ผมรู้จักกัน gotoknow มานานแล้ว และเริ่มเขียนราวกลางปี 2553 โดยมีแรงบันดาลใจจาก ท่านอาจารย์กะปุ๋ม และ R2R
จนตั้งเป้าหมายว่า ปี 2554 จะเขียนบันทึกทุกวัน ๆ (จำนวนผลผลิตของบันทึก = 365 บันทึก) ตอนตั้งเป้าหมายก็ตั้งไว้ในใจ แต่พอเอาจริงและลงมือเขียนเริ่มรู้ว่า ‘ใจ’ อย่างเดียวไม่เพียงพอ
เมื่อย้อนกลับในวัยเด็ก เราทุกคนต่างรับรู้รสชาติในการเรียนทั้งปี ต้องมีการประเมินผลการเรียนจากคุณครู คุณครูแจ้งผลในสมุดพก เราก็นำสมุดนั้นมาให้ผู้ปกครองดู และบันทึกความคิดเห็นส่งกลับครู
วินาทีที่เตี่ยของผมมองดูสมุดพก และมองกลับมายังที่ผม ผมรับรู้ถึง ‘สวรรค์’ น้อยกว่า ‘นรก’ ในผลการเรียนของผมแต่ละเทอม
อย่างไง ๆ ชีวิตล้วนไม่พ้นที่จะถูกประเมินผล ผมจึงขอ Review… บันทึกของผมปีที่แล้ว เพื่อเป็นการเรียนรู้ก็แล้วกัน
ยุทธศาสตร์ปี 2554 ของผม = การเขียนบันทึกคือวาระแห่งชีวิต
เป้าประสงค์ = การมีวินัยในการเขียนบันทึก
กลยุทธ์สำคัญ = พัฒนาการเรียนรู้ของตนเองและเพื่อน ๆ ใน gotoknow
กิจกรรม = เขียนบันทึกของตนเองและอ่านบันทึกเพื่อน ๆ
ตัวชี้วัดการกระทำ (PI) = จำนวนบันทึกของผม
ตัวชี้วัดผลสำเร็จ (KPI) = มีบันทึกของตนเอง ร้อยละ 100.0 (N = 365)
ผลการประเมิน = มีบันทึกของตนเอง จำนวน 354 บันทึก หรือร้อยละ 96.9 = ตกเกณฑ์
ปัญหา และอุปสรรค และข้อเสนอแนะ
- ขี้เกียจและไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรดีในแต่ละวัน (ขาดแรงบันดาลใจ)
- เขียนแล้วน่าอายจัง...รู้สึกว่ามันไม่ใช่...เลยไม่กล้า Upload…Delete ดีกว่า
- ไม่ได้อยู่บ้าน...ไปประชุมค้างคืน...ที่พักไม่มีคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เนต ที่จะเขียนและ Upload ได้
ข้อเสนอแนะ
- ต้องสร้างวินัยให้ตนเองหมั่นเรียนรู้จากเพื่อน ๆ ที่ gotoknow
- เรียนรู้กับบุคคลที่มีวินัยและน่าเรียนรู้
เรียนรู้กับบุคคลที่มีวินัยและน่าเรียนรู้
1. คุณวินทร์ เลียววาริณ (นักเขียนซีไรท์ 2 สมัย)

|
“…ทุกวัน วินทร์จะตื่นขึ้นมาตอน 6 โมงเช้า ไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะถ้าฝนไม่ตก กลับมาเริ่มทำงาน พักเที่ยง ทำงานต่อจนถึงเย็น บางวันอาจจะเลยไปถึงช่วงค่ำ และเข้านอนประมาณ 5 ทุ่ม นักเขียนอาชีพต้องเขียนหนังสือทุกวัน ไม่มีวันหยุด ไม่มีข้อแม้ เหมือน 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ไอดอลคนหนึ่งของวินทร์ ที่ยังเขียนหนังสือแม้ในยามป่วย (เขาเคยไปเยี่ยม 'รงค์ ที่สวนทูนอิน 2 ครั้ง) บางวันวินทร์อดรู้สึกเหงาไม่ได้ อยู่ที่บริษัทยังมีเพื่อนร่วมงานให้พูดคุย แต่ตอนนี้เขาทำงานอย่างโดดเดี่ยว สิ่งที่ทำให้เขายังรับสภาพนี้ได้และคิดว่ามันก็ดีไปอีกแบบหนึ่งคือ การจมหายไปในโลกของงานเขียน ซึ่งบางครั้งเวลาหลายๆ ชั่วโมงก็ผ่านไปโดยไม่รู้ตัว...” (บทสัมภาษณ์ : ลมหายใจบนตัวหนังสือ, สิงหาคม 2546 ) |
