"รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง แต่การชนะโดยไม้ต้องรบ (ชนะใจเขา ชนะใจเรา) ดีที่สุด"

ไม่มีใคร...ที่จะถือกำเนิดขึ้นมาได้เอง โดยปราศจากผู้ให้กำเนิด
ไม่มีใคร...ที่จะมีชีวิตรอดมาได้ โดยปราศจากการพึ่งพาคนอื่นตั้งแต่อ้อนแต่ออก
คำกล่าวที่ว่า "มนุษย์เป็นสัตว์สังคม" แสดงว่า มนุษย์มีธรรมชาติที่ต้องอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มสังคม มีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันในการดำรงชีพ มีความสุขที่ได้มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมต่อกัน (Social Interaction) และมีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย (Security) ทั้งทางกายและทางใจ เมื่อได้อยู่ร่วมในกลุ่มสังคมที่ผู้คนเป็นมิตรต่อกัน
แม้ John L. Holland จะแบ่งอาชีพในโลกนี้ออกเป็น 6 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มที่ชอบทำงานกับวัตถุ (Objects) 2) กลุ่มที่ชอบทำงานกับคน (People) 3) กลุ่มที่ชอบทำงานกับความคิด (Idea) 4) กลุ่มที่ชอบทำงานกับข้อมูล (Data) 5) กลุ่มที่ชอบทำงานกับคนและความคิด และ 6) กลุ่มที่ชอบทำงานกับคนและข้อมูล แต่ก็ไม่มีอาชีพใด ที่ทำงานโดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับคน
จากที่กล่าวมา จะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินชีวิตในสังคม หรือในชีวิตการทำงาน เราล้วนต้องเกี่ยวข้องกับคน ความเข้าใจในตนเองและความเข้าใจในผู้อื่นจึงมีความสำคัญดังคำกล่าวที่ว่า "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง แต่การชนะโดยไม้ต้องรบ (ชนะใจเขา ชนะใจเราเอง) ดีที่สุด"
ถ้าท่านเป็นที่ใฝ่เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของคน ขอเชิญมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกี่ยวกับ "พฤติกรรมของมนุษย์" ใน Blog "Mantoknow" นะคะ
พฤติกรรมของมนุษย์ (Human Behaviors) ที่เราจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน จะมีทั้งพฤติกรรมภายนอก (Overt Behavior) เช่น การพูดจา (Speaking) การแต่งกาย (Dressing) การเรียนรู้ (Learning) และการทำงาน (Working) ฯลฯ และพฤติกรรมภายใน (Covert Behavior) เช่น เจตคติ (Attitude) แรงจูงใจ (Motivation) ความคิด (Thought) และความเชื่อ (Belief) เป็นต้น
แนวทาง (Approaches) ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเพิ่มความเข้าใจในพฤติกรรมของมนุษย์ จะใช้ทั้งแนวคิดทางจิตวิทยาตะวันตก (Western Psychology) และแนวคิดทางจิตวิทยาพุทธศาสตร์ (Buddhist Psychology) ตามความถนัดของกัลยาณมิตรแต่ละท่านค่ะ
บันทึกแต่ละเรื่องที่ลงใน "Blog Mantoknow" จะมุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์ (Analyse) และ สังเคราะห์ (Synthesize) พฤติกรรมของคนทุกเพศทุกวัย โดยเนื้อหาจะมี 2 ส่วน ได้แก่
1) การบรรยายพฤติกรรม (To Describe Behavior) คือ บรรยายว่า บุคคลมีพฤติกรรมอย่างไร ทั้งนี้โดยไม่ระบุตัวบุคคลที่ชี้ชัดว่าเป็นใครค่ะ เป็นการกล่าวถึง "พฤติกรรมที่หยิบยก" ขึ้นมาของคนทั่วๆ ไป ยกเว้นในกรณีที่ไม่ทำให้เกิดความเสียหาย และได้รับอนุญาตจากเจ้าตัวค่ะ
