Contact

Pity Girl

  ใครก็ได้ ช่วยหาทางออกให้หนูน้อยคนนี้ด้วย  

ณ โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง  มีหนูน้อยหน้าใสคนหนึ่ง  ด้วยความแอบชื่นชอบโรงเรียนนี้มานานแล้ว เมื่อถึงวัยเข้าเรียนอนุบาลหนึ่ง ก็ไม่ลังเลใจเลย ที่จะขอคุณแม่เรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ทั้ง ๆ ที่คุณแม่เตือนก่อนแล้วว่า โรงเรียนแห่งนี้การเรียนเข้มงวดมาก และคุณครูก็จะเอาใจแต่บรรดาลูกท่านหลานเธอ  แต่หนูน้อยก็ไม่หวั่น ด้วยความมุ่งมั่นว่าตัวเองทำได้ แล้วด้วยความรักในโรงเรียนแห่งนี้เป็นทุนเดิม

เมื่อถึงวันเปิดเรียนวันแรก หนูน้อยคนนี้ รู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ไปโรงเรียน วันนี้หนูน้อยไปโรงเรียนแต่เช้า เพียงเพื่ออยากเจอหน้าคุณครูและเจอหน้าเพื่อนใหม่  วันนี้บรรยากาศในโรงเรียนดูวุ่นวายมาก เนื่องจากเด็กอนุบาลหนึ่งหลายคนยังร้องไห้กระจองอแง ไม่ยอมจากอกพ่อแม่ จึงเกิดอาการยื้อยุดฉุดกระชากกันระหว่างพ่อแม่ กับลูก  ผิดกับหนูน้อยซึ่งตั้งหน้าตั้งตารอวันนี้มานานแล้ว ถึงแม้จะเป็นวันแรกก็สามารถเดินเข้าโรงเรียนได้อย่างสง่าผ่าเผย

เมื่อถึงห้องเรียน หนูน้อยได้รู้จักกับครูประจำชั้น ถึงแม้จะเป็นการเจอกันครั้งแรก แต่หนูน้อยก็รู้สึกรักครูคนนี้เต็มหัวใจ เปรียบเสมือนเป็นแม่คนที่สองเลยทีเดียว ถึงแม้ว่า คุณครูคนนี้ ดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับบรรดาลูกท่านหลานเธอ ตามคำบอกกล่าวของคุณแม่ ไม่ได้สนใจหนูน้อยคนนี้เท่าที่ควร

                วันนี้คุณครูขออาสาคนที่มาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าห้อง คอยดูแลเพื่อน ๆ ในห้อง ทั้งในเรื่องของการติดตามเรื่องการบ้าน คอยดูแลเรื่องอาหาร เรื่องที่อยู่หลับนอน หนูน้อยหน้าใสคนนี้ ไม่ลังเลเลยที่จะขันอาสารับหน้าที่นี้ ด้วยยังจำคำที่แม่พูดเสมอได้ว่าไม่มีใครเลือกงานได้หรอก ฉะนั้นจงรักในงานที่ทำ  แต่สำหรับหนูน้อยคนนี้มันเป็นมากกว่านั้น เพราะเขาได้ทำในงานที่รัก

วันแล้ววันเล่า หนูน้อยคนนี้ไม่เคยเบื่อในงานที่ได้รับมอบหมายเลย ไม่ว่าจะยกการบ้านไปส่งที่ห้องพักครู  คอยเตรียมนมให้เพื่อน ๆ ในห้องทาน เมื่อถึงเวลาอาหารกลางวัน ก็ต้องคอยดูแลตักอาหารให้เพื่อน ๆ จนกระทั่งเก็บจานหลังจากเพื่อน ๆ ทานข้าวเสร็จ เมื่อเวลาตื่นนอนตอนบ่าย ก็ต้องคอยดูแลเก็บที่นอนให้เพื่อน ๆ หลายครั้งที่เด็กน้อยคนนี้ ไม่เคยได้ทานอาหารกลางวันตรงเวลาเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ แม้กระทั่งเวลาเข้านอน บางวันก็ไม่ได้นอนพักผ่อนตอนกลางวัน แต่หนูน้อยคนนี้ไม่เคยบ่น ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยได้รับการถามไถ่จากครูที่หนูน้อยชื่นชมเลย  หนูน้อยคิดแต่เพียงว่า ในเมื่อเรามีโอกาสได้ทำในงานที่รัก ทำเพื่อครูที่รัก และเพื่อโรงเรียนที่รัก ฉะนั้น ต้องทุ่มเท เอาใจใส่ให้งานที่คุณครูมอบหมายสำเร็จลุล่วงได้ดีที่สุด  เด็กอนุบาลหนึ่งคนนี้ คิดได้แค่นี้จริง ๆ

