จงทำสิ่งที่คุณทำได้...ด้วยสิ่งที่คุณมี...ณ จุดที่คุณยืนอยู่ – ธีโอดอร์ รูสเวลท์

ผมรู้จักกัน gotoknow  มานานแล้ว และเริ่มเขียนราวกลางปี 2553 โดยมีแรงบันดาลใจจาก ท่านอาจารย์กะปุ๋ม และ R2R

จนตั้งเป้าหมายว่า ปี 2554 จะเขียนบันทึกทุกวัน ๆ (จำนวนผลผลิตของบันทึก = 365 บันทึก) ตอนตั้งเป้าหมายก็ตั้งไว้ในใจ แต่พอเอาจริงและลงมือเขียนเริ่มรู้ว่า ‘ใจ’ อย่างเดียวไม่เพียงพอ

เมื่อย้อนกลับในวัยเด็ก เราทุกคนต่างรับรู้รสชาติในการเรียนทั้งปี ต้องมีการประเมินผลการเรียนจากคุณครู คุณครูแจ้งผลในสมุดพก เราก็นำสมุดนั้นมาให้ผู้ปกครองดู และบันทึกความคิดเห็นส่งกลับครู

วินาทีที่เตี่ยของผมมองดูสมุดพก และมองกลับมายังที่ผม ผมรับรู้ถึง ‘สวรรค์’  น้อยกว่า  ‘นรก’ ในผลการเรียนของผมแต่ละเทอม

อย่างไง ๆ ชีวิตล้วนไม่พ้นที่จะถูกประเมินผล ผมจึงขอ  Review… บันทึกของผมปีที่แล้ว เพื่อเป็นการเรียนรู้ก็แล้วกัน

 

ยุทธศาสตร์ปี 2554 ของผม = การเขียนบันทึกคือวาระแห่งชีวิต

เป้าประสงค์ = การมีวินัยในการเขียนบันทึก

กลยุทธ์สำคัญ = พัฒนาการเรียนรู้ของตนเองและเพื่อน ๆ ใน gotoknow

กิจกรรม = เขียนบันทึกของตนเองและอ่านบันทึกเพื่อน ๆ

ตัวชี้วัดการกระทำ (PI) = จำนวนบันทึกของผม

ตัวชี้วัดผลสำเร็จ (KPI) = มีบันทึกของตนเอง ร้อยละ 100.0 (N = 365)

ผลการประเมิน = มีบันทึกของตนเอง จำนวน 354 บันทึก หรือร้อยละ 96.9 = ตกเกณฑ์

ปัญหา และอุปสรรค และข้อเสนอแนะ 

  1. ขี้เกียจและไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรดีในแต่ละวัน (ขาดแรงบันดาลใจ)
  2. เขียนแล้วน่าอายจัง...รู้สึกว่ามันไม่ใช่...เลยไม่กล้า Upload…Delete ดีกว่า
  3. ไม่ได้อยู่บ้าน...ไปประชุมค้างคืน...ที่พักไม่มีคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เนต ที่จะเขียนและ Upload ได้

ข้อเสนอแนะ

  1. ต้องสร้างวินัยให้ตนเองหมั่นเรียนรู้จากเพื่อน ๆ ที่ gotoknow
  2. เรียนรู้กับบุคคลที่มีวินัยและน่าเรียนรู้

 

เรียนรู้กับบุคคลที่มีวินัยและน่าเรียนรู้

 

1. คุณวินทร์ เลียววาริณ (นักเขียนซีไรท์ 2 สมัย)

 

“…ทุกวัน วินทร์จะตื่นขึ้นมาตอน 6 โมงเช้า ไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะถ้าฝนไม่ตก กลับมาเริ่มทำงาน พักเที่ยง ทำงานต่อจนถึงเย็น บางวันอาจจะเลยไปถึงช่วงค่ำ และเข้านอนประมาณ 5 ทุ่ม นักเขียนอาชีพต้องเขียนหนังสือทุกวัน ไม่มีวันหยุด ไม่มีข้อแม้ เหมือน 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ไอดอลคนหนึ่งของวินทร์ ที่ยังเขียนหนังสือแม้ในยามป่วย (เขาเคยไปเยี่ยม 'รงค์ ที่สวนทูนอิน 2 ครั้ง) บางวันวินทร์อดรู้สึกเหงาไม่ได้ อยู่ที่บริษัทยังมีเพื่อนร่วมงานให้พูดคุย แต่ตอนนี้เขาทำงานอย่างโดดเดี่ยว สิ่งที่ทำให้เขายังรับสภาพนี้ได้และคิดว่ามันก็ดีไปอีกแบบหนึ่งคือ การจมหายไปในโลกของงานเขียน ซึ่งบางครั้งเวลาหลายๆ ชั่วโมงก็ผ่านไปโดยไม่รู้ตัว...”  (บทสัมภาษณ์ : ลมหายใจบนตัวหนังสือ,  สิงหาคม 2546 )

 

 
 
 

 2. ฮารูกิ มูราคามิ  (Haruki  Murakami) นักเขียนญี่ปุ่น ...เขาว่ากันว่า: เป็นตัวเก็งของคนฝั่งเอเชียที่จะได้รับรางวัลโนเบลด้านวรรณกรรม