2) การอธิบายพฤติกรรม (To Explain Behavior) คือ อธิบายว่า เพราะเหตุใด บุคคลจึงมีพฤติกรรมเช่นนั้น
บันทึกแต่ละเรื่อง จะเปิดประเด็นไว้ เพื่อให้สมาชิก GotoKnow เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และ/หรือวิเคราะห์สังเคราะห์พฤติกรรมได้ ตามความรู้ ประสบการณ์และแนวคิดของแต่ละท่าน ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านโดยรวม สามารถนำข้อวิเคราะห์สังเคราะห์ไปใช้ประโยชน์ ในการทำความเข้าใจพฤติกรรม (To Understand Behavior) ทำนายพฤติกรรม (To Predict Behavior) และ/หรือควบคุมพฤติกรรม (To Control Behavior) ทั้งของตนเอง และของผู้อื่น
ผู้เขียนหวังว่า จะได้รับน้ำใจจากกัลยาณมิตร ในการเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวคิด เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจในตนเองและเข้าใจผู้อื่น อันจะนำไปสู่การปรับตัวให้อยู่/และหรือทำงานร่วมกัน ได้อย่างราบรื่นและมีความสุขนะคะ
ด้วยความขอบคุณค่ะ
พบกัน เย็นนี้ ด้วยบันทึกเรื่อง "มนุษยสัมพันธ์ :
ความสัมพันธ์ที่ต่างพึงใจ" นะคะ (วันนี้ขอไปทำหน้าที่จัดข้อสอบ คุมสอบกลางภาคก่อนค่ะ)
สวัสดีค่ะคุณพี่
สบายดีนะคะ
กำลังได้รับผลกระทบจาก "สัตว์สังคม" ค่ะ
"พฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน"
ยังเป็นชื่อวิชานี้อยู่นะครับ ;)...
น่าสนใจยิ่งค่ะอาจารย์ สิ่งที่พยายามทำความเข้าใจผู้อื่น เพื่อทำงานได้อย่างราบรื่่น จากที่อาจารย์กรุณาแสดงความเห็นสามเหลี่ยม Maslow's วิเคราะห์ตนเองว่า มี motivation ที่เกิดจาก esteem need. ต้องการความเป็นเอกลักษณ์, อยากรับผิดชอบเรื่องใดเรื่องหนึ่งเต็มที่ แล้วลงลึกจนมีความเชี่ยวชาญ.
จึงมีความรู้สึกขัดแย้งในใจและยอมรับว่าไม่สุขนัก ในองค์กรที่ค่านิยมคือ "ทุกคนควรทำงานแทนกันละกันได้"
.
กำลังหาวิธีคุยกันหัวหน้า/ เพื่อนร่วมงานอย่างไร
หรือเราควรปรับวิธีคิดอย่างไรดีค่ะ
..น่าจะเปิด workshop สีลวิสุทธิ ความหมดจดแห่งศีล คือความปรกติทางกายและวาจา..(ซึ่งท่านพุทธทาสกล่าวแยกแยะไว้ใน"คู่มือมนุษย์"..).ให้.เป็นสถานะและพื้นฐานเบื้องต้น..เปรียบเหมือนแผ่นดิน..ที่มนุษย์.ยืนอยู่..ดังนั้น...
"ดร.จันทวรรณ ปิยะวัฒน์
" ผู้อำนวยให้เรามี GTK เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้
"หนู Poo
" : นางฟ้าผู้การุณย์ ของเด็กๆ ผู้มีบันทึกเกี่ยวกับเด็กๆที่สดใสมาให้เราได้สัมผัสเสมอๆ
และ "หนูณัฐพัชร์
" ผู้ช่างสังเกตและนำสิ่งที่ได้รับรู้ไปสู่การคิดแบบอุปมาน (Inductive Thinking) จนได้ผลผลิต (Output) ออกมาเป็นปรัชญาชีวิต
สงสัยว่า "หนูณัฐพัชร์
" และ คุณ"ยายธี
" เป็นสมาชิกชมรมเดียวกันหรือเปล่าคะ...อิอิ...ขออนุญาตแซว หวังว่าจะไม่เคืองขุ่นนะคะ
*** รออาจารย์มาเยือนวัดพระศรีรัตนมหาธาตุอีกครั้งค่ะ
ก่อนอื่นขอ ชื่นชมด้วยใจจริง ถึงวิธีการตอบของอาจารย์ค่ะ
อาจารย์คิดทบทวนสาส์นอย่างละเอียดรอบคอบ ก่อนพิมพ์ออกมา แล้วยังมีการทบทวนความสมบูรณ์..ซึ่งสะท้อนตนเอง หลายครั้งคิดแบบกระโดดๆ และพิมพ์ตกหล่นไม่รู้ตัว หากพัฒนาได้สักครึ่งหนึ่งของอาจารย์ก็พอใจแล้วค่ะ
.
