ข้าพเจ้าเพิ่งสังเกตจาก โลโก้น่ารักของ gotoknow ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เขียนว่า "Merry" Christmas ก็ระลึกได้ว่า ข้าพเจ้ามักอวยพรใครต่อใครว่า "Mery" Christmas เป็นเพราะคิดว่าออกเสียงเช่นเดียวกับ "Very" เมื่อลองใช้เวบไซต์นี้ที่ออกเสียงประโยคที่เราใส่เข้าไป (text to speech) สำหรับผู้ที่ใช้ mac สามารถใช้ฟังก์ชั่นที่มีอยู่แล้ว ดังนี้

ก็พบว่า Merry ไม่ได้ออกเสียง "เมรี่" (แบบ very) หรือ "เมอรี่" (แบบ her) แต่ฟังคล้ายๆ "แมะรี่"  เช่นเดียวกับ คำที่ออกเสียงผิด ทำให้คนงงมาตลอดคือ Ferry (แฟะรี่) , Berry (แบะรี่) เป็นต้น

ทำให้ตระหนักว่า การที่คำเขียนเหมือนกันแต่ออกเสียงต่างๆ กัน ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่าภาษาอังกฤษเป็นของยาก และพบปัญหาบ่อยๆ คือ

1. แม้รู้ศัพท์จากการอ่าน เวลาพูดก็ออกเสียงผิด คนฟังไม่เข้าใจ (เป็นปัญหาใหญ่กว่า grammar)
2. แม้คุ้นๆ จากการฟัง เวลาเขียนก็ผิดๆ ถูกๆ โดยเฉพาะแถวๆ ตัว "E"

จนไปค้นเจอ คลิปนี้ที่พอให้คำตอบ

 

สิ่งที่คลิปนี้ และหนังสือ Uncovering The Logic of English
กล่าวถึง
ตัวอักษรภาษาอังกฤษมีตัวเขียน 26 ตัว
แต่มีการออกเสียง - Phonemes ถึง 74 แบบ 
อย่างไรก็ตาม มีหลักการที่เป็นกฎพื้นฐาน (เหมือน 1+1 =2) อยู่ 30 ข้อ
ที่ครอบคลุมการออกเสียงคำภาษาอังกฤษกว่า 90 เปอร์เซ็นต์
.
กฎเหล่านี้ เคยสอนในโรงเรียน ที่มีการสอนภาษาลาตินร่วมด้วย
แต่ไม่ได้นำมาใช้ในการเรียนการสอนทั่วไป หลังปี 1920 
มีการใช้บ้าง สำหรับกลุ่มผู้มีปัญหาการอ่านเขียน- Dyslexia
.
ซึ่งผู้เขียนกล่าวว่า นับแต่นั้นมา ตัวเลขนักเรียนที่มีปัญหาอ่านเขียน
ก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ
2 ใน 3 ของนักเรียนในสหรัฐ มีความสามารถอ่านเขียนต่ำกว่าระดับ ชำนาญ -Proficient
-- ข้อมูลจาก Nation's report card  (ไม่ได้แยกนักเรียนที่เป็น immigrant)
.

###

หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว
ส่วนที่ข้าพเจ้าชอบมากที่สุดคือ 
9 เหตุผลที่ต้องใส่ "E" ทั้งที่ไม่ออกเสียง
ลองดูตัวอย่างนะคะ

1. Cap กับ Cape , bit กับ bite ต่างกันอย่างไร
2. คุณเคยเห็น คำภาษาอังกฤษ "แท้ๆ" ที่ลงท้ายด้วยตัวอักษรนี้ไหม "J,U,V,I" (นอกจาก You and I :-)
3. จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า force ไม่มี "e" : ใบ้ว่า การออกเสียง C ใน center กับ computer ต่างกันอย่างไร?
4. จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า house ไม่มี "e" กรณีมีบ้านหลายๆ หลัง

###

ย้อนกับมา ที่ "Merry"
หลักการหนึ่งที่เป็นประโยชน์ในการเดาวิธีออกเสียงคือ หากแยกคำลงท้ายเป็นตัว
A,E,I,O,U โดดๆ ได้ ก็จะออกเสียง เอ, อี,ไอ,โอ, อู ได้ตรงๆ
( I กับ Y อาจออกเสียง ไอ หรือ อิ ก็ได้)

super   = su + per อ่านว่า ซู เปอร์
แต่  supper = sup + per อ่านว่า ซัป เปอร์

diner  =  di + ner อ่านว่า ได เนอร์
แต่ dinner = din + ner อ่านว่า ดิน เนอร์

ดังนั้น buffet  ไม่ได้อ่านว่า บูฟ เฟต์ แต่เป็น บัฟ เฟต์ 

การที่ไม่เขียนว่า Mery จึงเข้าใจได้ มิฉะนั้นก็จะอ่านว่า มี รี่
..แต่ทำไม Very ถึงไม่อ่านว่า วี รี่ ล่ะ ? ใครช่วยตอบที..หรือเพราะอยู่ใน 2% ที่ยกเว้น

###

เวบไซต์สำหรับฝึกออกเสียง phonograms ค่ะ 
www.phonogrampage.com
.