|
|
2. ฮารูกิ มูราคามิ (Haruki Murakami) นักเขียนญี่ปุ่น ...เขาว่ากันว่า: เป็นตัวเก็งของคนฝั่งเอเชียที่จะได้รับรางวัลโนเบลด้านวรรณกรรม

"...เราได้เรียนรู้สิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับมูราคามิในฐานะนักเขียน และในฐานะมนุษย์... และสิ่งที่เขามองว่าเป็นคุณสมบัติของนักเขียนนิยายผู้ยิ่งใหญ่ นั่นคือ ความสามารถ ความตั้งใจแน่แน่ว และความอึด" -- เดอะ การ์เดียน รีวิว
" ...นักวิ่งมาราธอนแห่งโลกวรรณกรรม : ฮารูกิ มูราคามิ ออกวิ่งเป็นระยะทางหนึ่งไมล์ทุกวันเพื่อสร้างความแกร่งสำหรับใช้ในงานเขียน ในหนังสือเล่มนี้ เขาผสานความรักในสองสิ่งนี้ให้เป็นหนึ่งเดียว" -- ดิ ออบเซิร์ฟเวอร์
"...มูราคามินำประโยชน์จากความเชื่อมโยงระหว่างการวิ่งกับการเขียนหนังสือมาใช้" -- ริชมอนด์ รีวิว
3. ดร.ประมวล เพ็งจันทร์

...ผู้ชายธรรมดา ๆ คนหนึ่งได้ตัดสินใจยุติบทบาทอาจารย์มหาวิทยาลัยในวันคล้ายวันเกิดปีที่ 51 เพื่อออกเดินเท้าจากเชียงใหม่กลับสู่บ้านเกิดที่เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี ด้วยเงื่อนไข ไม่พกเงินติดตัว-ไม่เดินไปหาคนรู้จักหากคนรู้จักอยู่ที่ไหนก็จะหลีกเลี่ยง-ไม่ร้องขออาหาร เว้นแต่จะมีผู้หยิบยื่นให้เองโดยไม่เดือดร้อน-ไม่เบียดเบียนใครหรือสิ่งใด-ไม่กำหนดเวลา-ไม่วางแผนการเดินทาง หรือกำหนดเส้นทางที่แน่ชัด
…66 วันผ่านไป อดีตอาจารย์ภาควิชาปรัชญาฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่คนเดิมเดินกลับมาเหมือนปาฏิหาริย์ นำมาซึ่งการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านระยะทางกว่า 1,000 ก.ม.ในหนังสือ "เดินสู่อิสรภาพ"แทนจดหมายขอบคุณผู้ให้ชีวิตใหม่แก่เขาตลอดเส้นทางกว่า 166 คน และบอกเล่าความหมายและคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ตลอดการก้าวย่างทั้งภายนอกและการเดินทางภายใน…
มองกลับมาที่ผมกับการเขียนบันทึกในปี 2555
จำนวน 354 บันทึก หรือร้อยละ 96.9 = ตกเกณฑ์ ของผม จำนวนอาจจะดูมากมาย ซึ่งผมก็พอใจประมาณหนึ่ง แต่เรื่องคุณภาพก็ยังพอใจประมาณหนึ่ง และเมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อน ๆ คนอื่น บันทึกของผม 100 บันทึก อาจจะมีคุณค่าน้อยกว่าบันทึกเดียวของเพื่อน ๆ
แต่ผมมีความสุขในการเขียนทุก ๆ บันทึกของผมเสมอ…อย่างน้อยที่สุด ผมก็เคยสู้ และมีวินัยในการเขียนบันทึก
หลายคนที่รู้จักและคุ้นเคยผมมานาน...