จนอยู่มาวันหนึ่ง ครูใหญ่เห็นในความตั้งใจของหนูน้อยคนนี้ ก็เลยตอบแทนหนูน้อยคนนี้โดยการให้ทานอาหารกลางวันที่โรงเรียนได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายค่าอาหารกลางวัน ถามว่าเป็นความต้องการของหนูน้อยคนนี้หรือไม่  ก็เปล่า เพราะหนูน้อยคนนี้ไม่ได้ขาดแคลนถึงขนาดไม่มีเงินจ่ายค่าอาหารกลางวัน  แต่ที่รับอาสาคุณครู ก็เพราะรัก  เพราะคำว่ารัก เพียงคำเดียว

คืนนั้น ก่อนเข้านอน หนูน้อยเล่าให้คุณแม่ฟังว่า ครูใหญ่เมตตาให้ทานอาหารกลางวันที่โรงเรียนได้ฟรี หนูน้อยถามคุณแม่ว่า

                ครูใหญ่ ใจดีอย่างงี้ทุกคนเลยเหรอค่ะแม่ ทำไมเขาถึงให้ในสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องให้เราหละคะ

คนที่เขาเป็นผู้ใหญ่ จะดูแลเอาใจใส่คนที่เขาต้องรับผิดชอบหมดหละจ๊ะ มันจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเราเกิดความรักความผูกพันขึ้นต่อองค์กรของเขา

                 แล้วไอ้ความรัก ความผูกพันต่อองค์กร มันคืออะไรหรือค่ะแม่

  มันก็คือ ความรู้สึกดี ๆ ของเราที่มีต่องาน ซึ่งจะเป็นตัวที่ทำให้เราเกิดความกระตือรือล้น อุทิศตน ทุ่มเทกาย ใจ และเสียสละในการทำงาน  เหมือนที่หนูมีความรู้สึกตอนนี้ไงหละค่ะ    

               จริงด้วยสิคะแม่  ถึงแม้หนูจะรู้สึกเหนื่อยกับงานแค่ไหน หรือบางครั้งอาจเกิดการท้อแท้บ้าง แต่หนูก็ไม่เคยถอยเลยนะคะ หนูกลับรู้สึกว่าหนูมีพลังในการทำงานเต็มที่  ทุกครั้งที่หนูตื่นขึ้นมาในแต่ละวัน หนูอยากไปโรงเรียน มีความรู้สึกว่างานที่คุณครูมอบให้หนูทำ เป็นงานที่สำคัญและมีความหมาย เป็นเสมือนแรงบันดาลใจให้หนู  แล้วในแต่ละวันเวลาผ่านไปเร็วมาก หนูมีความสุขและสนุกที่ได้ทำงานหนัก

แล้วหนูคิดว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้หนูรู้สึกอย่างงี้

              คงเป็นเพราะครู และครูใหญ่ มั๊งค่ะแม่

ถูกต้องแล้วลูก การที่คนเราจะเกิดความรักความผูกพันกับอะไรสักอย่าง จงส่งผลต่อการทุ่มเทกายใจ ในงานที่ได้รับมอบหมาย บางครั้งมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรมากมาย เพียงแค่เรารู้สึกรักในคนที่เป็นต้นแบบของเรา         ( Leadership is Everything)

