีเป้าหมายกล้ายืนยันในสิ่งที่คิดสิ่งที่เป็นยืนยันในสิ่งที่เป็น(Assertiveness) มุ่งเป้าแต่วิธีการอาจต้องคลำไปมีคติว่า “หากไม่ลงมือทำ จะสำเร็จได้อย่างไร” เป้าหมายมีไว้พุ่งชน เชื่อในประสบการณ์มากกว่ายึดตามทฤษฎีกระทิงมีหลายแบบ กระทิงที่ชอบความสมบูรณ์แบบ กระทิงที่ลุยเป็นคนที่มีความชัดเจนสูง เปิดเผย ปากกับใจตรงกันมีกระทิงแบบเงียบที่มุ่งมั่นในการปฏิบัติกลุ่มนี้ค่อนข้างปฏิเสธทฤษฏี

บุคลิกลักษณะ : มีนิสัยใจร้อน ขยันโมโหง่ายเลยค่อนข้างมีศัตรูเยอะ ใช้ความรู้สึกสุดโต่ง คือ รักแรงเกลียดแรง มีความเป็นนักเลง ชอบลงไม้ลงมือ รวดเร็ว ทันใจ หวังผลเลิศชอบลงมือทำงานด้วยตนเอง มากกว่าฟังคนอื่นว่าตามกันมาโดยบุคลิกแล้วจะมีลักษณะดุดัน กล้าชน กล้าเผชิญหน้า มีความมุ่งมั่นจริงใจ เคลื่อนไหวรวดเร็วอย่างมีเป้าหมาย ชอบเห็นผลเร็วชอบอยู่แนวหน้า กล้าแสดงออก ชอบใช้พลังมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อปัญหาต่างๆ อย่างรวดเร็วเหมือนวัวกระทิงที่เจอสีแดงแล้วจะวิ่งชนทันที ถือว่าเป็นทิศของนักรบเพราะมีความกล้าเสี่ยง กล้าท้าทาย ชอบวิ่งชนกับปัญหา

 ข้อดี: ด้วยความที่ดุดันและเป็นนักรบเลยเป็นกลุ่มที่รักเพื่อนพ้องชอบการรวมกลุ่มปกป้องและดูแล ถือว่าเป็นทิศแห่งการยืนหยัดพร้อมเผชิญหน้ากับความขัดแย้งทุกรูปแบบ หากมีอำนาจมากดดันก็สามารถท้าทายอำนาจอย่างเปิดเผย 

ข้อเสีย : ด้วยชอบท้าทายอำนาจตัวเองก็ใช้อำนาจบ้าง อาจจะตกหลุมของอำนาจไม่รู้ตัวควรที่จะยอมผิดพลาดบ้าง รู้จักที่จะช้าๆ กับบางเรื่อง รู้จักอดทนรอคอยลดความเป็นตัวของตนเองลง และลดอำนาจนิยมลงยอมให้ผู้อื่นสะท้อนตัวตนบ้าง

 


 

ทิศใต้ – หนู(ตัวแทนโลภะจริต)


“ผู้หล่อเลี้ยงและประสานความขัดแย้ง” 

เป็นทิศของหัวใจ อารมณ์และความรู้สึก เป็นฝ่ายตั้งรับมีแบบแผนที่ตอบสนองความต้องการของคนอื่นให้ความสำคัญสัมพันธภาพมาอันดับหนึ่ง ชอบเกรงใจ รักษามารยาทไม่ชอบมีเรื่อง ขลาดกลัวและตามมาด้วยอารมณ์ดื้อจากความกลัวปากกับใจไม่ตรงกัน เป็นท่านทูตเป็นผู้เชื่อมประสาน

ถ้าเป็นผู้นำ

บุคลิกลักษณะ : ให้ความสำคัญกับความรู้สึกและอารมณ์สูงชอบใช้ใจมากกว่าการใช้กำลัง มีบุคลิกรวดเร็ว ว่องไว ปราดเปรียวขี้เล่น ขับเคลื่อนพลังด้วยความรู้สึกที่ใส่ใจชอบช่วยเหลือดูแลคนรอบข้างแบบอบอุ่น ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆหล่อเลี้ยงและดูแลดึงคนมารวมกันอยู่ด้วยหัวใจได้อย่างมากมายจะทำทุกวิถีทางที่ทำให้คนรอบข้างตัวรู้สึกดีอยู่เสมอชอบให้การช่วยเหลือเยียวยา ถือว่ามีความเป็นผู้ให้สูงโดยลักษณะของหนูนั้นจะไม่เรียกร้อง เป็นคนไม่เปิดเผย มีแบบแผนและชอบสนองความต้องการของผู้อื่นมากกว่าความต้องการของตนเองเป็นสัตว์สังคมอยู่กับผู้คนได้มากมายเพราะความเป็นชุมชนและสัมพันธภาพหล่อเลี้ยงนั่นเอง

