ปกติเมื่อข้าพเจ้า เปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัย ที่ตั้งหน้าแรกไว้เป็น MSN ก็จะผ่านไปหน้า google แต่วันนี้ มีสิ่งที่สะดุดตาข้าพเจ้า..แล้วติดใจอย่างประหลาด อาจเพราะเชื่อมโยงมาถึงงานข้าพเจ้าที่ค้างคา..จึงอดมาสะท้อนบันทึกไว้ไม่ได้..ลองดูนะคะ ว่าเมื่อท่านดูวีดีโอนี้ คิดว่าอย่างไร..


ภาพจาก yoututbe :
 ชายหนุ่มเรียงเหรียญ 1 cent และ 25 cent จำนวนกว่า 3000 เหรียญ
ไว้บนเหรียญ 10 cent เหรียญเดียว

.

...สำหรับข้าพเจ้าแล้ว นี่คือ การทดลอง ที่แสดงให้เห็นพลังของการมี ความจดจ่อ -"Focus" อย่างเป็นรูปธรรม สมจริง.
ชายคนนี้คือคนธรรมดา ใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง ต่องานที่อยู่ตรงหน้า..ไม่สมบูรณ์พร้อม บางครั้งก็ล้มเหลว..ที่เห็นในวีดีโอคือล้ม 5 ครั้ง แต่ก่อนหน้านี้คงล้มมาไม่รู้กี่ร้อยรอบ..
.
สมาธิจดจ่อ-Focus เป็นการทุ่มทรัพยากรความใส่ใจ ไปกับงานที่อยู่ตรงหน้า
ข้าพเจ้านึกถึงคำว่า "Pay attention"  มีนัยยะ ว่า คนมีขอบเขตปริมาณความใส่ใจจำกัด
เหมือน เงินในกระเป๋า หรือใกล้เคียงกับ ความจุ Ram ของคอมพิวเตอร์..
หากถูกใช้อย่างกระจัดกระจาย ก็จะไม่มีเหลือพอซื้อของมีค่า หรือทำงานยากๆ ได้..
.
คำถามที่ตามมาคือ อะไรคือสิ่งทำให้ชายในวีดีโอคลิปมี "Focus" อย่างแรงกล้า
หรือเพราะ..
1. เขามีภาพสุดท้ายชัดเจน ว่ารูปทรงกองเหรียญจะออกมาอย่างไร
2. เสียงภายใน ที่เขาบอกตัวเองว่า "ฉันคือผู้มีความอดทนเป็นเลิศ" "ฉันต้องทำให้ได้ เพื่อคนอื่นจะได้รู้ว่าฉันเจ๋งแค่ไหน (มองแง่ร้าย) หรือ สร้างแรงบันดาลให้คนดู (มองแง่ดี)"
3. เกิดจากการฝึกฝน ทำงานที่ต้องใช้จดจ่อบ่อยๆ..จนเกิดการเปลี่ยนแปลงในสมอง ให้สามารถหลั่งสารสื่อประสาท dopamine ได้นานขึ้น จนมีผลให้ระยะเวลาในการคงความใส่ใจ - attention span  มากกว่าคนโดยเฉลี่ย
.
.
เมื่อพิจารณาตนเอง ถึงงานวิจัยตนเอง สองงาน เปรียบเทียบกัน
- งานแรก เชิงปริมาณ (Quantitative) นั้น อาจมีหลายอย่างที่ท้าทายและต้องแก้ไข แต่ก็ทำได้ไปตามขั้นตอน จนเสร็จก่อน
- งานที่สอง เชิงคุณภาพ (Qualiative)  มิใช่ไม่มีเวลา แต่หยิบมาสักพักข้าพเจ้าก็หาว -เพราะเริ่มคิดก็เหนื่อยแล้ว หรือเขวกระโดดไปทำอย่างอื่นแทน..กลับมาที ก็เสียเวลาในการต่อให้ติดที
.
สิ่งที่แตกต่างในการทำสองงานนี้คือ "Focus"
1. ภาพสุดท้าย : งานเชิงปริมาณมีแบบแผนที่ค่อนข้างตายตัว จึงพอนึกภาพออกถึงภาพสุดท้ายว่าต้องมีอะไรบ้าง  แต่งานเชิงคุณภาพ ข้าพเจ้าไม่คุ้นเคยจึงรู้สึกเคว้งคว้างไม่รู้ขอบเขตที่ชัดเจน 
2. ตัวทำให้ไขว้เขวสำคัญคือ "เสียงภายใน" อันเกิดจากความขัดแย้งกับภาพที่ข้าพเจ้ามองตัวเอง (Self-identity) : ตอนเขียนวิจัยเชิงคุณภาพ..เสียงในหัวข้าพเจ้าคือ "ไม่ใช่ทางที่เราถนัด จึงไม่ใช่สิ่งที่เราจะทำได้ดี"..จนงานค้างคาเป็นแรมปี..กว่าจะตัดใจทำดีที่สุดเท่าที่ทำได้..
3. ระบบสื่อประสาท dopamine ในสมองข้าพเจ้าป้อแป้ เพราะยังติดนิสัยทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกัน  ยิ่งความเร็วอินเตอร์เน็ตสูงขึ้นเท่าไหร ข้าพเจ้ายิ่งสมาธิสั้นลง 
-- ถ้าท่านอ่านบทความ มาจนถึงบรรทัดนี้ได้ แสดงว่า ประสิทธิภาพการมีใจจดจ่อ ของท่าน ดีกว่าข้าพเจ้าแล้วละคะ :-)
 
###

ข่าวนี้ กล่าวว่า การคิดเลขในใจได้ดี ต้องอาศัย ทั้ง"Ram - working memory" ในการจดจำตัวเลขที่นำมาประมวลผล และ "Task manager-inhibitory system" ไม่ให้ตัวกวนภายในและภายนอกมาตีกันยุ่งเหยิง..สองส่วนนี้คือพื้นฐานการมี "focus"
..บางที การฝึกคิดเลขในใจบ่อยๆ อาจช่วยฝึกฝน focus ได้ส่วนหนึ่ง ?