"...เราได้เรียนรู้สิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับมูราคามิในฐานะนักเขียน และในฐานะมนุษย์... และสิ่งที่เขามองว่าเป็นคุณสมบัติของนักเขียนนิยายผู้ยิ่งใหญ่ นั่นคือ ความสามารถ ความตั้งใจแน่แน่ว และความอึด"  -- เดอะ การ์เดียน รีวิว 
" ...นักวิ่งมาราธอนแห่งโลกวรรณกรรม : ฮารูกิ มูราคามิ ออกวิ่งเป็นระยะทางหนึ่งไมล์ทุกวันเพื่อสร้างความแกร่งสำหรับใช้ในงานเขียน ในหนังสือเล่มนี้ เขาผสานความรักในสองสิ่งนี้ให้เป็นหนึ่งเดียว"  --  ดิ ออบเซิร์ฟเวอร์ 
"...มูราคามินำประโยชน์จากความเชื่อมโยงระหว่างการวิ่งกับการเขียนหนังสือมาใช้" -- ริชมอนด์ รีวิว

  

3. ดร.ประมวล เพ็งจันทร์

 

...ผู้ชายธรรมดา ๆ คนหนึ่งได้ตัดสินใจยุติบทบาทอาจารย์มหาวิทยาลัยในวันคล้ายวันเกิดปีที่ 51 เพื่อออกเดินเท้าจากเชียงใหม่กลับสู่บ้านเกิดที่เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี ด้วยเงื่อนไข ไม่พกเงินติดตัว-ไม่เดินไปหาคนรู้จักหากคนรู้จักอยู่ที่ไหนก็จะหลีกเลี่ยง-ไม่ร้องขออาหาร เว้นแต่จะมีผู้หยิบยื่นให้เองโดยไม่เดือดร้อน-ไม่เบียดเบียนใครหรือสิ่งใด-ไม่กำหนดเวลา-ไม่วางแผนการเดินทาง หรือกำหนดเส้นทางที่แน่ชัด

 

…66 วันผ่านไป อดีตอาจารย์ภาควิชาปรัชญาฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่คนเดิมเดินกลับมาเหมือนปาฏิหาริย์ นำมาซึ่งการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านระยะทางกว่า 1,000 ก.ม.ในหนังสือ "เดินสู่อิสรภาพ"แทนจดหมายขอบคุณผู้ให้ชีวิตใหม่แก่เขาตลอดเส้นทางกว่า 166 คน และบอกเล่าความหมายและคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ตลอดการก้าวย่างทั้งภายนอกและการเดินทางภายใน…

 

 

มองกลับมาที่ผมกับการเขียนบันทึกในปี 2555 

จำนวน 354 บันทึก หรือร้อยละ 96.9 = ตกเกณฑ์  ของผม จำนวนอาจจะดูมากมาย ซึ่งผมก็พอใจประมาณหนึ่ง แต่เรื่องคุณภาพก็ยังพอใจประมาณหนึ่ง และเมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อน ๆ คนอื่น บันทึกของผม 100 บันทึก อาจจะมีคุณค่าน้อยกว่าบันทึกเดียวของเพื่อน ๆ

แต่ผมมีความสุขในการเขียนทุก ๆ บันทึกของผมเสมอ…อย่างน้อยที่สุด ผมก็เคยสู้ และมีวินัยในการเขียนบันทึก

หลายคนที่รู้จักและคุ้นเคยผมมานาน...

กระแสหนึ่งบอกผมว่า... เขียนทำไม ?   ได้อะไร ?   โชว์ออฟ ?  สร้างภาพหรือ ? เงินทองก็ไม่เห็นจะได้... เสียดายเวลาเปล่า  ผมได้แต่อึ้งฉาบด้วยการอมยิ้ม ไม่รู้จะตอบออกจากปากอย่างไร ? ผมคงตอบออกจากใจว่า...สิ่งที่ไม่ได้ไม่มี ถ้าเราไม่เปิดใจพร้อมรับการเรียนรู้

อีกกระแสบอกว่า...ชอบและติดตามบันทึกที่เขียนตลอด ถ้าจะให้ดีและดังให้ลงที่ Face book ต้องมีคนเข้ามาอ่าน และกด like ให้มากมาย ผมอมยิ้มและขอบคุณ และแนะนำให้ท่านเหล่านั้นเขียนบันทึกบ้าง แต่เรื่องอยากดีและอยากดัง...พออายุเพิ่มมากขึ้นผมกลับไม่ต้องการแล้ว

ปี 2555 ของผมกับการเขียนบันทึก ผมไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรเลย เพราะวันนี้ผมก็มีความสุขกับการเขียนบันทึกของชีวิตของผม อาจจะเขียนน้อยลงหรือมากขึ้นก็ไม่รู้ได้  แต่ที่รู้ในใจ คือ พยายามเขียนบันทึกโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น …ไม่ต้องการอะไรมากมายในการเขียน...นอกจากการรักที่เขียนบันทึกเท่านั้น

ขอบคุณ gotoknow ที่เป็นเหมือนหมู่บ้านที่เก็บบันทึกของภายในบ้านของผม และบ้านหลังอื่น ๆ ของเพื่อน ๆ ...ถึงแม้ในวันหนึ่งข้างหน้า ผมอาจจะปล่อยบ้านให้รกร้าง

แต่บ้านหลังนี้ของผม ยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอ และเมื่อไหร่ที่ผมคิดถึงบ้านของผม และเพื่อน ๆ ขึ้นมา ...ผมรับรู้สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอในใจ ถึง 5 สิ่ง 5 อย่าง ที่ทำให้ผมมีความสุขและได้กลิ่นหอมกรุ่นในใจตลอดเวลาเมื่อยามนึกถึง...

  1. ความมีวินัย
  2. การเรียนรู้
  3. ความรัก
  4. แรงบันดาลใจ
  5. มิตรภาพอันไร้เงื่อนไข

ขอบคุณ และสวัสดีปีใหม่ 2555 แด่...หมู่บ้าน gotoknow และสมาชิกในหมู่บ้านทุกท่านนะครับ