ขออนุญาตแสดงทัศนะ ประเด็นที่อาจารย์กล่าวถึง "..ปัญหาในการทำงานเป็นทีมเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทยตั้งแต่ระดับหน่วยงานไปจนถึงระดับชาติ.." เท่าที่สัมผัสมาดังนี้ค่ะ
การทำงานเป็นทีม ในประเทศตะวันตก เป็นการแบ่งงานตาม competency คือใครถนัดสิ่งใด ทำหน้าที่ตนให้ดีที่สุด จะไม่ข้ามหน้าที่กัน
ข้อดี คือ เขาจะรับผิดชอบงานตนเองชนิดกัดไม่ปล่อยและภูมิใจในงานตัวเองมาก
ข้อเสีย คือ เขาจะไม่รับรู้อะไรนอกเหนือขอบเขตรับผิดชอบเลยจริงๆ
ขณะที่ ทีม ในความหมายบ้านเรา ดูเหมือนนิยมผู้ที่ "สารพัดประโยชน์" และการตัดสินใจมอบหมายงาน ขึ้นกับหัวหน้าทีม
ข้อดี คือ เรามีความรู้รอบตัว ไม่รู้ก็ส่งไม้ให้คนอื่นต่อได้
ข้อเสีย คือ กดความปรารถนาจะเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนทำได้ดี (mastery)
..
จะคอยติดตามบล็อกนี้ต่อไปอย่างแน่นอนค่ะ
แล้วใช้เวลาสักพักในการหาช่องทางพูดคุยแบบ win win :-)
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
ขอบพระคุณมากนะคะ
ใจเราร่มเย็น..ใจเราร่มเย็น..
สวัสดีน้องสาว อาจารย์วิไล
Blogใหม่ ว่าด้วยเรื่องของคน
คนหรือมนุษย์ คือสิ่งที่เข้าใจยาก ยิ่งคนที่ไม่เข้าใจตนเอง ยิ่งยากเหลือ
คน กวี จาง แซ่ตั้งเขียนไวบทหนึ่งว่า
คนคนคนคนคนคนคนคน
คนคนคนคนคนคนคนคนคน
คนคนคนคนคนคนคนคน
ข้าวเดือดแล้วคนด้วย...
มีปริศนาคำทายว่า..
อะไรเอ่ย ข้างล่างก็คน ข้างก็คน เข้าแล้วเหวย เข้าแล้ววา....
คำตอบคือ คนตากข้าวเปลือก ใช้มือคนคลุกเคล้าให้ข้าวพลิกเปลี่ยน
คน...การทำงานกับคน ยิ่งทำงานกับชุมชนยิ่งต้องนิ่งใช้หลัก อิทธิบาทสี่ยังพอ ต้องห้ามใช้
หลักอิทธิ สี่บาด ท่าทีที่บาด วาจาที่บาดหู ความเป็นอยู่ที่บาดใจ ทำงานด้วยกันไปก็บาดหมาง
คน....ทำงานชุมชนโดนคนที่ไม่เข้าใจต่อง่าก็มีบ้าง แต่ยึดหลักว่า
"สู้ทุกหน ทนทุกคำ ทำทุกอย่าง
ใครถากถาง อย่างไร ไม่เคยสน
ไม่บิดเบือน ไม่เคบเบื่อ ไม่เคยบ่น
ช่วยเหลือคน มีทุกข์ สุขใจเรา"...
ด้วยจิตรคารวะแด่บันทึกใหม่ในชื่อว่า..."คน"
เรื่องนี้เขียนไว้หลายเดือนแล้ว นำมาเสนอให้คุณพี่ได้ดูอีกครั้ง เพราะเป็นเรื่องความแตกต่างของขนาดกระติบข้าวเหนียวกับอายุของคนใช้งาน