         แสดงว่า กว่าครูใหญ่ จะได้เป็นครูใหญ่ คงต้องยากลำบากมากเลยสิคะ

ถูกต้องแล้วลูก การที่จะเป็นครูใหญ่ที่ดีได้นั้น ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ นำทั้งสองอย่างนี้มาประยุกต์ใช้ด้วยกันอย่างเหมาะสม ทั้งในด้านการบริหารโรงเรียน การบริหารครูในโรงเรียน จึงจะทำให้โรงเรียนเกิดการพัฒนาได้ ครูใหญ่ที่ดีนั้น จะต้องรู้จักเลือกใช้อำนาจที่ตัวเองมีอยู่ให้ถูกกาละเทศะ เพื่อให้ครูเกิดความศรัทธาที่จะทุ่มเททำงาน และทำด้วยความเต็มใจ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การพูดจาสื่อสารให้เกิดความเข้าใจตรงกันทั้งองค์กร

              โอ้โห แสดงว่า โรงเรียนที่สอนให้คนเป็นครูใหญ่ คงจะต้องเข้มงวดมากเลยนะคะ ถึงทำให้ได้ครูใหญ่ที่ดีแบบนี้

คืนนั้น หนูน้อยนอนหลับด้วยความเป็นสุข เนื่องจากรู้สึกอิ่มเอม กับสิ่งที่ตัวเองได้ทำเพื่อคนที่เขารัก ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ได้ฟังแม่เล่า ถึงแม้จะเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง

อยู่มาวันหนึ่ง ครูใหญ่ ถูกย้ายไปอยู่โรงเรียนอื่น แล้วมีครูใหญ่คนใหม่มาดูแลโรงเรียน เป็นคนรุ่นใหม่ ไฟแรง  จบการศึกษาระดับสูง หนูน้อยคิดในใจว่า โรงเรียนของเขาคงจะต้องพัฒนาไปมากกว่านี้แน่ เพราะครูใหญ่คนใหม่ มีหลาย ๆ อย่างที่แม่เคยบอก

หนูน้อยยังคงมุ่งมั่นทำงานที่ครูมอบหมายอย่างไม่ย่อท้อ เหมือนเฉกเช่นทุก ๆ วัน แล้วยังแอบภูมิใจนิด ๆ ในครูใหญ่คนใหม่ของเขา มันทำให้เขารู้สึกอิ่มเอมทุกครั้งที่นึกถึงครูใหญ่

                ฟ้า  ฟ้า  แย่แล้ว แย่แล้ว  (เพื่อนร่วมห้องวิ่งหน้าตากระหืดกระหอบ)

มีอะไรรึเปล่า

             ได้ข่าวว่า ครูใหญ่ ถามถึงฟ้าใหญ่เลย ว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำไมต้องยกเว้นค่าอาหารกลางวัน พอครูใหญ่รู้ว่า ครูใหญ่คนเก่ายกเว้นค่าอาหารกลางวันให้ฟ้า เพราะฟ้ามาช่วยงานพิเศษของโรงเรียน

แล้วไงเหรอ เราอาสาทำงานนี้ก่อนที่ครูใหญ่จะให้เราทานข้าวฟรีด้วยซ้ำ แล้วเราไม่เคยหวังผลตอบแทนตรงนี้เลย เพียงแค่ครูใหญ่ตอบแทนในความดีของเราเท่านั้น

           นั่นหนะสิ  แต่เห็นครูใหญ่บอกว่า เป็นการละเมิดกฎของโรงเรียน โรงเรียนเราไม่เคยมีนโยบายแบบนี้