ผู้นำแบบนี้เป็นผู้ที่มีจิตวิทยาดีและผู้ที่เป็นจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยามักจะเป็นผู้นำแบบทิศใต้นั่นเองเป็นผู้นำในแบบผู้ประสานงานให้เกิดความราบรื่นในหมู่คณะแบบกาวใจนั่นเองคนในอาชีพศิลปิน นักร้อง นักแสดง นักดนตรี จิตรกรมักจะมีบุคลิกแบบหนูสูงสุด

ข้อดี: จะเป็นผู้ที่หลีกเลี่ยงความขัดแย้งรุนแรงไม่ชอบปะทะหรือใช้กำลังทำลายล้าง จะได้กลิ่นของความขัดแย้งหรือความไม่ลงรอยกันได้อย่างรวดเร็วหน่วยงานใดที่ได้ผู้นำหรือผู้ร่วมงานแบบนี้จะโชคดีเพราะจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้รวดเร็วและราบรื่น

ข้อเสีย: ความสำเร็จอาจถูกมองว่าไม่ใช่ฝีมือหนูโดยตรงเนื่องจากหนูอยู่เบื้องหลังความสำเร็จทั้งมวลมักน้อยใจจากการถูกมองข้าม เราไม่ค่อยเจอผู้นำในแบบหนูเพราะหนูจะลาออกไปเสียก่อนเนื่องจากไม่สามารถจะอยู่ในท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรงได้และอาจจะถูกข่ม เนื่องจากมีความอ่อนโยน และประนีประนอมมากเกินไปเพราะจะเป็นผู้นำแบบขี้สงสาร ชอบความสงบ และรักสันติ ในหน่วยงานต่างๆมักจะพบผู้นำในแบบกระทิงมากกว่าผู้นำแบบหนู

ข้อเสนอแนะ : ควรนำความเด็ดเดี่ยวกล้าเผชิญกับปัญหาแบบกระทิงมาไว้ในความเป็นหนูบ้างเนื่องจากหากเป็นหนูล้วนๆ จะดูใจน้อย ใช้ใจ ใช้อารมณ์มากเกินไปจนดูอ่อนแอไม่น่าเกรงขาม และยากที่จะเป็นผู้นำที่สมบูรณ์แบบแต่ถ้าหนูกับกระทิงมาผสมกันจะดูดีขึ้น เป็นหนูที่ทรงพลัง


 

 

ทิศตะวันออก   นกอินทรี(ตัวแทนโมหะจริต)


“นักครีเอทีฟ”

พวกที่อยู่สูง ดังนั้นจึงมองในภาพรวมมากกว่า ด้

วยการที่มองเห็นเลยเห็นจุดด้อยของสิ่งต่างๆได้ง่ายจึงชอบการเปลี่ยนแปลง แก้ไขชอบของใหม่ของแปลกดูเหมือนฟุ้งซ่านและชอบขายฝันมีความรอบรู้ไปทุกเรื่องแต่ไม่ลงลึกในรายละเอียดและไม่ได้ลงมือทำจริงจัง ชอบคิดอะไรใหม่ๆอาจกล่าวได้ว่าเป็น “เจ้าโปรเจค”มีวิสัยทัศน์แต่ไม่ค่อยชัดเจนในบางครั้ง

ถ้าเป็นผู้นำ

บุคลิกลักษณะ : เป็นคนชอบมองภาพรวมใหญ่ๆเชื่อมโยงเครือข่ายแบบสร้างสรรค์ ไม่ค่อยสนใจรายละเอียดมีจินตนาการสูง เป็นนักคิดนักฝันสูง ชอบเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆชอบคิดนอกกรอบ แสวงหาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ มักจะไปที่ที่ไม่เคยไปเป็นเจ้าโปรเจ็กต์ บางครั้งเหมือนพวกฝันกลางวัน ขายฝันเก่งสนใจทุกเรื่องราว อยากทำทุกเรื่องจนบางครั้งทำงานแบบไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน เพราะสนใจไปหมดทุกเรื่องทั้งยังไม่มีลำดับความสำคัญก่อนหลัง จะเรียกว่าเป็นผู้นำแบบจับจดก็ได้เพราะเป็นคนเบื่อง่าย ไม่อยู่กับอะไรนานๆ จึงควรยึดอะไรให้มั่นทำงานหลักๆ ให้ได้เสียก่อนว่าชอบอะไรแน่ แล้วอะไรควรทำก่อน-หลัง