กระแสหนึ่งบอกผมว่า... เขียนทำไม ? ได้อะไร ? โชว์ออฟ ? สร้างภาพหรือ ? เงินทองก็ไม่เห็นจะได้... เสียดายเวลาเปล่า ผมได้แต่อึ้งฉาบด้วยการอมยิ้ม ไม่รู้จะตอบออกจากปากอย่างไร ? ผมคงตอบออกจากใจว่า...สิ่งที่ไม่ได้ไม่มี ถ้าเราไม่เปิดใจพร้อมรับการเรียนรู้
อีกกระแสบอกว่า...ชอบและติดตามบันทึกที่เขียนตลอด ถ้าจะให้ดีและดังให้ลงที่ Face book ต้องมีคนเข้ามาอ่าน และกด like ให้มากมาย ผมอมยิ้มและขอบคุณ และแนะนำให้ท่านเหล่านั้นเขียนบันทึกบ้าง แต่เรื่องอยากดีและอยากดัง...พออายุเพิ่มมากขึ้นผมกลับไม่ต้องการแล้ว
ปี 2555 ของผมกับการเขียนบันทึก ผมไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรเลย เพราะวันนี้ผมก็มีความสุขกับการเขียนบันทึกของชีวิตของผม อาจจะเขียนน้อยลงหรือมากขึ้นก็ไม่รู้ได้ แต่ที่รู้ในใจ คือ พยายามเขียนบันทึกโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น …ไม่ต้องการอะไรมากมายในการเขียน...นอกจากการรักที่เขียนบันทึกเท่านั้น
ขอบคุณ gotoknow ที่เป็นเหมือนหมู่บ้านที่เก็บบันทึกของภายในบ้านของผม และบ้านหลังอื่น ๆ ของเพื่อน ๆ ...ถึงแม้ในวันหนึ่งข้างหน้า ผมอาจจะปล่อยบ้านให้รกร้าง
แต่บ้านหลังนี้ของผม ยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอ และเมื่อไหร่ที่ผมคิดถึงบ้านของผม และเพื่อน ๆ ขึ้นมา ...ผมรับรู้สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอในใจ ถึง 5 สิ่ง 5 อย่าง ที่ทำให้ผมมีความสุขและได้กลิ่นหอมกรุ่นในใจตลอดเวลาเมื่อยามนึกถึง...
- ความมีวินัย
- การเรียนรู้
- ความรัก
- แรงบันดาลใจ
- มิตรภาพอันไร้เงื่อนไข
ขอบคุณ และสวัสดีปีใหม่ 2555 แด่...หมู่บ้าน gotoknow และสมาชิกในหมู่บ้านทุกท่านนะครับ
สวัสดีครับน้องทิมดาบ
กรุณาช่วยไป ริวิว HA รพ.ปากพะยูนให้สักหน่อย เขาขอรับรองมาตรฐานขั้นสาม แต่มีความคิดหลายเรื่องที่ยังต้องทบทวน (มองในมุมของหน่วยสนับสนุน คนหลังเขา)
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/473668
ด้วยความคุณ อยากให้มีการวิพากพ์ เรื่องคุณภาพกันให้กว้างขวาง
พี่แก้วมีเป้าหมายในการเขียน
เขียนเมื่ออยากเขียน
เขียนเมื่อต้องการสรุปงาน
เขียนเพื่อทบทวนความทรงจำ
ฯลฯ
สรุปเขียนที่โกทูโน ได้ประโยชน์ต่อตนเองมากมาย ประโยชน์ต่อผู้มาอ่านเป็นลำดับต่อมา ประโยชน์จะสูงสุดเมื่อมีคนอื่นมาให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
ผมเขียนโดยหวังว่าเพื่อนเมืองไทยจะได้อ่าน
(เอาเข้าจริงๆ มีคนอ่านไม่กี่คน)
ไม่มีเรื่องงาน ไม่มี R2R เพราะไม่รู้จัก
ไม่ถอดบทเรียน เพราะก็ไม่รู้จักอีกเช่นกัน
อ่านกันสนุกๆ บางครั้งอยากจะให้เป็นข้อคิดสกิดใจครับ
ยินดีกับขวบปี เองรึคะคุณหมออิสาน
ติดตามอ่านงาน เหมือนมาเนิ่นนานนม
เป็นกำลังใจ ให้มีความสุขการทำสิ่งที่รัก :)
ขอบคุณค่ะ
ถ้าอาจารย์กะปุ๋มเป็นแรงบันดาลใจให้คุณหมออดิเรก
คุณหมออดิเรกคือ หนึ่งในผู้เป็นแรงบันดาลใจของตัวเองค่ะ