หนูน้อยได้ฟังก็ไม่รู้สึกประหลาดใจ เพราะคิดว่าถึงแม้เขาจะไม่ให้ทานข้าวฟรี ตัวเองก็ยังคงทำในสิ่งที่ได้รับมอบหมายของคุณครูอยู่เหมือนเดิม เพราะยังเชื่อมั่นในความรักที่มีต่อครู ต่อโรงเรียน  ต่อครูใหญ่ บ่ายวันนั้น ทางโรงเรียนมีประกาศว่า ขอยกเลิกการงดเว้นค่าอาหารกลางวันของเด็กหญิงฟ้า ทั้งนี้ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป หนูน้อยได้ฟังประกาศนี้ ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แค่ประหลาดใจเท่านั้น  แต่อย่างน้อยก็ยังยินดีที่จะช่วยงานครูในห้องเรียน ช่วยงานในโรงอาหาร ถึงแม้ว่าจะไม่มีค่าตอบแทนแล้ว ทั้งนี้เนื่องจากยังเชื่อมั่นในความรักที่มีต่อครู  ต่อโรงเรียน  แต่เริ่มไม่มั่นใจในความรักที่มีต่อครูใหญ่ หนูน้อยวิ่งกระหืดกระหอบเข้าห้องเรียน  ตั้งใจนำข่าวนี้มาบอกครู  ปรากฎว่าสิ่งที่ได้รับฟังจากปากครูนั่นคือ ครูทราบเรื่องนี้ก่อนแล้ว เขาเรียกครูไปคุยก่อนแล้ว ก่อนที่จะมีประกาศนี้ออกมา หนูน้อยได้ฟังดังนั้น  น้ำตาไม่รู้มันมาจากไหน มันไหลพร่างพรูออกมาเป็นสาย ครูรู้เรื่องนี้ก่อนแล้ว  ครูซึ่งหนูน้อยรักเหมือนแม่คนที่สอง  ครูซึ่งเป็นต้นแบบในทุก ๆ เรื่อง รู้เรื่องนี้ก่อนแล้ว  แต่ไม่เคยบอกให้หนูน้อยได้รับรู้เลย เหตุผลที่ครูบอกว่า ครูไม่สามารถเล่าให้ฟังได้ เพราะครูใหญ่บอกว่า ครูใหญ่จะบอกเอง  นี่ครูกลัวครูใหญ่มากขนาดนี้เลยเหรอ  คนที่เรารักเหมือนแม่  กลับไม่บอกเรื่องนี้ กับลูกของตัวเอง เพียงเพราะว่า คำสั่งของครูใหญ่  มันคงจะจริงเหมือนที่แม่เคยบอกว่า Leadership is Everything ครูใหญ่มีบทบาทกับครูมากมายขนาดนี้เชียวหรือ ไหนแม่เคยบอกว่า คนที่เขาเป็นครูใหญ่  เขาจะมาจากโรงเรียนที่สอนให้เขาเป็นครูใหญ่ที่ดี  แล้วทำไมครูใหญ่แต่ละคนถึงไม่เหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่เขาน่าจะมาจากโรงเรียนเดียวกัน หนูน้อยรู้สึกสับสนมาก ต่อไปหนูน้อยจะทำอย่างไร ในเมื่อขณะนี้ หนูน้อยหมดความรักในครูใหญ่ หมดความรักในครู  แต่หนูน้อยยังรักโรงเรียนนี้อยู่

                       ใครก็ได้ช่วยหนูน้อยคนนี้ที

                   คุณลุงบวร   ป้าเม่ย  น้าขจิต  น้าจิ๊บ  น้าชายขอบ  น้าโอ๋  น้าศิริ  ฯลฯ  และอีกหลาย ๆ ท่าน  ช่วยหาคำตอบให้หนูน้อยคนนี้ด้วยนะคะ          

หมายเหตุ 

เนื้อหาและตัวละครในเรื่อง เป็นเพียงเรื่องสมมุติทั้งสิ้น ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงใคร ทั้งสิ้น หากบังเอิญเนื้อหาไปพ้อง หรือ ตรงกับใคร ผู้เขียนขออภัยมา ณ ที่นี้

               

Posted in Gotoknow GotoKnow By 

Post ID: 47314, Created: , Updated, , License: All Rights Reserved, Comments: 33, Read: Click

Tags #ครอบครัว#สัพเพเหระ

Recent Posts 

Comments (0)