ควรเรียนรู้ระบบตามแบบผู้นำอย่างหมีหรือกระทิงดูบ้าง ควรคิดใหม่ทำใหม่ ผู้นำแบบอินทรีนั้นห้ามทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆเนื่องจากเป็นคนชอบอิสระสูง ชอบสร้างเรื่องประหลาดใจเสมออะไรที่เหนือความคาดหมายนั้นจะชอบเป็นพิเศษดังนั้นจะไม่ชอบทำอะไรแบบซ้ำซากจำเจ แบบพวกนักสร้างสรรค์งานโฆษณาผู้กำกับภาพยนตร์ มักจะมีบุคลิกแบบอินทรีสูง

ข้อดี : จะมีชีวิตการทำงานที่มีสีสันสนุกสนาน แต่หาสาระแก่นสารไม่ได้หรือยากที่จะประสบความสำเร็จได้โดยง่ายเพราะอาจดูกลายเป็นคนจับจดหยิบโหย่งด้วยความเป็นคนไม่ชอบความซ้ำซากจำเจจึงอาจกลายเป็นคนทำงานไม่ต่อเนื่องได้

อินทรีย์จะหงุดหงิดอย่างมาก หากได้รับงานที่ที่มีระบบ ระเบียบเช่นงานบัญชี การเงิน เป็นต้น

 


 

ทิศตะวันตก   – หมี(ตัวแทนโมหะจริต)


“มั่นคงดุจภูผา”

มุ่งเน้นความเสถียรภาพ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ไม่ชอบเสี่ยงชอบความมั่นคง หนักแน่น เป็นนักวางระบบคิด มองการณ์ไกลแบบแคบๆ ช่างเก็บรายละเอียด เลือกที่รักมักที่ชังเชื่อว่าการมุ่งอะไรซ้ำๆเรื่อยๆจะเกิดความสำเร็จและมีประสิทธิภาพ

ถ้าเป็นผู้นำ

บุคลิกลักษณะ : เป็นผู้ที่ต้องการความมั่นคงสูงเป็นคนหนักแน่นแบบช้าแต่มั่นใจ มีนิสัยชอบวิเคราะห์วิจัยมีแบบแผนวิธีการทำงานที่ลงตัว หรือจะเรียกว่ามีระเบียบวินัยสูงมีความเชื่อว่าความเป็นระบบจะทำให้เกิดความสำเร็จ ไม่ชอบความวุ่นวายมีความรอบคอบ จะมองทุกอย่างไปข้างหน้าเสมอ คิดล่วงหน้า ชอบวางแผนมีขั้นตอนมีตรรกวิทยา ซึ่งจะต่างกับกระทิง ที่จะไม่ชอบวางแผนทำงานแบบบุกตะลุย ประสบความสำเร็จแบบไม่มีกระบวนท่า

แต่ผู้นำแบบหมีนั้น จะเป็นพวกอนุรักษนิยมคือมีขั้นมีตอนมีระบบระเบียบ บริหารงานแบบใจเย็น มีหลักการสูงมีกรอบมีกติกา ในการดำเนินชีวิตใช้เหตุผลเยอะบางครั้งอาจจะดูเหมือนเป็นคนที่สื่อสารยากเพราะชอบทำงานแบบอนุรักษ์นิยม ไม่ค่อยชอบการเปลี่ยนแปลงไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยง จึงไม่ชอบทำอะไรแบบฉับพลันดำริชอบสังเกตการณ์ทุกสิ่งรอบตัว ไม่ชอบเกาะติดนัวเนียรักษาระยะและพื้นที่ตัวเองสูง ไม่ให้ใครเข้ามาในชีวิตส่วนตัวมากนักรักความสันโดษ ผู้นำแบบนี้เหมาะกับการทำงานในอาชีพนักบัญชี นักการเงินสรรพากร ดูแลเรื่องภาษี เป็นคนกลัวพลาดสูง 

ข้อดี : จะเป็นผู้นำที่หาความผิดพลาดได้ยากเพราะมีหลักการทำงานแบบมีระบบระเบียบ เคร่งครัดต่อกฎเกณฑ์มีปรัชญาในการทำงานในลักษณะที่เรียกว่าป้องกันดีกว่าแก้ไข

ข้อเสีย : มีลักษณะการทำงานที่เคร่งเครียดไม่มีความยืดหยุ่น ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงผู้นำแบบหมีนั้นควรจะมีความเป็นอินทรีหรือกระทิงผสมอยู่ในการทำงานจะทำให้มีการทำงานมีความสุขและประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น

 

 


 

อ้างอิงการเขียน

อ้างอิงคำอธิบายคุณลักษณะของสัตว์สี่ทิศ

จาก http://www.89powerzone.com/top...

วรภัทร์ ภู่เจริญ,(2552),Dialogue คิดลงใจ...ไหลเป็นปัญญา,บริษัทอริยชนจำกัด.กรุงเทพ.

ขอบคุณ

คุณภีระชญา วีระสุโข (พี่กิ่ง)

คุณทวีสิน ฉัตรเฉลิมวิทย์(พี่กอล์ฟ)